รวมบทวิเคราะห์และท่าทีทุกฝ่าย หลังทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะ "ถอนตัว" จากอิหร่านภายใน "2 หรือ 3 สัปดาห์"

ที่มาของภาพ, EPA
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ (ซึ่งตรงกับเวลาราว 4.30 น. ในวันนี้ [1 เม.ย.] ตามเวลาในประเทศไทย) อาจยุติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านได้ภายในสองถึงสามสัปดาห์ และย้ำว่ารัฐบาลอิหร่านไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลงเพื่อให้สงครามยุติลง
ถ้อยแถลงดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้นที่ทำเนียบขาวโดยระบุว่า "เราจะถอนตัวในเร็ว ๆ นี้" พร้อมกล่าวเสริมว่า การถอนกำลังอาจเกิดขึ้น "ภายในสองสัปดาห์ บางทีอาจสองสัปดาห์ หรือไม่ก็อาจสาม[สัปดาห์]"
เขาบอกอีกว่า "เรากำลังจะปิดภารกิจนี้ให้จบ"
เมื่อนักข่าวถามต่อไปว่าการจะยุติสงครามจำเป็นต้องประสบความสำเร็จทางการทูตกับอิหร่านก่อนหรือไม่ เขาตอบว่า ไม่มีความจำเป็น
"อิหร่านไม่ต้องทำข้อตกลง ไม่ พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลงกับผม" ทรัมป์กล่าว
ด้านอิบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเอ็กซ์ (X) ของเขาส่งข้อความถึงโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกล่าวว่า "ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอีกครั้งอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่สำหรับคุณ มันจะเปิดสำหรับผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ของอิหร่าน"
อาซิซีกล่าวว่า "47 ปีแห่งการต้อนรับได้สิ้นสุดลงตลอดกาล" ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาตั้งแต่การปฏิวัติอิหร่านในปี 1979
อาซิซีกล่าวเสริมว่า "ในที่สุดทรัมป์ก็บรรลุความฝันของเขาในการ 'เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง' แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองทางทะเลในภูมิภาคนี้!"
ทั้งนี้ คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่านได้อนุมัติแผนการเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง การสู้รบในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป
กรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ถูกโจมตีทางอากาศอย่างหนัก ฝั่งกองทัพอิสราเอลระบุว่าเป้าหมายคือ ผู้บัญชาการของฮิซบอลเลาะห์และบุคคลระดับสูงอีกคนหนึ่ง
กองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ (Israel Defense Forces - IDF) ระบุว่า มีปฏิบัติการ "โจมตีสองระลอกในห้วงเวลาและสถานที่ต่างกัน" ทั่วกรุงเบรุต ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ขณะที่ในช่วงเช้าของวันอังคารที่ผ่านมา รัฐมนตรีสาธารณสุขของเลบานอนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน ในการโจมตีจากอิสราเอล ในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ หนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตมีนักฉุกเฉินทางการแพทย์หนึ่งคน
ด้านทำเนียบขาวประกาศเพิ่มว่า ทรัมป์จะกล่าวแถลงต่อประเทศในเย็นวันพุธที่ 1 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ
สถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไรบ้าง
- รัฐบาลอิหร่านระบุว่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง "สำหรับผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ของอิหร่าน" หลังจากที่การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแทบหยุดชะงักภายใต้การปิดล้อมของอิหร่าน
- โดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์พันธมิตรสหรัฐฯ โดยบอกให้ "ไปหาน้ำมันของตัวเอง" จากช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่าประเทศอย่างฝรั่งเศส "ต้องดูแลตัวเองให้ได้"
- อิสราเอลโจมตีโรงงานแห่งหนึ่งในอิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของสายการผลิตอาวุธเคมี ขณะที่อิหร่านยืนยันว่านั่นเป็นโรงงานผลิตยา
- ผู้สื่อข่าวอิสระชาวอเมริกัน เชลลี คิตเทิลสัน ถูกลักพาตัวขณะอยู่ในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก และคาดว่าอยู่ในเงื้อมมือของกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
- เกิดการโจมตีทางอากาศถล่มกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คนทั่วเมือง รวมถึงย่านจะนะห์ (Jnah) ทางตอนใต้ ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขเลบานอน
- กองทัพอิสราเอล (IDF) ระบุว่าได้ "โจมตี" ผู้บัญชาการของฮิซบอลเลาะห์และบุคคลระดับสูงอีกคนในกรุงเบรุต ระหว่างการโจมตีข้ามคืน
- เหตุระเบิดริมถนน คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติ 2 นาย ใกล้เมืองบานี ไฮยาน ทางตอนใต้ของเลบานอน โดย IDF ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ
สหรัฐฯ อาจต้องสูญเงินสูงถึงวันละ 2 พันล้านดอลลาร์
แซคชี เวนคาตรามัน ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำสหรัฐฯ รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามต้นทุนทางเศรษฐกิจของความขัดแย้งทั่วโลกบอกว่า สงครามในอิหร่านอาจทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถึงวันละ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.5 หมื่นล้านบาท)
สเตฟานี ซาเวลล์ ผู้อำนวยการโครงการคอสต์ออฟวอร์ (Cost of War) แห่งมหาวิทยาลัยบราวน์ ระบุว่า เมื่อรวมค่าอาวุธและงบประมาณทางทหาร ความเสียหายต่อทรัพย์สินของสหรัฐฯ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สงครามครั้งนี้ได้ทำให้ชาวอเมริกันต้องแบกรับต้นทุนไปแล้วหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
"ทุกวันที่สงครามยังดำเนินอยู่ คือการเพิ่มภาระมหาศาลให้กับหนี้สาธารณะ" ซาเวลล์กล่าว
รายงานของสื่อสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ในเดือน มี.ค. พบว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แจ้งต่อรัฐสภาว่า เพียง 6 วันแรกของสงคราม ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายถึง 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.7 ล้านล้านบาท) แต่ซาเวลล์เชื่อว่าตัวเลขจริงสูงกว่านั้น
ขณะที่ ลินดา บิลเมส ผู้เชี่ยวชาญด้านงบประมาณกลาโหมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเมินว่า ค่าใช้จ่ายของสงครามน่าจะอยู่ที่ราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวันแล้ว (ราว 6.5 หมื่นล้านบาท)
ซาเวลล์ระบุว่า ต้นทุนระดับนี้ย่อมถูกส่งผ่านไปยังประชาชนอเมริกัน โดยชี้ว่าสงครามได้ก่อให้เกิด "ความปั่นป่วน" ต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว และยังอาจส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ ความไม่แน่นอนทางธุรกิจ และต้นทุนประกันภัยในระยะยาว
นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังระบุเมื่อต้นเดือนว่า กำลังขอวงเงินงบประมาณเพิ่มเติมอีก 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.5 ล้านล้านบาท) สำหรับสงครามในอิหร่าน ซึ่งซาเวลล์มองว่าเป็นตัวเลขมหาศาล
"มันยิ่งตอกย้ำว่าสงครามนี้ยังคงดำเนินต่อไป" เธอกล่าว
ปธน.อิหร่านระบุ อิหร่านมีเจตจำนงที่จำเป็นต้องยุติความขัดแย้ง

ที่มาของภาพ, Getty Images
จอห์น ซัดเวิร์ธ ผู้สื่อข่าวอาวุโสของบีบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน กล่าวเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา อิหร่านมี "ความตั้งใจที่จำเป็น" ในการยุติสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล หากมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิหร่าน
ถ้อยคำดังกล่าว ซึ่งช่วยหนุนตลาดในสหรัฐฯ ให้ปรับตัวดีขึ้น เกิดขึ้นระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างเปเซชเคียนกับประธานสภายุโรป และถูกรายงานครั้งแรกโดยสื่อของรัฐอิหร่าน
หลายฝ่ายมองว่าถ้อยแถลงนี้เป็นเพียงความหวังริบหรี่ เนื่องจากตำแหน่งประธานาธิบดีในอิหร่านยังคงอยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจที่ถูกควบคุมโดยกลุ่มผู้นำทางศาสนาสายแข็งมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ การอ้างว่ามี "ความตั้งใจ" ที่จะยุติสงคราม ยังมาพร้อมเงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องมีหลักประกันว่าจะไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก
เมื่อพิจารณาโดยผิวเผิน เงื่อนไขดังกล่าวแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เนื่องจากข้อเรียกร้องเรื่องหลักประกันไม่รุกรานกันนั้น ได้ถูกรวมอยู่ในคำตอบของอิหร่านต่อแผนสันติภาพ 15 ข้อของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งมีอิทธิพลสูง ก็ยังไม่ได้แสดงท่าทีประนีประนอม โดยยังมีการขู่ครั้งใหม่ว่าจะขยายการตอบโต้ให้ครอบคลุมถึงบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
รูบิโอ: "เรามองเห็นเส้นชัยแล้ว"

ที่มาของภาพ, Reu
มาร์โค รูบิโอ ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังแลกเปลี่ยนสารกับอิหร่าน และเห็นสัญญาณว่าสงครามอาจใกล้ยุติลง
"มีการพูดคุยกันอยู่" เขากล่าวกับ ฌอน แฮนนิตี จากช่องฟอกซ์นิวส์ (Fox News)
"มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการพบปะโดยตรงในบางจุด และเราพร้อมเปิดรับเรื่องนั้นเสมอ"
อย่างไรก็ตาม รูบิโอระบุเพิ่มเติมว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ยอมให้ "การเจรจาหลอก ๆ" ถูกใช้เป็นกลยุทธ์เพื่อถ่วงเวลา
แม้เขาจะไม่ระบุกรอบเวลา แต่กล่าวว่า "เรามองเห็นเส้นชัยแล้ว" ระหว่างการให้สัมภาษณ์
นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยังวิจารณ์องค์การนาโต โดยระบุว่าสหรัฐฯ อาจต้อง "ทบทวน" ว่า พันธมิตรที่ "เคยรับใช้ประเทศนี้มาอย่างดีในช่วงเวลาหนึ่ง" ยังตอบโจทย์อยู่หรือไม่
จีนรุดหนัก เร่งเดินหน้าข้อตกลงหยุดยิง
ขณะที่ลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำประเทศจีน รายงานว่า จีนและปากีสถานได้เสนอแผน 5 ข้อเพื่อพยายามยุติสงครามในอิหร่าน โดยรวมถึงการหยุดยิงทันที และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ข้อเสนอนี้ถูกจัดทำขึ้นหลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถานเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง เพื่อขอการสนับสนุนจากจีนในการเจรจายุติสงคราม
กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ทั้งสองประเทศกำลัง "เดินหน้าความพยายามใหม่ในการสนับสนุนสันติภาพ"
ท่าทีของจีนต่อสงครามในอิหร่านจนถึงขณะนี้เป็นไปอย่างค่อนข้างระมัดระวัง โดยรัฐบาลจีนมีคลังสำรองน้ำมัน และได้รับผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้อยกว่าหลายประเทศในเอเชีย อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเพิ่มขึ้นว่า "หัวใจอุตสาหกรรม" ของจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก อาจได้รับผลกระทบในระยะยาว หากวิกฤตนี้ยืดเยื้อ
สงครามในอิหร่านยังคุกคามสิ่งที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือ "เสถียรภาพ" โดยจีนต้องพึ่งพาเศรษฐกิจโลกที่มีเสถียรภาพเพื่อรักษาการเติบโตและการส่งออก
นับจนถึงตอนนี้เมื่อสงครามดำเนินมาได้ราวหนึ่งเดือน และราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลจีนจึงเพิ่มความพยายามในการผลักดันให้เกิดการหยุดยิง
ที่ผ่านมา จีนเคยพยายามสวมบท "คนกลางสร้างสันติ" ในตะวันออกกลางมาแล้ว แม้จะประสบความสำเร็จอย่างจำกัดก็ตาม
ในปี 2023 จีนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อตกลงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต และอีกหนึ่งปีถัดมา จีนได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำจาก 14 กลุ่มปาเลสไตน์ ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีสัญญาณเพียงเล็กน้อยว่าฝ่ายใดตอบรับแผนดังกล่าว แต่การเดินหน้าข้อเสนอนี้เปิดโอกาสให้ประธานาธิบดีสีแสดงบทบาท "คนกลางที่เป็นกลาง" และผู้สร้างสันติภาพ พร้อมทั้งตอกย้ำความแตกต่างจากผู้นำของมหาอำนาจอีกฝ่ายหนึ่งอีกครั้ง
ราคาน้ำมันเบรนท์ทำสถิติพุ่งรายเดือนสูงสุดตั้งแต่ปี 1990
ด้าน ออสมอนด์ เชีย ผู้สื่อข่าวธุรกิจของบีบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สำหรับส่งมอบในเดือน พ.ค. พุ่งขึ้นถึง 64% ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรายเดือนสูงสุดนับตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1990
น้ำมันเบรนท์ เป็นราคามาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก และอยู่ในรูปของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสำหรับการส่งมอบในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เมื่อราคานี้ปรับตัวสูงขึ้น ก็มักจะส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับเพิ่มตาม เนื่องจากน้ำมันเป็นต้นทุนหลักในการผลิต
ส่วนวันพุธนี้ ราคาน้ำมันเบรนท์สำหรับส่งมอบเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.2% มาอยู่ที่ 105.36 ดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนหน้านี้ การปรับขึ้นรายเดือนสูงสุดของน้ำมันเบรนท์เกิดขึ้นในปี 1990 ระหว่างที่อิรักบุกคูเวต ซึ่งทำให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลก และจุดชนวนความกังวลต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางในวงกว้าง ตามข้อมูลของ อัลแบร์โต เบลโลริน จากอินเตอร์แคปิตัล เอเนอร์ยี (InterCapital Energy)
เขาระบุว่า สถานการณ์ในปัจจุบันมีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยความขัดแย้งกับอิหร่านได้ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น เนื่องจากตลาดประเมินความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น
โก๊ะ จิง หรง จากมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (Singapore Management University) ระบุว่า ราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นต่อไป หากการขนส่งยังคงหยุดชะงัก และหากความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย
ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ จะถอนตัวจากอิหร่านภายใน "สองถึงสามสัปดาห์"
ดัชนี นิกเคอิ 225 (Nikkei 225) ของญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้น 4% ขณะที่ดัชนีคอสปิ (Kospi) ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นมากกว่า 6%































