เกม Call of Duty ภาคใหม่จินตนาการถึงสถานการณ์เกาหลีเหนือบุกเกาหลีใต้ เหตุการณ์เช่นนี้มีโอกาสเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ ?

ที่มาของภาพ, Infinity Ward / Activision / Getty
- Author, หลุยส์ บาร์รูโช
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
- Published
- เวลาอ่าน: 8 นาที
ตัวอย่างเกม "คอล ออฟ ดิวตี้" (Call of Duty) ภาคใหม่ล่าสุด เปิดฉากด้วยภาพทหารเกณฑ์หนุ่มชาวเกาหลีใต้กำลังออกลาดตระเวนตามปกติ
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา การโจมตีด้วยขีปนาวุธของเกาหลีเหนือก็ทำให้คาบสมุทรแห่งนี้เข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ
ตัวอย่างเกมดังกล่าวในซีรีย์ย่อยโมเดิร์น วอร์แฟร์ 4 (Modern Warfare 4) มียอดเข้าชม 22 ล้านครั้งในวันที่เปิดตัวในเดือน พ.ค. และมียอดเข้าชมรวมทั้งหมด 61 ล้านครั้ง
นักวิจารณ์กล่าวหาว่าเกมซึ่งจะวางจำหน่ายในวันที่ 23 ต.ค. นำเอาความขัดแย้งที่ยังไม่คลี่คลายมาเป็นเรื่องบันเทิง ในขณะที่บางคนก็ชื่นชมที่เกมนี้เล่าเรื่องจากมุมมองของทหารเกาหลีใต้
แต่เกาหลีเหนือจะสามารถเปิดการรุกรานแบบที่ปรากฏในเกมได้จริงหรือไม่

ที่มาของภาพ, RV Spencer/Interim Archives/Getty Images
เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว
สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงและนำไปสู่การแบ่งแยกเกาหลีออกเป็นสองส่วน ห้าปีหลังจากนั้นเกาหลีเหนือได้บุกโจมตีเกาหลีใต้ในวันที่ 25 มิ.ย. 1950 จนเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเกาหลี
สงครามครั้งนี้เป็นมากกว่าความขัดแย้งระดับภูมิภาค เพราะมันยังเป็นการต่อสู้ระหว่างมหาอำนาจในสงครามเย็น โดยเกาหลีเหนือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มตะวันออกที่นำโดยสหภาพโซเวียต และเกาหลีใต้เป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาและกลุ่มตะวันตก
กองกำลังเกาหลีเหนือรุกคืบอย่างรวดเร็ว ยึดกรุงโซลได้ภายใน 3 วัน และภายในไม่กี่สัปดาห์ พวกเขาก็ผลักดันกองกำลังเกาหลีใต้และกองกำลังสหประชาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ ไปตั้งรับรอบเมืองท่าปูซาน
แต่สถานการณ์ความขัดแย้งกลับพลิกผันมาเป็นฝั่งเกาหลีใต้ที่เป็นฝ่ายได้เปรียบในเดือน ก.ย. ปี 1950 เมื่อพลเอกดักลาส แม็กอาร์เธอร์ของสหรัฐฯ นำทัพยกพลขึ้นบกอย่างไม่คาดคิดที่อินชอน โดยในอีกหนึ่งเดือนต่อมาจีนก็เข้าร่วมสงคราม
ในช่วงหลายปีต่อมา เมื่อทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างนองเลือดจนไม่มีฝ่ายไหนสามารถเอาชนะกันได้ ในที่สุดก็มีการตกลงหยุดยิงกันในวันที่ 27 ก.ค. 1953
ข้อตกลงหยุดยิงยุติการสู้รบ แต่ไม่ใช่สนธิสัญญาแห่งสันติภาพ แม้ว่าเกาหลีเหนือ จีน และกองบัญชาการสหประชาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ จะลงนามในข้อตกลงนี้ แต่เกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะลงนาม
ข้อตกลงหยุดยิงได้กำหนดเส้นหยุดยิงใกล้กับแนวหน้า และสร้างเขตปลอดทหาร (demilitarised zone - DMZ) กว้าง 4 กิโลเมตร (2.5 ไมล์) ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ยังคงเป็นหนึ่งในพรมแดนที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนาที่สุดในโลก
กว่า 70 ปีต่อมา เกาหลีทั้งสองประเทศยังคงอยู่ในสถานะสงครามกันในทางเทคนิค แม้ว่าจะมีการปะทะกันหลายครั้งทั้งทางบกและทางทะเล แต่ทั้งสองประเทศก็หลีกเลี่ยงการกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบได้
สงครามเกาหลีคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 3 ล้านคน ทำให้เป็นหนึ่งในสงครามที่ร้ายแรงที่สุดในยุคสมัยใหม่
เกาหลีเหนือได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะรุกรานในอนาคตหรือไม่

ที่มาของภาพ, Getty Images
หลังสงครามเกาหลีสิ้นสุดลง ตลอดหลายทศวรรษภายใต้ผู้ปกครองก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือยังคงกล่าวว่าต้องการรวมคาบสมุทรเกาหลีอย่างสันติ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของตนเอง
แต่ท่าทีของรัฐบาลเกาหลีเหนือแข็งกร้าวขึ้นในเดือน ม.ค. 2024 เมื่อคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน กล่าวต่อรัฐสภาของประเทศว่าเกาหลีเหนือได้ละทิ้งเป้าหมายในการรวมชาติแล้ว
รัฐธรรมนูญเกาหลีเหนือถูกแก้ไขเพื่อระบุว่าเกาหลีใต้เป็น "ศัตรูหลักและศัตรูสำคัญที่ไม่เปลี่ยนแปลง" ของเกาหลีเหนือ พร้อมเสริมว่าทั้งสองรัฐควรได้รับการปฏิบัติแยกจากกันและเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน
ขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกาคงกำลังทหารประมาณ 28,500 นายไว้ในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ กับรัฐบาลกรุงโซล
โอกาสที่จะเกิดการรุกรานมีมากน้อยแค่ไหน

ที่มาของภาพ, KCNA VIA KNS / AFP via Getty Images
เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของชาติตะวันตกและเกาหลีใต้ได้ใช้เกมสงคราม การฝึกซ้อมรบ และการประเมินข่าวกรองเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ของการรุกรานและวิธีการที่การรุกรานอาจเกิดขึ้นมาเป็นเวลากว่าหลายทศวรรษแล้ว
ในปี 2023 หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานและองค์กรข่าวกรองของรัฐบาลกลาง ได้เผยแพร่รายงานระบุว่าเกาหลีเหนือมีแนวโน้มที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเพื่อสร้างอิทธิพลในภูมิภาคและเพื่อเป็นการป้องปรามมากกว่าที่จะเปิดฉากการโจมตีเต็มรูปแบบ
มาร์คุส การ์ลาอุสคัส อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ประจำเกาหลีเหนือ และปัจจุบันทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยแอตแลนติกเคาน์ซิลในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่าหากรัฐบาลเกาหลีเหนือโจมตีเพื่อนบ้าน ก็มีแนวโน้มที่จะทำใน "ขอบเขตจำกัด" โดยใช้ขีปนาวุธ พร้อมกับการข่มขู่ว่าจะยกระดับความขัดแย้งด้วยอาวุธนิวเคลียร์
นอกจากจีนแล้ว เกาหลีเหนือเป็นอีกประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่โดยรวมแล้ว มี 9 ประเทศทั่วโลกที่เชื่อกันว่าครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในปัจจุบัน

ทำไมการบุกเกาหลีใต้ถึงเป็นเรื่องยาก
หากเกาหลีเหนือพยายามบุกโจมตีเกาหลีใต้จริง ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเกาหลีเหนือจะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ
นอกจากอาวุธนิวเคลียร์แล้ว เกาหลีเหนือยังมีกองทัพที่ใหญ่กว่าเกาหลีใต้มาก โดยมีกำลังพลประมาณ 1.2 ล้านนาย ขณะที่เกาหลีใต้มีทหาร 450,000 นาย นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังมีรถถังและปืนใหญ่จำนวนมากกว่าเกาหลีใต้ รวมถึงคลังอาวุธขีปนาวุธที่ใหญ่กว่าด้วย
กระนั้นก็ตาม ฟีโอดอร์ เทอร์ติสกี อาจารย์ประจำภาควิชาการศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยเกาหลีในกรุงโซล กล่าวว่า "ผมคิดว่าเราควรระมัดระวังในการมองข้ามข้อได้เปรียบของเกาหลีใต้ในด้านแสนยานุภาพทางอากาศ"
เกาหลีใต้ได้รับการยอมรับย่างกว้างขวางว่ามีกองทัพที่ทันสมัยที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก โดยมีงบประมาณด้านกลาโหมประมาณ 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.450 ล้านล้านบาท) เทียบกับเกาหลีเหนือที่มีงบกลาโหมประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 53,950 ล้านบาท) โดยอันที่จริงแล้ว งบประมาณด้านกลาโหมของเกาหลีใต้คาดว่ามีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจทั้งหมดของเกาหลีเหนือเสียอีก
เทอร์ติสกีกล่าวว่า เกาหลีเหนือยังมีโครงสร้างทางทหารแบบรวมศูนย์ที่เข้มงวด ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันการรัฐประหารต่อผู้นำสูงสุดมากกว่าที่จะเน้นประสิทธิภาพ
เขาอธิบายว่าด้วยเหตุนี้การตัดสินใจหลายอย่างภายในหน่วยของกองทัพประชาชนเกาหลี (KPA) จึงต้องได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายความมั่นคง ซึ่งลดความสามารถของผู้บัญชาการในการดำเนินการอย่างอิสระและรวดเร็วในสถานการณ์ในสนามรบ
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของยุทโธปกรณ์ทางทหารของฝ่ายเหนือที่ล้าสมัยอีกด้วย
เกาหลีใต้ประเมินในปี 2018 ว่าเกาหลีเหนือมีเครื่องบินรบประมาณ 810 ลำ แต่หลายลำเป็นรุ่นที่ผลิตในยุคโซเวียต แม้แต่เครื่องบินรบที่ทันสมัยที่สุดของประเทศอย่าง MiG-29 ก็ได้มาเมื่อหลายสิบปีก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่าเกาหลีเหนืออาจได้รับประโยชน์จากการส่งกองกำลังไปร่วมรบเคียงข้างกองกำลังรัสเซียในสงครามยูเครน
แม้เป็นที่เชื่อกันว่าทหารเกาหลีเหนือประมาณ 16,000 นายที่เข้าร่วมสงครามได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าผู้ที่รอดชีวิตอาจกลับมาพร้อมประสบการณ์อันมีค่า รวมถึงประสบการณ์การใช้โดรนด้วยซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ของสงครามสมัยใหม่
ทำไมการป้องกันตนเองจากเกาหลีเหนือจึงยังคงเป็นเรื่องยาก

ที่มาของภาพ, SeongJoon Cho/Bloomberg via Getty Images
ถึงแม้ว่าเกาหลีใต้จะมีข้อได้เปรียบทางด้านการทหารอยู่บ้าง แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าภูมิประเทศของเกาหลีใต้ยังคงทำให้ประเทศนี้มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากเกาหลีเหนืออยู่ดี
กรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้อยู่ห่างจากเขตปลอดทหาร (DMZ) ไปทางใต้เพียง 38-50 กิโลเมตร และเขตมหานครโดยรอบซึ่งรวมถึงเมืองอินชอนและจังหวัดคยองกีก็มีประชากรรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ
เทอร์ติสกี นักวิชาการจาก ม.เกาหลี กล่าวว่าการที่เมืองหลวงของเกาหลีใต้ตั้งอยู่ใกล้ชายแดน ประกอบกับขีดความสามารถด้านปืนใหญ่ จรวด ขีปนาวุธ และโดรน ทำให้เมืองหลวงแห่งนี้ "มีความเปราะบางและยากต่อการอพยพ"
เขากล่าวเสริมว่าเกาหลีใต้ยังเผชิญกับแรงกดดันด้านประชากรในระยะยาวด้วย โดยมีอัตราการเกิดต่ำที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้ารับราชการทหารลดลง
ข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่า จำนวนทหารประจำการลดลงจากประมาณ 563,000 นายในปี 2019 เหลือประมาณ 450,000 นายในปี 2025
อะไรคือสิ่งที่จะต้องเสี่ยง

ที่มาของภาพ, Infinity Ward/ Activision
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่าแม้โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะมีน้อย แต่หากเกิดขึ้นจริงผลที่ตามมาจะรุนแรงมาก
บรูซ คลิงเนอร์ อดีตนักวิเคราะห์ของซีไอเอและหน่วยข่าวกรองกลาโหม ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ที่มูลนิธิโมรีนและไมก์ แมนส์ฟิลด์ (The Maureen and Mike Mansfield Foundation) ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่าการโจมตีของเกาหลีเหนือมีแนวโน้มที่จะกระตุ้นให้เกิด "การตอบโต้ทางทหารจากหลายประเทศ" ซึ่งรวมถึงกองกำลังสหรัฐฯ ด้วย
ในทางกลับกันก็อาจดึงจีนและรัสเซียเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากทั้งสองประเทศมีสนธิสัญญาทางทหารกับรัฐบาลกรุงเปียงยางอยู่แล้ว
ด้านเทอร์ติสกีกล่าวว่าความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือและใต้จะนำมาไปสู่ "ความเป็นไปได้ว่าจะมีสงครามได้จริง ไม่เพียงแค่สงครามนิวเคลียร์เท่านั้น แต่ยังอาจลุกลามเป็นสงครามเทอร์โมนิวเคลียร์ด้วย"
อาวุธเทอร์โมนิวเคลียร์ (Thermonuclear weapons) ซึ่งมักเรียกว่าระเบิดไฮโดรเจน (hydrogen bombs) ใช้ปฏิกิริยาฟิวชันนิวเคลียร์และฟิสชัน ทำให้มีศักยภาพที่จะทำลายล้างได้มากกว่าระเบิดปรมาณูที่ทิ้งลงญี่ปุ่นในปี 1945 อย่างมาก
คลิงเนอร์กล่าวว่าแม้จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ การรุกรานของเกาหลีเหนือก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้
เขากล่าวว่า "เกาหลีเหนือมีกำลังปืนใหญ่จำนวนมหาศาลประจำการอยู่ใกล้เขตปลอดทหาร ซึ่งสามารถยิงใส่กรุงโซลได้โดยไม่ต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้า"
"เปียงยางยังมีขีปนาวุธอีกหลายร้อยหรือหลายพันลูก ซึ่งบางส่วนสามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันขีปนาวุธของฝ่ายพันธมิตร [ของเกาหลีใต้] ได้"
แม้ว่าจะมีบางคนวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดหลักของ Modern Warfare 4 แต่เทอร์ติสกีไม่ใช่หนึ่งในคนเหล่านั้น เขาอาศัยอยู่ในกรุงโซล และในฐานะพลเมืองที่ได้รับสัญชาติ เขาจะถูกเรียกตัวเข้ารับราชการทหารในกรณีเกิดสงคราม
"ไม่ว่ามันจะดูหยาบไปบ้าง แต่มันก็ทำให้คนจำนวนมากนึกถึงคาบสมุทรของเรา" เขากล่าว
































