เอเวอเรสต์ : การเมืองเรื่องยอดเขาระหว่างจีนและเนปาล หลังเห็นพ้องเพิ่มความสูงเป็น 8,848.86 เมตร

ยอดเขาเอเวอเรสต์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักธรณีวิทยาบางคนเชื่อว่า แผ่นดินไหวในปี 2015 อาจส่งผลกระทบต่อความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์

เนปาลและจีนประกาศร่วมกัน ให้ยอดเขาเอเวอเรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก สูงขึ้นจากการวัดอย่างเป็นทางการครั้งก่อนหน้า 86 เซนติเมตร

ทั้งสองประเทศเห็นตรงกันว่า ความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์อยู่ที่ 8,848.86 เมตร หลังก่อนหน้านี้มีความเห็นต่างกันว่า ควรจะวัดรวมหิมะที่ปกคลุมบนยอดเขาหรือไม่

เอเวอเรสต์ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนจีนและเนปาล และนักปีนเขาปีนขึ้นมาได้จากทั้งสองฝั่ง ซึ่งการวัดอย่างเป็นทางการของจีนก่อนหน้านี้อยู่ที่ 8,844.43 เมตร ต่ำกว่าการวัดของเนปาล

เจ้าหน้าที่ทางการของกระทรวงต่างประเทศเนปาล และหน่วยงานสำรวจ ระบุว่า เจ้าหน้าที่สำรวจจากทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องกันในความสูงใหม่

การตกลงว่าจะประกาศการวัดความสูงใหม่ร่วมกันของจุดที่สูงที่สุดโลก เกิดขึ้นระหว่างที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางเยือนกรุงกาฐมาณฑุของเนปาลเมื่อปีที่แล้ว

ทำไมความสูงอย่างเป็นทางการจึงไม่ตรงกัน

เจ้าหน้าที่ทางการจีน ระบุก่อนหน้านี้ว่า ควรวัดยอดเขาเอเวอเรสต์เฉพาะความสูงของหินเท่านั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการของเนปาล โต้แย้งว่า ควรจะวัดรวมหิมะที่ทับถมอยู่บนยอดเขาด้วย

สมาชิกของทีมสำรวจจากจีนถ่ายรูปร่วมกันที่เบสแคมป์ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2020 ในเขตปกครองตนเองทิเบต ของจีน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่สำรวจของจีนขึ้นไปถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ในเดือน พ.ค. เป็นเพียงทีมเดียวที่ขึ้นไปถึงยอดเขานี้ในปีนี้

เจ้าหน้าที่สำรวจของจีนเคยคำนวณตัวเลขหลังจากที่วัดยอดเขานี้ไปเมื่อปี 2005

เจ้าหน้าที่รัฐบาลเนปาลกล่าวกับบีบีซีในปี 2012 ว่า พวกเขาเผชิญแรงกดดันจากจีนให้ยอมรับความสูงของจีน ดังนั้น พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะวัดความสูงใหม่ "เพื่อบันทึกสถิติที่แม่นยำเป็นครั้งสุดท้าย"

ความสูง 8,848 เมตร ที่เนปาลเคยใช้ เป็นความสูงที่กำหนดโดยการสำรวจของอินเดียในปี 1954 แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เนปาลได้วัดความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์ด้วยตัวเอง

เจ้าหน้าที่สำรวจชาวเนปาล 4 คน ใช้เวลา 2 ปี ในการฝึกซ้อมเพื่อเข้าร่วมภารกิจนี้ ก่อนที่จะมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขา

"ก่อนหน้านี้ เราไม่เคยวัดเองมาก่อน" ดาโมดาร์ ดาคาล โฆษกของหน่วยงานสำรวจของเนปาล กล่าวกับ บีบีซี

"ตอนนี้ เรามีทีมเทคนิครุ่นใหม่ [ที่สามารถขึ้นไปบนยอดเขาเอเวอเรสต์ได้ด้วย] เราจึงสามารถวัดได้ด้วยตัวเอง" นายดาคาล กล่าว

มีข้อกังขาอะไรอีกต่อความสูงของเอเวอเรสต์

นักธรณีวิทยาบางคนระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2015 ได้ส่งผลกระทบต่อความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์ แผ่นดินไหวขนาด 7.8 ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 9,000 คน ในเนปาล และทำให้เกิดหิมะถล่มทับพื้นที่ของเบสแคมป์หลายส่วน มีนักปีนเขาเสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอุปกรณ์ในกรุงกาฐมาณฑุ ของเนปาล ก่อนเดินทางไปวัดความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่สำรวจของเนปาล 2 คน ขึ้นไปถึงยอดเขาเอเวอเรสต์เพื่อทำการวัดความสูง

นักธรณีวิทยาบางคนบอกว่า แผ่นดินไหวอาจจะทำให้หิมะที่ปกคลุมยอดเขาเอเวอเรสต์ลดจำนวนลง

นักวิทยาศาสตร์พบว่า ยอดเขาอื่น ๆ บางแห่งของเทือกเขาหิมาลัย อย่างยอดเขา ลังตังหิมาล (Langtang Himal) ส่วนใหญ่อยู่ทางเหนือของกรุงกาฐมาณฑุ และใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว มีความสูงลดลงประมาณ 1 เมตร หลังจากแผ่นดินไหวครั้งนั้น

หลายคนแย้งว่า ยอดเขาเอเวอเรสต์ เช่นเดียวกับยอดเขาอื่น ๆ ของเทือกเขาหิมาลัย อาจจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกที่ยอดเขาตั้งอยู่ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งใหญ่หลายครั้ง อาจส่งผลให้ความสูงของยอดเขาลดลง

"แผ่นดินไหวปี 2015 เป็นเหตุผลสำคัญเช่นกันที่เราวัดความสูงของยอดเขาใหม่" นายดาคาล กล่าว

กราฟิก

วัดความสูงใหม่อย่างไร

ความสูงของภูเขาหลายแห่งถูกวัดด้วยการใช้ระดับน้ำทะเลปานกลางเป็นฐาน ดังนั้นจุดที่เป็นฐานต่ำสุดด้านล่างอยู่ตรงไหน จึงมีความสำคัญมากกว่า

เนปาลได้ใช้อ่าวเบงกอลเป็นระดับน้ำทะเล แต่อินเดียเคยสำรวจจุดหนึ่งที่อยู่ใกล้กับเอเวอเรสต์มากกว่าบริเวณอ่าวเบงกอล และอยู่ใกล้กับพรมแดนของอินเดียและเนปาล โดยสามารถระบุความสูงให้แก่เจ้าหน้าที่สำรวจของเนปาลได้ที่จุดนั้นเอง

จากนั้น เนปาลก็ได้สร้างเครือข่ายสถานีแนวสายตา (line-of-sight) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณระหว่างสถานีโดยไม่มีสิ่งกีดขวางกั้นอยู่ ครอบคลุมระยะทางเกือบ 250 กม. ไปจนถึงจุดที่มองเห็นยอดเขาเอเวอเรสต์ได้เป็นจุดแรก มีการสร้างการเชื่อมต่อจุดต่าง ๆ ที่สามารถวัดและบวกเข้าด้วยกันได้

จากรายงานของไชน่าเดลี สื่อของทางการจีน เจ้าหน้าที่สำรวจจีนได้ใช้ทะเลเหลืองในมณฑลซานตงที่อยู่ทางตะวันออกเป็นฐานระดับน้ำทะเล

Mount Everest as seen from the Chinese side

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สื่อจีนรายงานว่า จีนใช้ทะเลเหลืองเป็นฐานในการวัดความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์

เจ้าหน้าที่สำรวจจากทั้งสองประเทศต่างก็ใช้สูตรตรีโกณมิติในการคำนวณหาความสูงของยอดเขา สูตรต่าง ๆ ที่พวกเขาใช้ จะคำนวณความสูงของสามเหลี่ยมโดยการคูณฐานกับมุมองศา

แต่เพื่อให้การทำงานบนภาคพื้นดินได้ผลแม่นยำขึ้น ต้องมีคนขึ้นไปอยู่บนยอดเขา เจ้าหน้าที่สำรวจของเนปาลได้ขึ้นไปบนยอดเอเวอเรสต์เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่สำรวจของจีนได้ขึ้นไปในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา กลายเป็นเพียงทีมเดียวที่ขึ้นไปถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ในปี 2020 หลังจากที่เนปาลสั่งพักการปีนเขาในช่วงการระบาดของโควิด และจีนก็ห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกัน

เจ้าหน้าที่ทางการของเนปาล ระบุว่า ได้ใช้ยอดเขาที่ต่ำกว่า 12 แห่งในการมองไปยังยอดเขาเอเวอเรสต์เพื่อการคำนวณตามหลักตรีโกณมิติ เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำมากขึ้น สื่อจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำรวจของจีนใช้วิธีการเดียวกัน

"เมื่อสัญญาณเตือนของเจ้าหน้าที่สำรวจถูกนำไปติดตั้งไว้บนยอดเขาแล้ว เจ้าหน้าที่สำรวจตามสถานีต่าง ๆ รอบยอดเขาก็จะวัดระยะห่างจาก 6 จุดไปยังสัญญาณเตือนนั้น ซึ่งหมายความว่า จะมีการใช้สามเหลี่ยมอย่างน้อย 6 อันในการคำนวณหาความสูงของยอดเขา" เจียง เทา เจ้าหน้าที่วิจัยของสถาบันการสำรวจและจัดทำแผนที่ของจีน กล่าวกับ ไชน่า เดลี

ทั้งสองประเทศต่างก็ใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียม GNSS (Global Navigation Satellite Systems) เพื่อรับข้อมูลระดับความสูงจากเครื่องรับสัญญาณหลายแห่งในการคำนวณ

ชาวบ้านในหุบเขาลังตัง พยายามจะสร้างบ้านของตัวเองขึ้นมาใหม่ หลังได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวในเนปาล

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักวิทยาศาสตร์พบว่า ความสูงของยอดเขาลังตังลดลงประมาณ 1 เมตร สืบเนื่องจากแผ่นดินไหวในปี 2015

ก่อนหน้านี้จีนได้เคยวัดความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี 1975 และอีกครั้งในปี 2005

ฐานข้อมูลหิมาลัย ระบุว่า สมาชิกของคณะสำรวจรอบที่ 2 ของจีนได้ติดตั้งอุปกรณ์จีพีเอสในแบบของจีนไว้ที่ยอดเขา

ส่วนครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำรวจของจีนได้ใช้ระบบดาวเทียมนำทางเป๋ยโต่ว (BeiDou) ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นคู่แข่งกับระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (Global Positioning System) หรือ จีพีเอส ของสหรัฐฯ

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า "การใช้ระบบดังกล่าว จะมีการวัดความหนาของหิมะ สภาพอากาศ และความเร็วลมด้วย เพื่อช่วยในการสังเกตธารน้ำแข็งและการคุ้มครองทางนิเวศวิทยา"

ส่วนเจ้าหน้าที่สำรวจของเนปาลใช้ระบบจีพีเอส ในการคำนวณ

"เราประมวลข้อมูลนี้โดยใช้หลักวิธีที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ เพื่อหาความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์" นายดาคาล กล่าวกับ บีบีซี

ยอดเขาเอเวอเรสต์ มองจากเครื่องบินในเนปาล

ที่มาของภาพ, EPA