สหรัฐฯ และเดนมาร์ก บรรลุข้อตกลงกรีนแลนด์ ที่ทรัมป์ระบุว่าจะทำให้สหรัฐฯ จะได้รับ "การควบคุมความมั่นคงถาวร"

People bear Greenlandic flags as they gather in front of the US consulate in Nuuk, Greenland, in a protest against President Donald Trump's announced intent to acquire Greenland in January 2026

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ชาวกรีนแลนด์ออกมาประท้วงในเมืองนุก เมืองหลวงของกรีนแลนด์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อต่อต้านความทะเยอทะยานของทรัมป์ที่ต้องการผนวกดินแดนแห่งนี้
    • Author, โอลิเวอร์ โอคอนเนลล์
    • Author, แม็กซ์ แมตซา
    • Author, เอเดรียน เมอร์เรย์
    • Reporting from, Copenhagen
  • Published
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

สหรัฐอเมริกาและเดนมาร์กประกาศบรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงของกรีนแลนด์แล้ว โดยข้อตกลงนี้ช่วยยุติข้อพิพาททางการทูตซึ่งปะทุขึ้นจากคำขู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ที่เคยกล่าวว่าจะเข้ายึดครองดินแดนดังกล่าวด้วยการใข้กำลัง

นาโต ระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับภูมิภาค ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่าเดนมาร์กจะมอบ "การควบคุมถาวรเหนือความมั่นคงและทุกความจำเป็นอื่น ๆ" ในดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้ในแถบอาร์กติก ให้แก่สหรัฐฯ

ผู้นำของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ต่างยินดีกับข้อตกลงเพื่อ "เสริมสร้างความมั่นคง" โดยระบุว่าการลงนามอาจเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ระบุในข้อตกลง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ขู่มานานหลายเดือนว่าจะ "ยึด" กรีนแลนด์โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมชี้ถึงจุดยุทธศาสตร์ของเกาะแห่งนี้เพื่อประโยชน์ด้านการป้องกันประเทศและทรัพยากรแร่ธาตุ

ปัจจุบันยังไม่มีการเผยแพร่เนื้อหาของข้อตกลงดังกล่าว โดยทรัมป์ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล (Truth Social) ว่าข้อตกลงนี้ "สหรัฐอเมริกาไม่เสียอะไร" และจะทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจ "ในการทำสิ่งที่จำเป็น" เพื่อ "รักษาและปกป้องความมั่นคงของกรีนแลนด์"

เขาระบุว่าข้อตกลงนี้ยังรวมถึงกฎที่ไม่อนุญาตให้ฝ่ายที่เป็นปรปักษ์ของสหรัฐฯ คงกำลังทหารไว้ในกรีนแลนด์ หรือ "ทำการลงทุนที่มีความอ่อนไหวในกรีนแลนด์ โดยไม่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดแจ้งจากเรา"

โฆษกนาโตกล่าวว่า พันธมิตรทางทหารยินดีกับข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งจะ "ช่วยส่งเสริมความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาคที่สำคัญยิ่งนี้"

เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวว่าเธอ "ยินดีที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดข้อตกลงที่ดี" สำหรับทั้งสามฝ่าย ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในสัปดาห์หน้า

ข้อตกลงนี้ "เสริมสร้างความมั่นคงร่วมกันของเราในแถบอาร์กติกและพื้นที่มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ" พร้อมทั้งรับรอง "อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักร และสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองของชาวกรีนแลนด์" เธอกล่าวในแถลงการณ์ร่วมกับ เจนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์

แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ข้อตกลงนี้ยังคงต้องผ่าน "กระบวนการทางรัฐสภาที่จำเป็นเพื่อให้มีผลบังคับใช้" เมื่อมีการลงนามแล้ว

นีลเซนกล่าวว่าเป็น "เรื่องที่น่าพึงพอใจที่เรากำลังจะเข้าทำข้อตกลงที่รับประกันและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับกรีนแลนด์ ราชอาณาจักรเดนมาร์ก สหรัฐอเมริกา และพันธมิตรตะวันตก"

"ข้อตกลงนี้ยอมรับผลประโยชน์ของกรีนแลนด์และจุดยืนของเราในความร่วมมือระหว่างประเทศ มันเป็นประโยชน์ต่อเราทุกคน" เขากล่าว

ในขณะเดียวกัน เอมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวช่วย "ยืนยันอธิปไตยของเดนมาร์ก" เหนือเกาะแห่งนี้อีกครั้ง

สำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) อ้างคำพูดของมาครงว่า "ผมเพียงแค่ทราบว่าอธิปไตยของเดนมาร์กได้รับการเคารพ กฎหมายระหว่างประเทศได้รับการเคารพ และนี่คือสิ่งที่เราเรียกร้อง ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ดี"

JD Vance and his wife Usha Vance pictured with the commander of the US military's Pituffik Space Base in Greenland in March. They are surrounded by a snowy landscape.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมฐานทัพสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์เมื่อช่วงต้นปี 2026 ซึ่งเป็นการเยือนที่รัฐบาลเดนมาร์กและทางการกรีนแลนด์มองว่าเป็นการยั่วยุท่ามกลางข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของทรัมป์

ทรัมป์พยายามมานานหลายเดือนในการซื้อหรือผนวกดินแดนกึ่งปกครองตนเองแห่งนี้ โดยอ้างว่ามีความเปราะบางต่อฝ่ายที่เป็นปรปักษ์ ซึ่งรวมถึงรัสเซียและจีน

การเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเขาที่จะยึดครองกรีนแลนด์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้จุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากชาวกรีนแลนด์ ชาวเดนมาร์ก และสมาชิกนาโตชาติอื่น ๆ

แต่ก็มีความหวังว่าวิกฤตการณ์ดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยสื่อเดนมาร์กบางสำนักตีความข้อตกลงนี้ว่าเป็นชัยชนะที่เงียบเชียบแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทูตของประเทศ

"อย่าบอกทรัมป์นะว่าราชอาณาจักรเดนมาร์กเป็นฝ่ายชนะ" พาดหัวข่าวฉบับหนึ่งในหนังสือพิมพ์ เบอร์ลิงสเก (Berlingske) เมื่อวันเสาร์ระบุไว้

"ทรัมป์ไม่ได้กรีนแลนด์ไป แต่เขาได้รับอนุญาตให้วิ่งรอบชัยชนะบนโซเชียลมีเดีย" ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันประจำหนังสือพิมพ์โพลิติเกน (Politiken) ของเดนมาร์ก เขียนไว้ บูรณภาพแห่งดินแดนคือเส้นตายสำหรับเดนมาร์กและกรีนแลนด์ และประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ไม่ได้เอ่ยถึงการเปลี่ยนมือของดินแดนแต่อย่างใด

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีการตกลงสัมปทานหรือข้อเสนอจูงใจใด ๆ หรือไม่ และในกรีนแลนด์ ประชาชนบางส่วนก็ยังคงรู้สึกกังวล

"[นี่คือ] ข่าวที่เราทุกคนต่างเฝ้ารอคอย" นาจา นาธานีเอลเซน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขียนบนโซเชียลมีเดีย แต่เธอเสริมว่า "เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ข้อตกลงใด ๆ จะต้องรักษาสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองของเราไว้"

อดีตนักการเมืองชาวกรีนแลนด์ อาชา เคมนิทซ์ กล่าวว่าเธอดั้งตารอให้ข้อตกลงนี้เสร็จสมบูรณ์ แต่ "จนกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันก็ยังคงรู้สึกเคลือบแคลงใจอยู่"

"ฉันไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นในตัวทรัมป์เท่าไหร่" เธอกล่าว

Map showing the location of Greenland and the capital Nuuk, relatively to Denmark, Canada and the United States. Also labelled is the US capital Washington.
คำบรรยายภาพ, ทำเลที่ตั้งของกรีนแลนด์ซึ่งอยู่ระหว่างอเมริกาเหนือและอาร์กติก ทำให้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และสำหรับการเฝ้าระวังเรือเดินทะเล

ยังไม่มีการเผยแพร่เนื้อหาของข้อตกลงดังกล่าว โดยทางบีบีซีได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำสหรัฐอเมริกาและทำเนียบขาวแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อได้สรุปสาระสำคัญของข้อตกลงนี้โดยไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึก

หนึ่งในข้อกำหนดที่เห็นพ้องร่วมกันคือ ข้อตกลงนี้จะไม่มีวันหมดอายุ แม้ว่ากรีนแลนด์จะกลายเป็นประเทศเอกราชในอนาคตก็ตาม

เจ้าหน้าที่ระบุเพิ่มเติมว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯ มีอำนาจฝ่ายเดียวในการสร้างโครงสร้างทางทหารเพิ่มเติมโดยไม่ต้องขออนุมัติจากกรีนแลนด์หรือเดนมาร์ก ซึ่งรวมถึง "สิทธิในการเข้าถึง การตั้งฐานทัพ และการบินผ่านอย่างถาวร"

นอกจากนี้ ยังห้ามไม่ให้ประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกนาโตสร้างฐานทัพในกรีนแลนด์ และ "ห้ามไม่ให้ชาติที่เป็นปรปักษ์ทำการลงทุนในกรีนแลนด์ซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกา"

เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าวเสริมว่า ภายใต้สถานะที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ชาติที่เป็นปรปักษ์ได้รับอนุญาตให้ลงทุนใน "ภาคส่วนที่ละเอียดอ่อน" ของกรีนแลนด์ได้ "โดยไม่มีการคัดกรองการลงทุน"

เจ้าหน้าที่ได้เจาะจงพาดพิงถึงรัสเซียและจีน โดยระบุว่าข้อตกลงนี้จะปิดกั้นไม่ให้ประเทศทั้งสองส่งทหารเข้ามาประจำการหรือทำการลงทุนใน "ภาคส่วนที่ละเอียดอ่อน"

เนื่องจากยังไม่มีการเผยแพร่เนื้อหาอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงนี้มีความแตกต่างจากข้อตกลงปี 1951 กับเดนมาร์กอย่างไร ซึ่งภายใต้ข้อตกลงเดิมนั้น สหรัฐฯ สามารถส่งทหารจำนวนเท่าใดก็ได้ไปยังกรีนแลนด์

ปัจจุบันสหรัฐฯ มีกำลังพลทางทหารประจำการอยู่อย่างถาวรมากกว่า 100 นาย ณ ฐานทัพพิทุฟฟิก (Pituffik) ทางปลายสุดด้านตะวันตกเฉียงเหนือของดินแดนดังกล่าว

ทรัมป์เคยระบุว่ากรีนแลนด์มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อแผนการของเขาในการสร้างระบบป้องกันภัย "โกลเดน โดม" (Golden Dome) ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องสหรัฐฯ จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากรัสเซียและจีน และระบุว่าชาติพันธมิตรยุโรปสามารถเข้ามาให้ความร่วมมือในความพยายามนี้ได้

เกาะแห่งนี้ยังมีทุนสำรองแร่หายากจำนวนมหาศาล ที่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งแร่เหล่านี้หลายชนิดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงการผลิตโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้า