โรคอ้วน : การเหยียดรูปร่างในอินเดียเพิ่ม ขณะประชากรมีน้ำหนักตัวเกินปกติราว 135 ล้านคน

Kerala minister for general education V Sivankutty (2R) with students inside a re-modified low-floor old defunct public transport bus transformed into a classroom for pre-nursery school children through an initiative 'Education on Wheels' taken by the state government at Thiruvananthapuram on June 13, 2022

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายวี ศิวานกุตตี รัฐมนตรีด้านการศึกษาของรัฐเกรละ เผยประสบการณ์ถูกเหยียดรูปร่าง ชี้เป็น "การกระทำที่น่ารังเกียจ"

เมื่อไม่นานมานี้ รัฐมนตรีคนหนึ่งในรัฐเกรละของอินเดียได้โพสต์เรื่องราวทางเฟซบุ๊กบอกเล่าประสบการณ์ที่เขาถูกเหยียดหยามรูปร่าง ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในอินเดีย

วี ศิวานกุตตี รัฐมนตรีด้านการศึกษาของรัฐเกรละ เล่าว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาได้โพสต์ภาพที่ถ่ายกับเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่ง จากนั้นมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กคนหนึ่งเข้าไปคอมเมนต์ว่า "คุณควรลดพุงลงสักหน่อย"

ศิวานากุตตี ส่งข้อความตอบกลับว่า การเหยียดรูปร่างคนอื่นเป็น "การกระทำที่น่ารังเกียจ"

"การเหยียดรูปร่างเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุด ไม่ว่าจะมีคำอธิบายอย่างไรก็ตาม นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในทุกระดับชั้นของสังคมเรา มีพวกเราหลายคนตกเป็นเหยื่อการถูกเหยียดรูปร่างจนถึงขั้นที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ" เขาระบุ

"เราต้องยุติการเหยียดรูปร่าง จงเป็นคนที่มีแนวคิดสมัยใหม่" ศิวานากุตตีกล่าวทิ้งท้าย

ศิวานากุตตีเล่าให้บีบีซีฟังว่า กรณีที่เกิดขึ้นทำให้เขาได้ตระหนักว่าการเหยียดรูปร่างเป็นปัญหาที่อันตรายเพียงใด พร้อมชี้ว่า รัฐบาลระดับรัฐควรรณรงค์ให้เด็กนักเรียนและครูได้เรียนรู้เรื่องนี้ โดยบรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนในสถาบันต่าง ๆ

ความคิดเห็นของศิวานากุตตี บวกกับหนังบอลลีวูดเรื่องล่าสุดที่ชื่อ Double XL ได้จุดประเด็นร้อนในสังคมอินเดียที่ผู้คนมักถือวิสาสะวิพากษ์วิจารณ์รูปร่างหน้าตาของผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ที่ถูกวิจารณ์

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยสองดาราสาว ฮูมา กุเรษี และโสนากษี สินหา ซึ่งเคยเล่าถึงประสบการณ์เป็นเหยื่อการเหยียดรูปร่างมาแล้ว โดยสินหามักถูกรังแกทางโซเชียลมีเดียจากเรื่องน้ำหนักตัว ขณะที่กุเรษี เคยถูกนักวิจารณ์บอกว่า "เธอน้ำหนักตัวเกินกว่าที่จะรับบทวีรสตรีมา 5 กิโลกรัม"

ซาตรัม รามานี ผู้กำกับเรื่อง Double XL บอกกับบีบีซีว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับสาวเจ้าเนื้อ 2 คนที่พบว่าน้ำหนักตัวของพวกเธอเป็นอุปสรรคต่อความฝัน และพยายามหาวิธีก้าวข้ามปัญหานี้"

Huma Qureshi and Sonakshi Sinha in Bollywood film Double XL
คำบรรยายภาพ, Double XL เป็นหนังบอลลีวูดที่สะท้อนปัญหาการเหยียดรูปร่างในสังคมอินเดีย

รามานีเล่าว่า "ผมเคยเห็นคนที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์เผชิญการดูถูกเพราะน้ำหนักตัวของพวกเขา นี่เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้เลย"

นักวิจารณ์หลายคนชี้ว่า อุตสาหกรรมหนังบอลลีวูดคือส่วนหนึ่งที่สร้างค่านิยมให้คนอินเดียมองว่าความอ้วนคือสิ่งน่ารังเกียจ และความผอมคือสิ่งสวยงาม

รามานีบอกว่า หนังเรื่อง Double XL ต้องการสื่อให้คนในสังคม "ยอมรับความงามของตัวเอง ไม่ว่าจะมีรูปร่าง ขนาด หรือสีผิวอะไร"

แม้ Double XL จะทำรายได้ไม่ดีเท่าหนังบอลลีวูดเรื่องอื่นที่เน้นการร้องเล่นเต้นรำ แต่รามานีบอกว่าเขาดีใจที่สังคมกำลังพูดถึงปัญหาการเหยียดรูปร่าง ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลกไม่เฉพาะที่อินเดีย

นี่คือปัญหาที่ ฮาร์นิดห์ กอร์ นักกวีพลัสไซส์ต้องเผชิญ และเขียนเล่าเรื่องราวของเธอลงในคอลัมน์และโซเชียลมีเดีย

กอร์บอกว่า การเหยียดรูปร่างเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เพราะ "คนอินเดียส่วนใหญ่ไม่รู้จักขอบเขต และในครอบครัวของเราทุกคนต่างวิจารณ์รูปร่างหน้าตาของกันและกัน"

เธอชี้ว่าแม้ปัญหานี้จะเกิดขึ้นกับคนทุกเพศ แต่ผู้หญิงเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะผู้หญิงมักถูกตัดสินว่ามีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการแต่งงานหรือไม่ และสาวอ้วนมักเป็นตัวเลือกท้าย ๆ ในเรื่องนี้

กอร์เล่าว่าเธอได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome หรือ PCOS) ตอนอายุ 12 ปี ทำให้เติบโตมากับการถูกล้อเลียนเรื่องน้ำหนักตัว เพราะภาวะนี้ทำให้ผู้ป่วยมีน้ำหนักเพิ่ม ประจำเดือนมาผิดปกติ และมีปัญหาผมร่วง

An illustration on Body shaming

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การเหยียดรูปร่างนำไปสู่ปัญหาการเลือกปฏิบัติในสังคม

นักกวีหญิงรายนี้บอกว่า แม้หลายครั้งการเหยียดรูปร่างจะเกิดจากเจตนาดีของคนในครอบครัวที่มีความห่วงใยในสุขภาพ แต่เธอพบว่าทัศนคติของผู้คนในเรื่องนี้นำไปสู่การเลือกปฏิบัติด้วย เพราะคนส่วนใหญ่มักมองว่าคนอ้วนมีนิสัยเกียจคร้านและไม่มีวินัย ทำให้พวกเขาถูกกีดกันในตลาดงาน

เธอยกตัวอย่างเพิ่มว่า "ตอนที่ฉันไปโรงพยาบาลเพราะเป็นภูมิแพ้ แต่หมอกลับพูดว่าที่ฉันหายใจไม่ออกเพราะฉันอ้วนเกินไป และตอนที่ฉันข้อเท้าหัก หมอพูดว่าฉันคงจะกระดูกไม่หัก ถ้าน้ำหนักตัวไม่มากขนาดนี้"

พญ.จิตรา เสลวาน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคต่อมไร้ท่อบอกว่า แพทย์ "ไม่ได้รับการอบรมที่ดีพอเรื่องศิลปะการสื่อสาร" และเมื่อพูดถึงการเหยียดรูปร่าง แพทย์หลายคนมองว่าวิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้คนไข้พยายามลดน้ำหนัก

เธอชี้ว่า การเหยียดรูปร่างอาจส่งผลกระทบรุนแรงทางด้านสังคมและด้านจิตใจ เพราะการถูกตำหนิเรื่องน้ำหนักตัวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้นส่งผลต่อการเห็นคุณค่าในตัวเองและสุขภาพจิต ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหา พฤติกรรมการกินอาหารผิดปกติ (eating disorder) และทำให้รู้สึกแปลกแยกจากสังคม จนกลายเป็นคนเก็บตัว

พญ.เสลวาน บอกว่า การตำหนิคนไข้ที่มีน้ำหนักเกินเป็นวิธีที่ใช้ไม่ได้ผล และอาจทำให้คนไข้กลุ่มนี้ไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากแพทย์อีก

เธอชี้ว่า สถานการณ์นี้อาจรุนแรงขึ้น เพราะปัจจุบันอินเดียมีประชากรที่น้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วนราว 135 ล้านคน ข้อมูลจากรัฐบาลและองค์การอนามัยโลกบ่งชี้ว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอีก โดยที่แพทย์หลายคนเตือนถึงวิกฤตโรคอ้วนที่จะทวีความรุนแรงขึ้นในอินเดีย

พญ.เสลวาน บอกว่า ปัญหาน้ำหนักตัวเกินไม่ได้เกิดจากการเลือกรับประทานอาหารไม่ถูกต้องเท่านั้น แต่ภาวะนี้มีความซับซ้อน เพราะอาจเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น ฮอร์โมน และความเครียด ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่แพทย์และสังคมจะต้องเลิกพฤติกรรมเหยียดรูปร่างของคนอ้วน