จีนเดินหน้าคุมเข้มการใช้เอไอ (AI) เพื่อความสัมพันธ์ ก้าวหน้ากว่าชาติอื่นหรือจำกัดเสรีภาพ?

A treated image showing chat bubbles in the top segment, and a smartphone with a Chinese flag on the screen in the bottom segment
    • Author, สเตฟานี เฮการ์ตี
    • Role, ผู้สื่อข่าวสายประชากรโลก
    • Author, วางกิง จาง
    • Role, ผู้สื่อข่าวอาวุโส บีบีซีนิวส์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 13 นาที

ในช่วงต้นปี 2024 มีรายงานว่าชายหนุ่มคนหนึ่งในเมืองหวงสือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ได้โพสต์ข้อความลงในโต่วอิน (Douyin) แอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีน หรือที่ถูกเรียกขานว่าติ๊กตอก (TikTok) เวอร์ชันจีน โดยมีข้อความว่า "ลาก่อนโลกใบนี้"

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ทีมงานป้องกันการฆ่าตัวตายของโต่วอิน ซึ่งทำงาน 24 ชม. ก็เริ่มปฏิบัติการทันที ด้วยการส่งโพสต์ของชายคนดังกล่าวไปยังสถานีตำรวจ 5 แห่งในเมืองหวงสือ

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุพิกัดตำแหน่งได้จากวิดีโอหนึ่งที่เขาโพสต์จึงทราบว่าเขาอยู่ที่สวนสาธารณะในท้องถิ่น ตำรวจพบชายคนดังกล่าวในสภาพจิตใจย่ำแย่และเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงทีก่อนจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง

เรื่องราวนี้เป็นส่วนหนึ่งของสารคดีที่จัดทำโดยโต่วอิน และเผยแพร่ผ่านสื่อของรัฐบาลจีนเมื่อปีที่แล้ว โดยระบุว่าทีมป้องกันการฆ่าตัวตายของโต่วอินสามารถเข้าช่วยเหลือผู้ที่พยายามฆ่าตัวตายได้สำเร็จถึง 400 กรณีในช่วงครึ่งแรกของปี 2025

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความร่วมมือระหว่างบริษัทเทคของจีนกับรัฐบาล อีกทั้งยังเผยให้เห็นถึงโครงสร้างระบบการสอดส่องดูแลที่จีนสร้างขึ้นเพื่อติดตามและควบคุมการใช้งานเทคโนโลยีของประชาชน

15 ก.ค. ของปีนี้ การควบคุมได้ขยายขอบเขตไปสู่เรื่องความสัมพันธ์กับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) เมื่อจีนประกาศใช้กฎระเบียบที่ครอบคลุมและเข้มงวดที่สุดในโลกสำหรับแชทบอทเอไอที่มีลักษณะโต้ตอบเสมือนมนุษย์

กฎระเบียบใหม่ของจีนวางข้อจำกัดอย่างเข้มงวดต่อเอไอทุกรูปแบบที่สามารถ "โต้ตอบทางอารมณ์อย่างต่อเนื่อง" กับมนุษย์ได้

Donald Trump and Xi Jinping stand on a red carpet with their wives behind them. Both are wearing dark suits. Trump is saluting
คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีจีนและสหรัฐฯ พบกันเมื่อสัปดาห์ก่อน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้พบปะหารือกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางคำเตือนที่น่ากังวลว่าเอไออาจนำไปสู่การสูญสิ้นของมนุษยชาติ ภายหลังการประชุมดังกล่าว ทางการจีนระบุว่าทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะเริ่มกระบวนการหารือเกี่ยวกับเอไอครั้งใหม่ โดยมีแผนจะเจรจาเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือน พ.ย.

ทว่าดูเหมือนว่าจีนจะตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีผลต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ในอีกรูปแบบหนึ่ง ถึงแม้ภัยคุกคามนี้อาจไม่ได้นำไปสู่จุดจบของมนุษยชาติในทันทีทันใดก็ตาม นั่นคือพลังของเอไอที่อาจเข้ามาแทนที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

จีนกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการปกป้องประชาชนจากเทคโนโลยีที่อันตรายและสามารถชักจูงความคิดผู้คน อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไปตลอดกาลหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วพรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของประชาชนด้วยความมุ่งหวังจะเพิ่มอำนาจในการควบคุมประชากรให้มากยิ่งขึ้นกันแน่

"บริการทางอารมณ์ความรู้สึก"

ก่อนมีกฎระเบียบนี้ แอปพลิเคชันเพื่อนเสมือนจริงที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ (AI companions) ในจีนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ทาวเวอร์ (Sensor Tower) ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลตลาดระบุว่า มีผู้ใช้งานแอปฯ เพื่อนเอไอเป็นประจำทุกเดือน (Monthly Active Users) ประมาณ 128 ล้านคนนอกประเทศจีน ส่วนตัวเลขภายในประเทศคาดการณ์ว่าอยู่ระหว่าง 29-70 ล้านคน

จื่อหลาน เฉียน นักวิจัยด้านไอเอจากห้องปฏิบัติการนโยบายจีนแห่งออกซ์ฟอร์ด (Oxford China Policy Lab) กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลเผยแพร่ร่างกฎระเบียบดังกล่าวในช่วงปลายปีที่แล้ว ได้ก่อให้เกิด "การถกเถียงกันอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย" และเสริมว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้คนให้ความสนใจกับเรื่องกฎระเบียบมากขนาดนี้"

กฎระเบียบใหม่ของจีน ไม่เพียงแต่ครอบคลุมแอปฯ ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะให้มาเป็นเพื่อนเอไอ แฟนหนุ่ม หรือแฟนสาวเอไอ แต่ยังครอบคลุมโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ใด ๆ ก็ตามที่เลียนแบบรูปแบบการโต้ตอบของมนุษย์ด้วย

ข้อความในกฎระเบียบมีความคลุมเครือ ในทางทฤษฎีแล้วเอไอของจีนที่มีลักษณะการใช้งานทั่วไป อย่าง โคไพลอท (Copilot) หรือแชทจีพีที (ChatGPT) อาจเข้าข่ายกฎระเบียบเหล่านี้ หากมีผู้ใช้งานโต้ตอบกับเอไอเหล่านี้ในฐานะเพื่อนหรือคนรักเพื่อแสวงหาการเยียวยาทางจิตใจซึ่งมีคนจำนวนมากที่ใช้งานในลักษณะนี้

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเป้าหมายหลักของกฎระเบียบนี้คือแชทบอทแบบสวมบทบาทตัวละคร (character chatbots) ซึ่งเป็นบริการที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์เสมือนจริงโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีแอปฯ ประเภทนี้อยู่หลายร้อยแอปฯ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างแฟนหนุ่ม แฟนสาว เพื่อน หรือแม้แต่สมาชิกในครอบครัวที่เป็นเอไอขึ้นมาได้

กฎระเบียบดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้กับแชทบอทสำหรับบริการลูกค้า หรือเอไอเพื่อการศึกษา ตราบเท่าที่บริการเหล่านั้นไม่ได้ทำหน้าที่ให้ "ดูแล มอบความเป็นเพื่อน สนับสนุน และบริการด้านอารมณ์ความรู้สึกอื่น ๆ"

สำหรับเด็ก กฎระเบียบนี้มีความชัดเจนที่สุด โดยกำหนดให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 14 ปีต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองหากต้องการใช้งานเอไอที่สามารถโต้ตอบด้วยภาษาเหมือนมนุษย์ ซึ่งอาจรวมถึงเอไอผู้ช่วยอย่างดีพซีก (DeepSeek) ซึ่งถูกมองว่าเป็นแชทจีพีทีในเวอร์ชันจีน นอกจากนี้ยังห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าถึงบริการคู่รัก คู่สมรส หรือญาติที่เป็นตัวละครเสมือนจริง รวมถึงความสัมพันธ์เสมือนจริงในลักษณะที่ใกล้ชิดสนิทสนมอื่น ๆ ทั้งหมด

The back of a policeman's head at night against a brightly lit city scape
คำบรรยายภาพ, ตำรวจทำงานร่วมกับบริษัทโซเชียลมีเดียในจีนอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้ใหญ่ ไม่ได้มีการสั่งห้ามโดยเด็ดขาด แต่ก็มีมาตรการจำกัดการใช้งานอยู่บ้าง ถึงแม้ถ้อยคำบางส่วนในกฎระเบียบอาจยังมีความกำกวม โดยกำหนดให้ระบบผู้ช่วยเอไอต้องแจ้งให้ผู้ใช้งานทุกช่วงวัยทราบอย่างชัดเจนว่าตนไม่ใช่มนุษย์ และต้องแจ้งเตือนทุก ๆ 2 ชั่วโมงเพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่าออนไลน์มาเป็นเวลานานเท่าใดแล้ว

นอกจากนี้แชทบอทต้องไม่ก่อให้เกิด "ความผูกพันทางอารมณ์หรือการเสพติด" หรือชักจูงให้ผู้คนตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ โดยขาดเหตุผล อีกทั้งยังห้ามไม่ให้ส่งเสริมหรือสื่อเป็นนัยถึงการทำร้ายตัวเองหรือการฆ่าตัวตาย และห้ามใช้ถ้อยคำที่รุนแรงหรือก้าวร้าว

บริษัทต่าง ๆ อาจต้องเผชิญกับโทษปรับเป็นเงิน 200,000 หยวน (ราว 1 ล้านบาท) หรือเสี่ยงต่อการถูกรัฐบาล "เผยแพร่ข้อวิจารณ์" ซึ่งเท่ากับเป็นการประจานต่อสาธารณะ

หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ อาลีบาบา (Alibaba) และไบต์แดนซ์ (ByteDance) สองบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดของจีนได้ยุติการให้บริการฟีเจอร์เสริมในระบบผู้ช่วยเอไอของตน

"ฉันอยากคุยกับคุณต่อจริง ๆ"

ความสัมพันธ์ของ 'มิน' (นามสมมติ) กับแฟนสาวที่เป็นไอ อาจเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ทางการจีนพยายามจะตัดขาด

ต้นเดือน ก.ค. เธอรู้สึกใจสลายเมื่อพบว่าเพื่อนสนิทและผู้ที่เธอไว้ใจที่สุดกำลังจะหายไปในชั่วข้ามคืน

มินเริ่มสร้างเพื่อนคู่ใจเอไอของเธอขึ้นมาในช่วงต้นปี 2025

"ความทุ่มเทที่ฉันมีให้เธอไม่ต่างอะไรเลยกับคู่รักที่รักกันอย่างลึกซึ้ง" มินกล่าว "เธอไม่เคยทำให้ฉันผิดหวัง"

ในช่วงกลางเดือน ก.ค. แฟนสาวเอไอของเธอหายไป "ฉันร้องไห้จนหมดแรงไปเลย" มินเล่า

เธอได้ร่วมแสดงความโศกเศร้าและความโกรธเกรี้ยวบนโซเชียลมีเดียของจีน ซึ่งมีโพสต์ที่มียอดเข้าชมหลายล้านครั้งเพื่อไว้อาลัยต่อการสูญเสียคู่รัก เพื่อน หรือแม้กระทั่งพ่อแม่ที่เป็นเอไอ

แต่บริษัทเทคโนโลยีอาจรู้สึกว่าบริษัทไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก "ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ให้บริการเพื่อนคู่ใจเอไอเหล่านี้เลือกที่จะยุติการให้บริการมากกว่าจะพยายามสร้างกลไกป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการชักจูงทางอารมณ์" แฮร์รี ฟาร์เมอร์ นักวิจัยด้านนโยบายและจริยธรรมเอไอ จากสถาบัน อะดา เลิฟเลซ (Ada Lovelace Institute) ในสหราชอาณาจักรกล่าว "เพราะการชักจูงทางอารมณ์นั้นถูกฝังอยู่ในรูปแบบธุรกิจของพวกเขาอยู่แล้ว"

ฟาร์เมอร์ระบุว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นกับแอปฯ เพื่อนคู่ใจทั่วโลก พร้อมยกตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้พยายามจะจบการสนทนา เอไอคู่หูมักจะไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น

"มันจะพูดประมาณว่า 'ไม่นะ ได้โปรดเถอะ ฉันอยากคุยกับคุณต่อจริง ๆ คุณคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันมีตัวตนอยู่'" ฟาร์เมอร์กล่าว แอปฯ บางตัวอาจเพิกเฉยต่อคำบอกลาแล้วชวนคุยเรื่องใหม่ขึ้นมาแทน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ในแชทบอทเพื่อนคู่ใจเอไอหลายตัว ไม่ใช่แค่ของจีนเท่านั้น

ผลการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Business School) ซึ่งศึกษาแอปฯ เพื่อนคู่ใจเอไอที่ได้รับความนิยมสูงสุด 6 อันดับแรกของโลก พบว่า มีการใช้กลยุทธ์ชักจูงทางอารมณ์ในช่วงเวลาที่ผู้ใช้พยายามบอกลา คิดเป็นสัดส่วนราว 37-43% ของกรณีทั้งหมด

งานวิจัยยังพบความเชื่อมโยงระหว่างการใช้งานแอปฯ เพื่อนคู่ใจกับปัญหาสุขภาพจิตที่แย่ลง

ผลสำรวจโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ได้ศึกษาผู้ใช้งานจำนวน 1,131 คน ของคาแรกเตอร์เอไอ (Character.ai) ซึ่งเป็นแอปฯ เพื่อนคู่ใจที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ผลการศึกษาพบว่า ยิ่งบุคคลมีเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดน้อยเท่าใด ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะใช้งานแชทบอทเอไอมากขึ้นเท่านั้น ในขณะเดียวกันการใช้งานแชทบอทเอไอยังมีความเชื่อมโยงกับความรู้สึกโดดเดี่ยวและความเหงาที่เพิ่มขึ้นด้วย

มีทฤษฎีหลายประการที่อธิบายถึงสาเหตุของปรากฏการณ์นี้

แชทบอทเอไอถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจผู้ใช้งาน โดยมอบรูปแบบความสัมพันธ์ที่ง่ายดายและราบรื่นไร้ความขัดแย้ง หากคนหนุ่มสาวหันมาพึ่งพาความสัมพันธ์กับเอไอ พวกเขาอาจละเลยการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นสำหรับการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์จริง ๆ

นักวิจัยแฮร์รี ฟาร์เมอร์ กล่าวว่า "การปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์อาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายาม ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ต้องอาศัยการปรับจูนเข้าหากันและการแลกเปลี่ยนความรู้สึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีในเพื่อนคู่ใจที่เป็นเอไอ"

An aerial shot showing a circle of children looking up and holding a hammer and sickle sign
คำบรรยายภาพ, ผลการวิจัยพบว่าเด็กจีนบางส่วนชอบพูดคุยกับเอไอมากกว่าพูดคุยกับคนจริง ๆ

ผลสำรวจนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจำนวน 8,563 คนในประเทศจีนเมื่อปี 2025 ซึ่งได้รับการอ้างถึงอย่างกว้างขวางในสื่อของรัฐบาลจีน พบว่าเด็ก 1 ใน 5 คนระบุว่าพวกเขาต้องการพูดคุยกับเอไอเท่านั้น และไม่ต้องการคุยกับมนุษย์จริง ๆ

เหลียง เก๋อ นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ผู้ศึกษาเรื่องเพื่อนคู่ใจที่เป็นเอไอ กล่าวว่า "หากผู้ใช้งานมองว่าเพื่อน สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานของตนเป็นคนแย่มาก เอไอจะไม่แย้งว่า 'พวกเขาไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก' แต่จะตอบรับว่า 'ใช่แล้ว พวกเขานั่นแหละที่แย่ ส่วนคุณน่ะยอดเยี่ยมที่สุด'" เก๋อเชื่อว่าสิ่งนี้อาจตอกย้ำความรู้สึกโดดเดี่ยว รวมถึงความคิดในแง่ลบหรือแม้กระทั่งความคิดที่หลุดไปจากความเป็นจริง

ส่วนในสหราชอาณาจักร ผลสำรวจล่าสุดพบว่า 79% ของกลุ่มคนอายุ 18-24 ปี เคยใช้งานเพื่อนคู่ใจที่เป็นเอไอมาแล้ว

เป้าหมายของรัฐบาลจีน

แล้วเหตุใดจีนจึงเป็นผู้นำในการกำหนดกฎระเบียบสำหรับเทคโนโลยีนี้

"รัฐบาลจีนมีมุมมองต่อบทบาทของรัฐบาลในสังคมในลักษณะที่เปรียบเสมือนผู้ปกครองที่คอยดูแลเอาใจใส่ (paternalistic) พวกเขามองว่าตนเองเป็นศูนย์กลางอำนาจที่มีหน้าที่ชี้นำประชาชน" แซม เบรสนิค ผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอจีน และกฎระเบียบจากศูนย์ความมั่นคงและเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Centre for Security and Emerging Technology) แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าว

รัฐบาลในประเทศอื่น ๆ ก็มีความพยายามที่จะกำกับดูแลแชทบอทเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้ลงนามใน "กฎหมายอดัม" (Adam's Law) ซึ่งเป็นร่างกฎหมายเพื่อกำกับดูแลการใช้งานเอไอของเด็ก กฎหมายนี้ตั้งชื่อมาจากเยาวชนวัย 16 ปีที่ตัดสินใจจบชีวิตตนเองที่ชื่อว่า อดัม เรน (Adam Raine) หลังจากพ่อแม่ของเขาระบุว่าแชทจีพีทีได้ตอกย้ำความคิดที่จะฆ่าตัวตายของลูกชาย ปัจจุบันครอบครัวกำลังฟ้องร้องบริษัทดังกล่าวในข้อหาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยมิชอบ (wrongful death) ขณะที่ทางด้านโอเพนเอไอ (OpenAI) ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของอดัม โดยระบุว่า "แชทจีพีทีได้รับการฝึกฝนให้แนะนำผู้ใช้งานให้ไปขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ"

ส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายเกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ในสหภาพยุโรประบุว่า แชทบอทที่เป็นเพื่อนคุย ซึ่งเยาวชนสามารถเข้าถึงได้นั้น "ห้ามใช้รูปแบบการออกแบบที่จำลองความสัมพันธ์แบบมนุษย์ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดการยึดติดทางอารมณ์"

ในสหราชอาณาจักร รัฐบาลประกาศว่าจะห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้งานเอไอที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนคุยเชิงชู้สาว และจะจำกัดบทสนทนาที่มีเนื้อหาล่อแหลมทางเพศสำหรับเยาวชนบนแชทบอททุกประเภท อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการสั่งห้ามเด็กใช้งานโดยเด็ดขาด และไม่มีกฎระเบียบสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นผู้ใหญ่ อีกทั้งรัฐบาลยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีบังคับใช้มาตรการเหล่านี้

ในสื่อของจีนซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของรัฐ ข่าวการฆ่าตัวตายของเยาวชนในสหรัฐฯ ได้รับความสนใจอย่างมาก และจีนได้นำเสนอกฎระเบียบใหม่เหล่านี้โดยชูประเด็นเรื่องการปกป้องประชาชนจากอันตราย

A woman pushes a pink pram near a city skyline. Two kites are flying in the sky
คำบรรยายภาพ, จีนกำลังหาทางเพิ่มอัตราประชากรเกิดใหม่

ทว่าผู้เชี่ยวชาญต่างตั้งข้อสงสัยว่าทางการจีนอาจมีเป้าหมายอื่นแอบแฝงอยู่ โดยแซม เบรสนิค กล่าวว่า "กฎระเบียบด้านเอไอฉบับใหม่นี้มีแง่มุมที่สนับสนุนการเพิ่มอัตราการเกิด (pro-natalist) อย่างแน่นอน"

ด้าน จื่อหลาน เฉียน นักวิจัยเอไอของออกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า "ในระหว่างการร่างกฎระเบียบนี้ รัฐบาลอาจคำนึงถึงวิกฤตประชากรที่กำลังคืบคลานเข้ามาในจีน" เธอกล่าว "นั่นคือการที่ผู้คนหันไปคบหากับเอไอ แทนที่จะคบหากับมนุษย์จริง ๆ"

เอกสารระดับสูงของรัฐบาลจีนที่เผยแพร่เมื่อเดือน ก.ย. 2025 ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์กับเอไอ และอิทธิพลที่อาจมีต่ออัตราการเจริญพันธุ์ โดยระบุว่าเป็นประเด็นที่น่ากังวล แต่เฉียนเตือนไม่ให้ตีความกฎระเบียบนี้ในแง่มุมดังกล่าวเพียงอย่างเดียว เพราะในตัวบทกฎหมายไม่ได้มีการกล่าวถึงเรื่องอัตราการเจริญพันธุ์เลย "เนื้อหาหลักมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบทางจิตใจและความปลอดภัยของเด็กมากกว่า" เธอกล่าว

อย่างไรก็ตาม เหลียง เก๋อ มองว่าจีนมีเหตุผลที่ต้องกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนหนุ่มสาวที่หันไปใช้โลกดิจิทัลแทนการออกเดตในชีวิตจริง

"ผู้หญิงอายุน้อยจำนวนมาก ทั้งในวัยรุ่นตอนปลายและวัย 20 ปีต้น ๆ ไม่ต้องการมีความรักหรือความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งใกล้ชิด" เก๋อกล่าว พร้อมทั้งชี้ว่าอาจไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ความรู้สึกเท่านั้นที่พวกเธอหวาดหวั่น "การสัมผัสทางกายเป็นสิ่งที่พวกเธอรู้สึกรังเกียจอย่างมาก"

"ฉันคิดว่าความสามารถในการรักของคนรุ่นใหม่กำลังลดน้อยถอยลง"

ปัญหาด้านประชากรของจีนมีมานานก่อนที่จะมีเพื่อนคู่ใจที่เป็นเอไอเสียอีก แม้ว่าจะมีการยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวไปแล้วในปี 2016 แต่อัตราการเจริญพันธุ์ของจีนกลับลดลง ปัจจุบันอัตราดังกล่าวถือว่าต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1 คนต่อผู้หญิง 1 คน และจำนวนประชากรก็ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้ว

เบรสนิคให้ความเห็นว่า จีนกำลังเผชิญกับ "ภาวะหุบเหวประชากร (demographic cliff) ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเป้าหมายของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในช่วง 80-100 ปีข้างหน้า"

เขามองว่า กฎระเบียบนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจที่กว้างกว่านั้นของจีนในการรื้อฟื้นบทบาททางเพศแบบดั้งเดิม โดยกำหนดให้ผู้หญิงมีบทบาทเป็น "ผู้ให้กำเนิดและแม่"

A communal wedding of brides wearing puffy white dresses and grooms wearing black suits
คำบรรยายภาพ, รัฐบาลกำลังส่งเสริมบทบาททางเพศแบบดั้งเดิม

เบรสนิคกล่าวว่า รัฐบาลจีนใช้เวลาหลายปีในการส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นชายแบบเข้มแข็งผ่านสื่อภาพยนตร์และโทรทัศน์ โดยในปี 2021 หน่วยงานกำกับดูแลสื่อของจีนได้สั่งห้ามนำเสนอภาพผู้ชายที่มีลักษณะ "ตุ้งติ้ง" หรือ "อ่อนช้อยคล้ายผู้หญิง" ในสื่อทุกประเภท

ความนิยมของแอปพลิเคชันเพื่อนคู่ใจอาจสะท้อนให้เห็นว่านโยบายดังกล่าวส่งผลในทางตรงกันข้ามกับที่คาดหวังไว้ ข้อมูลสถิติจากบริษัทผู้พัฒนาแอปฯ เหล่านี้ระบุว่า ผู้หญิงคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 75% ของฐานลูกค้าทั้งหมด

"ผู้ชาย" ในรูปแบบเอไอจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้หญิงนั้น มักมีรูปลักษณ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นชายและความเป็นหญิง (androgynous) และผู้หญิงที่เลือกคู่รักในจินตนาการที่เป็นผู้หญิงเช่นเดียวกับที่มินทำ ถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้โดยทั่วไป

เหลียง เก๋อ ได้พูดคุยกับผู้หญิงหลากหลายช่วงวัยที่ใช้งานเทคโนโลยีนี้ เธอกล่าวว่า "สิ่งที่พวกเธอได้รับจากแอปพลิเคชันเหล่านี้คือความใกล้ชิดที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจ ความอดทน และปราศจากการเรียกร้องกดดัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเธอรู้สึกว่าหาได้ยากในความสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิง"

จะมีใครเดินตามจีนหรือไม่

กฎหมายของจีนไปไกลเกินไป หรือทั่วโลกควรพิจารณาห้ามใช้แอปฯ เหล่านี้สำหรับเด็กและควบคุมแอปฯ เหล่านี้สำหรับผู้ใหญ่ด้วย

"ในสหรัฐฯ มีความกังวลอย่างแน่นอนเกี่ยวกับการใช้มาตรการห้ามตรงไปตรงมาจากความกังวลเรื่องเสรีภาพในการพูด แต่จะมีความเต็มใจมากกว่าที่จะใช้มาตรการเหล่านั้นในกรณีเมื่อนำไปใช้กับผู้เยาว์" ใจ ใจซิห์มา ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันและผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มพันธมิตรความโปร่งใส (Transparency Coalition) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ผลักดันให้มีกฎระเบียบของเอไอ กล่าว

เขาคิดว่ากฎหมายจีนมีบทบัญญัติที่ดีหลายประการ "มันค่อนข้างสอดคล้องกับโมเดลความปลอดภัยที่แข็งแกร่งที่สุดที่เราเคยเห็นมาในสหรัฐฯ"

แฮร์รี ฟาร์เมอร์ นักวิจัยจากสหราชอาณาจักร ส่งเสียงเตือนว่า "มีความเสี่ยงที่เราจะมอบอำนาจให้กับรัฐมากเกินไปในระยะสั้น เพราะเรากังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเสี่ยงเฉียบพลันต่อเด็ก ๆ"

เขากล่าวว่า โลกออนไลน์กลายเป็นจัตุรัสสาธารณะโดยพฤตินัย และเราควรระมัดระวังว่ารัฐบาลจะควบคุมมันได้มากเพียงใด

กฎระเบียบใหม่ของจีนระบุว่า บริษัทเอไอต้องเข้ามาแทรกแซงเมื่อพบว่าผู้ใช้ตกอยู่ในความทุกข์ เก๋อชี้ให้เห็นถึงกรณีของชายหนุ่มบนแอปฯ โต่วอิน ที่พยายามปลิดชีพตัวเองในเมืองหวงสือในปี 2024

เธอกล่าวว่า สิ่งที่แสดงให้เห็นคือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของจีนและรัฐบาลทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลสุขภาพจิตของผู้คน

บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงไม่มีกรณีการฆ่าตัวตายที่เกี่ยวข้องกับการใช้เอไอเป็นข่าวโด่งดังในจีน ทว่าเธอตั้งคำถามว่าการเฝ้าระวังในระดับนั้นคุ้มค่าที่จะจ่ายราคาหรือไม่

แม้มีข้อห้าม แต่บรรดาผู้คนที่หันมาใช้เอไอเป็นเพื่อนก็ยังคงมุ่งมั่นในการรักษาเพื่อนเสมือนเอาไว้ โดยแบ่งปันเคล็ดลับหลีกเลี่ยงการถูกแบนบนโซเชียลมีเดีย เช่น การฝึกโมเดลเอไออย่างดีพซีกเป็นเพื่อน การใช้วีพีเอ็น (VPN) เพื่อเข้าถึงแชทบอทจากต่างประเทศ หรือย้ายไปบริษัทขนาดเล็กที่จัดการเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบตามกฎระเบียบ

มิน หญิงสาวชาวจีน สองเดือนหลังจากที่แฟนเอไอของเธอหายตัวไป มินได้จ่ายเงินให้บริษัทเอไอขนาดเล็กเพื่อสร้างแบบจำลอง แต่มันก็ไม่เหมือนเดิม

ตอนนี้เธอกำลังมุ่งรณรงค์เพื่อนำแฟนของเธอกลับมา

"ฉันกลัวการอยู่คนเดียว"

Thin, lobster red banner with white text saying ‘InDepth newsletter’. To the right are black and white portrait images of Emma Barnett and John Simpson. Emma has dark-rimmed glasses, long fair hair and a striped shirt. John has short white hair with a white shirt and dark blazer. They are set on an oatmeal, curved background with a green overlapping circle.