รองประธานวุฒิฯ พร้อมรับผลคดีฮั้วเลือก สว. "ไม่ตะแบงแน่นอน" ระหว่างแถลงผลงาน 2 ปี สว. ชุดที่ 13

บุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานคนที่ 2, มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒสิภ, พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานคนที่ 1 (จากซ้ายไปขวา) ร่วมกันเปิดงานแถลงผลงานในรอบ 2 ปีของวุฒิสภา วันที่ 7 ก.ค.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานคนที่ 2, นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา, พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานคนที่ 1 (จากซ้ายไปขวา) ร่วมกันเปิดงานแถลงผลงานในรอบ 2 ปีของวุฒิสภา วันที่ 7 ก.ค.
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • Published
  • เวลาอ่าน: 16 นาที

รองประธานวุฒิสภายืนยันว่าหากคำตัดสิน "คดีฮั้วเลือก สว." ออกมาอย่างไร "ก็พร้อมน้อมรับ ไม่ตะแบงแน่นอน" ในงานระหว่างการแถลงผลงานในรอบ 2 ปีของ สว. ซึ่งบีบีซีไทยตรวจสอบพบว่าวุฒิสภาได้เปลี่ยนแปลงสัดส่วนเสียงข้างมากในองค์กรอิสระไปแล้ว 3 องค์กร ในจำนวนนี้คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเตรียมชี้ขาดสำนวนคดีเลือก สว. ในอีกไม่ถึง 2 เดือนข้างหน้า

สว. ชุดที่ 13 มีที่มาจากระบบการเลือกที่ไทยนำมาใช้เป็นครั้งแรกในโลก โดยให้ผู้สมัครเท่านั้นที่มีสิทธิ "เลือกกันเอง" ในกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม และ "เลือกไขว้กลุ่มอาชีพ" ค่อย ๆ ไต่ระดับ 3 ชั้นจากอำเภอ จังหวัด สู่ประเทศ จนเหลือ 200 คนสุดท้ายที่ได้เข้าสภา

สว. 200 คนนี้เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 10 ก.ค. 2567 ทว่าที่มาของพวกเขายังคงเป็นคำถามคาใจของผู้คนในสังคม เนื่องจากมี สว. อย่างน้อย 136 คน (ถูกแจ้งข้อกล่าวหา 138 คน แต่มี 2 คนพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว) ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทำให้การเลือก สว. ปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือที่รู้จักในชื่อ "คดีฮั้วเลือก สว." หรือ "คดีโกงเลือก สว." โดยมีหัวหน้าพรรค กรรมการบริหาร สส. และเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อีก 91 คนเป็นผู้ถูกกล่าวหาร่วม

หากไม่มีอะไรผิดพลาด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องวินิจฉัยชี้ขาด "คดีฮั้วเลือก สว." ภายในต้นเดือน ก.ย. ท่ามกลางการจับตามองของสังคม เพราะมีกรรมการ กกต. 4 จาก 7 คนมาจากการเคาะชื่อขั้นสุดท้ายโดย สว. ชุดที่ถูกกล่าวหานี่เอง

วันนี้ (7 ก.ค.) สว. นำโดยนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา จัดแถลงข่าว "2 ปีวุฒิสภา ภารกิจเพื่อประชาชน" ที่รัฐสภา ทว่าพวกเขาหลีกเลี่ยงจะตอบคำถามเกี่ยวกับคดีความที่มีสมาชิกถึง 68% ของทั้งวุฒิสภาตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา แต่ยืนยันว่าการให้ความเห็นชอบ กกต. 4 คน เป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

"เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่รู้จักเลยแม้แต่คนเดียว พวกเรา 2-3 คน ประธานและรองประธานจะไม่มีวันที่จะไปก้าวก่ายแทรกแซง ทำไม่ได้ และจะไม่ทำด้วย" นายมงคลตอบคำถามบีบีซีไทยถึงข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หลังวุฒิสภาเห็นชอบ 4 กกต. เข้าไปทำหน้าที่ในองค์กรที่กำลังตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว.

สว. บางส่วนปลีกเวลาในระหว่างประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มาร่วมถ่ายภาพในวันแถลงผลงานของพวกเขา

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, สว. บางส่วนปลีกเวลาในระหว่างประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด มาร่วมถ่ายภาพในวันแถลงผลงานของพวกเขา

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ที่เกาะติดคดีฮั้วเลือก สว. ตั้งคำถามว่าการแถลงผลงานนี้เป็นผลงานจากมุมมองของใคร ถ้ามองในมุมประชาชนก็อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่าผ่านมา 2 ปี ทำไมคดีฮั้วเลือก สว. ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร "หาก กกต. เป่าคดีนี้ ดีเอสไอจะเอามติ กกต. มาเป็นหลังพิงข้ออ้างไม่ดำเนินคดีในส่วนของดีเอสไอต่อหรือไม่" แต่ถ้ามองในสายตาม "ระบอบสีน้ำเงิน" ผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ของ สว. ต่อระบอบนี้คือการตั้งบุคคลเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระ โดยเฉพาะ กกต. ที่ สว. เดินหน้าตั้งคนเข้าไปในองค์กรที่ต้องตรวจสอบตัวเอง ซึ่งทำให้เกิดข้อครหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

ตลอดปี 2568 มีการประชุมวุฒิสภา 58 ครั้ง ใช้เวลาประชุมรวม 367 ชม. 15 นาที มีสมาชิกขอปรึกษาหารือ 395 เรื่อง ใช้เวลารวมในการปรึกษาหารือ 26 ชม. 1 นาที

แล้วคนไทยได้อะไรจาก สว. ชุดที่ 13 บ้าง บีบีซีไทยสังเคราะห์ข้อมูลที่น่าสนใจจากหนังสือ "สรุปผลงานวุฒิสภา ประจำปี 2568" จำนวน 300 หน้า จัดทำโดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม

2 ปี เปลี่ยนสัดส่วนเสียงข้างมากใน 3 องค์กรอิสระ

หนึ่งในหน้าที่และอำนาจสำคัญของ สว. คือ การพิจารณาให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและองค์กรอื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้รวม 14 องค์กร

ในช่วง 5 ปีของวุฒิสภาชุดที่ 13 (2567–2572) มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการองค์กรอิสระรวม 33 ตำแหน่ง จากทั้งหมด 42 ตำแหน่ง ที่ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะทยอยหมดวาระลง ตามการรวบรวมข้อมูลของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) และถือเป็นภารกิจของ สว. 200 คนที่จะต้องให้ความเห็นชอบคนหน้าใหม่เข้าไปทำหน้าที่แทน

เพียง 2 ปีแรกของการทำหน้าที่ของ สว. กลุ่มอาชีพ บีบีซีไทยตรวจสอบพบว่า มี 3 องค์กรอิสระที่เปลี่ยนสัดส่วนของบอร์ดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีบุคคลที่ สว. ชุดนี้ให้ความเห็นชอบขั้นสุดท้ายเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในจำนวน "เกินกึ่งหนึ่ง" ของกรรมการทั้งคณะ ประกอบด้วย 1. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สว. ชุดนี้เลือกเข้าไปแล้ว 4 คน จากทั้งหมด 7 คน (ตลอดวาระเลือกได้ 5 คน) 2. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) สว. ชุดนี้เลือกเข้าไปแล้ว 5 คน จากทั้งหมด 7 คน (ตลอดวาระเลือกได้ 6 คน) 3. ผู้ตรวจการแผ่นดิน สว. ชุดนี้เลือกเข้าไปแล้ว 2 คน จากทั้งหมด 3 คน (ตลอดวาระเลือกได้ยกชุด 3 คน)

ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สว. ชุดนี้เลือกเข้าไปแล้ว 4 คน จากทั้งหมด 9 คน (ปัจจุบันมี 1 คนยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ซึ่งตลอดวาระเลือกได้ 5 คน)

ภาคประชาชนชูป้ายหน้ารัฐสภา เมื่อ 29 พ.ค. 2568 เพื่อส่งเสียงถึง สว. ให้ "หยุด" เลือกกรรมการองค์กรอิสระ แต่ไม่เป็นผล

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ภาคประชาชนชูป้ายหน้ารัฐสภา เมื่อ 29 พ.ค. 2568 เพื่อส่งเสียงถึง สว. ให้ "หยุด" เลือกกรรมการองค์กรอิสระ แต่ไม่เป็นผล

บีบีซีไทยตรวจสอบผลการลงมติของ สว. ที่เกี่ยวข้องกับการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งในศาล องค์กรอิสระ และองค์กรต่าง ๆ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2567-2569) พบว่า มีอย่างน้อย 41 รายชื่อได้รับการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา โดยมีอยู่ 32 รายชื่อที่ สว. เปิด "ไฟเขียว" เข้าสู่ตำแหน่ง และอีก 9 รายชื่อติด "ไฟแดง" ต้องชวดเก้าอี้ไป

ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระรวม 6 องค์กร สว. ชุดนี้โหวต "เห็นชอบ" ไป 16 คน และปัดตกไป 9 คน แม้บุคคลเหล่านั้นจะถูกเลือกโดยคณะกรรมการสรรหาที่กำหนดไว้ตามกฎหมายแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าแคนดิเดตที่ถูกคว่ำชื่อกลางวุฒิสภามักเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ แต่ถ้าเป็นแคนดิเดตที่ส่งชื่อมาจากการคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หรือที่ประชุมใหญ่ในศาลปกครองสูงสุด สว. ไม่ขัดข้องและโหวตรับรองไปตามนั้น

(บุคคลที่มี * ท้ายชื่อ ในหนังสือสรุปผลงานวุฒิสภาปี 2568 ระบุสถานะว่า "อยู่ระหว่างการพิจารณา" ซึ่งบีบีซีไทยเข้าใจว่าเป็นช่วงเวลาปิดต้นฉบับหนังสือดังกล่าว แต่ข้อมูล ณ เดือน ก.ค. 2569 มติของวุฒิสภาออกมาชัดเจนแล้ว จึงขอรายงานสถานะล่าสุดไปเพื่อความครบถ้วนของข้อมูล)

เห็นชอบ 16 คน

  • ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คนคือ นายสราวุธ ทรงศิวิไล, และ ศ.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช*
  • กรรมการ กกต. 4 คน ได้แก่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์, นายณรงค์ รักร้อย, และนายจิรุตม์ วิศาลจิตร*
  • ผู้ตรวจการแผ่นดิน 1 คนคือ พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย
  • กรรมการ ป.ป.ช. 4 คนคือ นายประภาศ คงเอียด, นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง, นายสุชาติ สุนทรีเกษม*, และนายมนูภาณ ยศธแสนย์*
  • กรรมการ คตง. คน 5 คน ได้แก่ นางเกล็ดนที มโนสันต์,นางพรพิมล นิลทจันทร์, นายยุทธพงษ์ อภิรัตนรังษี, นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร, และนายยุทธนา สาโยชนกร*

ไม่เห็นชอบ 9 คน

  • ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3 คน ได้แก่ ศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี, นายชาตรี อรรจนานันท์, ศ. ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ
  • กรรมการ กกต. 1 คนคือ นายมณฑล สุดประเสริฐ*
  • กรรมการ ป.ป.ช. 2 คนคือ นายประกอบ ลีนะเปสนันท์, และนายประจวบ ตันตินนท์
  • กรรมการ คตง. 2 คนคือ น.ส.พศุตม์ณิชา จำปาเทศ, และนายนิวัติไชย เกษมมงคล
  • ผู้ตรวจการแผ่นดิน 1 คนคือ น.ส. รื่นวดี สุวรรณมงคล
สว.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

นอกจากนี้ ยังมีผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอื่นอีก 8 องค์กรอื่นที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สว. ให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบ โดย สว. ชุดนี้โหวต "เห็นชอบ" รายชื่อไปทั้งหมด 16 คน

เห็นชอบ 16 คน

  • ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 9 คน
  • อัยการสูงสุด (อสส.) 1 คน
  • เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 1 คน*
  • กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (ตาม ม. 70 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ) 5 คน

รัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาให้เป็นตุลาการศาล กรรมการองค์กรอิสระ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามที่กฎหมายกำหนด ต้องได้รับคะแนนเห็นชอบจากวุฒิสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ หรือ 100 เสียง จาก 200 เสียง

ผ่าน กม. ไปแล้ว 47 ฉบับ

ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ วุฒิสภามีอำนาจพิจารณากฎหมายร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร และกลั่นกรองกฎหมายที่สภาลงมติเห็นชอบแล้ว

ตลอด 2 ปีนี้ สว. ผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ไปแล้ว 47 ฉบับ ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 32 ฉบับ และอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) อีก 3 ฉบับ

เฉพาะปี 2568 วุฒิสภาพิจารณากฎหมายทั้งสิ้น 43 ฉบับ ปรากฏข้อมูลว่า

  • 20 ฉบับ เห็นชอบด้วยกับสภา
  • 2 ฉบับ ขอแก้ไขเพิ่มเติม และสภาเห็นชอบด้วย คือ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์
  • 1 ฉบับ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันพิจารณา ก่อนที่ สว. และ สส. จะเห็นชอบด้วยกับร่างของ กมธ. คือ ร่าง พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน
  • 2 ฉบับ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา
  • 2 ฉบับ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม แต่สภาไม่เห็นชอบด้วยและสภายืนยันแล้ว คือ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
  • 8 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กมธ.
  • 5 ฉบับ รอการพิจารณาในวาระที่ 1 (ขั้นรับหลักการ)

นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญอื่น ๆ ที่ดำเนินการโดยอาศัยที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาคือ

  • 2 ฉบับ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งรัฐสภาพิจารณาถึงวาระที่ 2 (พิจารณารายมาตรา) ก่อนตกไปเพราะเหตุยุบสภาและ "รัฐบาลอนุทิน 2" ไม่ยืนยัน ส่วนอีกร่างที่ สส. พรรคเพื่อไทยเสนอ รัฐสภาโหวตคว่ำไปตั้งแต่วาระ 1
  • 2 ฉบับ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) คือ ร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปรามปรามการทุจริต ซึ่งรัฐสภาเห็นชอบ 1 ฉบับที่ ครม. เป็นเจ้าของร่าง และไม่เห็นชอบ 1 ฉบับที่เสนอโดย สส. พรรคประชาชน
สว. "เสียงข้างน้อย" เข้าร่วมประชุมร่วมรัฐสภา

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, สว. "เสียงข้างน้อย" เข้าร่วมประชุมร่วมรัฐสภา

ตั้ง 443 กระทู้ถาม รมต.

อีกผลงาน สว. ชุดนี้คือการกระทู้ถาม รมต. รวมทั้งสิ้น 443 กระทู้

เฉพาะปี 2568 ตั้งกระทู้ถามไปทั้งสิ้น 289 กระทู้ แบ่งเป็น กระทู้ถามช่วงรัฐบาล "แพทองธาร" (1 ม.ค.-29 ส.ค. 2568) รวม 202 กระทู้ และกระทู้ถามช่วงรัฐบาล "อนุทิน 1" (19 ก.ย.-12 ธ.ค. 2568) รวม 87 กระทู้

รัฐบาลแพทองธาร

  • กระทู้ถามด้วยวาจา 66 กระทู้ แต่ รมต. มาตอบ 17 กระทู้ ตกไป 49 กระทู้
  • กระทู้ถามเป็นหนังสือ 136 กระทู้ แบ่งเป็น 1) กระทู้ที่ขอให้ตอบในที่ประชุมวุฒิสภา 80 กระทู้ ซึ่งปรากฏว่ามี รมต. มาตอบ 26 กระทู้ และตกไป 54 กระทู้ และ 2) และกระทู้ที่ขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา 56 กระทู้ ตอบแล้ว 37 กระทู้ และตกไป 19 กระทู้

บีบีซีไทยตรวจสอบพบว่า รมต. ที่เดินทางมาตอบกระทู้กลางสภาจันทรามากที่สุดคือ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากพรรคประชาธิปัตย์ มาตอบเอง 7 ครั้ง (5 กระทู้ถามเป็นหนังสือ 2 กระทู้ถามสดด้วยวาจา) รองลงมาคือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข สังกัดพรรคเพื่อไทย 5 ครั้ง (2 กระทู้ถามเป็นหนังสือ 3 กระทู้ถามสดด้วยวาจา) และอันดับ 3 มีสองคน มาตอบคนละ 4 ครั้งเท่ากันคือ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม สังกัดพรรคเพื่อไทย (3 กระทู้ถามเป็นหนังสือ 1 กระทู้ถามสดด้วยวาจา) และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ (1 กระทู้ถามเป็นหนังสือ 3 กระทู้ถามสดด้วยวาจา)

รัฐบาลอนุทิน 1

  • กระทู้ถามด้วยวาจา 9 กระทู้ แต่ รมต. มาตอบ 1 กระทู้ ที่เหลืออีก 8 กระทู้ตกไป
  • กระทู้ถามเป็นหนังสือ 78 กระทู้ แบ่งเป็น 1) กระทู้ที่ขอให้ตอบในที่ประชุมวุฒิสภา 34 กระทู้ ปรากฏว่ามี รมต. มาตอบ 6 กระทู้ และตกไป 28 กระทู้ และ 2) และกระทู้ที่ขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา 44 กระทู้ ตอบแล้ว 8 กระทู้ และตกไป 36 กระทู้

สำหรับ รมต. ที่เดินทางมาตอบกระทู้ของ สว. มี 7 คน มาตอบคนละ 1 กระทู้

รัฐธรรมนูญ มาตรา 150 บัญญัติให้ สว. มีสิทธิตั้งกระทู้ถาม รมต. ในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ โดยจะถามเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้

กมธ. ไหนเป็นแชมป์ประชุม-แชมป์ดูงาน

กมธ.ติดตามบริหารงบประมาณ มี อลงกต วรกี (เสื้อสีแดง) เป็นประธาน สร้างสถิติประชุมสูงสุดรวมทั้งสิ้น 61 นัด เมื่อปี 2568

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, กมธ.ติดตามบริหารงบประมาณ มีนายอลงกต วรกี (เสื้อสีแดง) เป็นประธาน สร้างสถิติประชุมสูงสุดรวมทั้งสิ้น 61 นัด เมื่อปี 2568

หากพลิกดูผลงานของ กมธ.สามัญวุฒิสภาทั้ง 21 คณะ หนังสือสรุปผลงานวุฒิสภาปี 2568 รายงานผ่านสถิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สถิติการประชุม, สถิติผลการดำเนินงาน (จำนวนเรื่องที่ กมธ. ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมวุฒิสภา จำนวนเรื่องที่ กมธ. พิจารณาศึกษา จำนวนเรื่องร้องเรียนที่เขามายัง กมธ.), สถิติการเสวนา/สัมมนา, สถิติการเดินทางไปศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ บีบีซีไทยจึงสกัดข้อมูลออกมาเพื่อสำรวจว่า กมธ. ชุดใดครองสถิติสูงสุดของแต่ละด้าน

กมธ.ติดตามบริหารงบประมาณ ภายใต้การนำของนายอลงกต วรกี คว้า "แชมป์การประชุมสูงสุด" รวมทั้งสิ้น 61 นัด (เฉพาะในส่วนของ กมธ.) รองลงมาคือ กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 47 นัด และ กมธ.การศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 46 นัด ส่วน กมธ.กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร เป็นประธาน มีสถิติการประชุมน้อยที่สุดเพียง 26 นัด

ส่วนตำแหน่ง "แชมป์ดูงานต่างประเทศสูงสุด" ตกเป็นของ กมธ.กฎหมาย และการยุติธรรม ที่มี พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย เป็นประธาน เดินทางไปดูงาน 6 ครั้ง 7 ประเทศในรอบปี โดยไปเยือนสิงคโปร์, จีน, ญี่ปุ่น, ลาว, เวียดนาม, สวีเดน และฟินแลนด์ รองลงมาคือ กมธ.การเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง 4 ครั้ง 4 ประเทศ โดยไปเยือนจีน 2 ครั้ง, สวิตเซอร์แลนด์, อิตาลี และเกาหลีใต้ และมี กมธ. อีก 2 ชุดที่ไปดูงาน 3 ครั้งเท่ากันคือ กมธ.ต่างประเทศ และ กมธ.แรงงาน ทั้งนี้ ไม่มี กมธ. ชุดใดไม่เดินทางไปดูงานในต่างแดนเลย โดยขั้นต่ำไป 1 ครั้ง

ขณะที่ กมธ.การท่องเที่ยวฯ ที่มีนายพิศูจน์ รัตนวงศ์ เป็นประธาน ครอง "แชมป์ดูงานในประเทศสูงสุด" ด้วยสถิติดูงานต่างจังหวัด 25 ครั้ง โดยมี กมธ.กฎหมายฯ และ กมธ.การศาสนาฯ เป็นรองแชมป์ร่วมกันด้วยสถิติไปดูงาน 22 ครั้ง

รายละเอียดการเดินทางไปดูงานต่างประเทศของ กมธ.การกฎหมายฯ ในปี 2568

ที่มาของภาพ, หนังสือสรุปผลงานวุฒิสภา ประจำปี 2568

คำบรรยายภาพ, รายละเอียดการเดินทางไปดูงานต่างประเทศของ กมธ.การกฎหมายฯ ในปี 2568

7 กมธ. เปลี่ยนตัวประธานใหม่

แม้หนังสือสรุปผลงานวุฒิสภาปี 2568 ระบุเพียงว่า มีการตั้ง กมธ.สามัญแทนตำแหน่งที่ว่างลงใน กมธ. 11 ชุด แต่บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลการประชุมวุฒิสภาเพิ่มเติม จึงทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงตัวประธาน กมธ. อย่างน้อย 7 ชุด ในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งนี้มี กมธ. เพียงชุดเดียวที่ประธานเป็น สว. นอกกลุ่มใหญ่คือ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ส่วนอีก 20 ชุดที่เหลือ ตัวแทนของ "สว. สีน้ำเงิน" ยึดหัวโต๊ะเอาไว้ได้ทั้งหมด

สำหรับ กมธ. ที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวประธาน 7 ชุด ได้แก่

  • กมธ.การเกษตรและสหกรณ์: นายสุนทร เชาว์กิจการค้า (กระบี่) แทน นายธวัช สุระบาล (ตรัง)
  • กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ: นายสมบูรณ์ หนูนวล (ชุมพร) แทน พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน (สุโขทัย)
  • กมธ.การบริหารราชการแผ่นดิน: นายธวัช สุระบาล (ตรัง) แทน พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี (สมุทรสงคราม)
  • กมธ.การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค: นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร (กทม.) แทน นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานกรรมาธิการก (กทม.)
  • กมธ.การพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม: นายประเทือง มนตรี (พัทลุง) แทน นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ (เพชรบุรี)
  • กมธ.แรงงาน: นายนิรุตติ สุทธินันท์ (ระนอง) แทน นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ (พัทลุง)
  • กมธ.ติดตามบริหารงบประมาณ: นายศุภโชค ศาลากิจ (สมุทรสงคราม) แทน นายอลงกต วรกี (อุทัยธานี)
นิทรรศการของ กมธ. วุฒิสภาชุดต่าง ๆ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นิทรรศการของ กมธ. วุฒิสภาชุดต่าง ๆ

ส่วน กมธ. ที่ประธานคนเดิมยังเหนียวแน่นบนเก้าอี้ตัวเดิมมี 14 ชุด ได้แก่

  • กมธ.การกฎหมาย และการยุติธรรม: พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย (สุรินทร์)
  • กมธ.คมนาคม: นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร (หนองบัวลำภู)
  • กมธ.ต่างประเทศ: นายนิรัตน์ อยู่ภักดี (ชัยภูมิ)
  • กมธ.การท่องเที่ยวและกีฬา: นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ (ตราด)
  • กมธ.เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม: นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล (พระนครศรีอยุธยา)
  • กมธ.การปกครองท้องถิ่น: นายอภิชาติ งามกมล (บุรีรัมย์)
  • กมธ.การพลังงาน: นายพรเพิ่ม ทองศรี (บุรีรัมย์)
  • กมธ.การพาณิชย์และการอุตสาหกรรม: นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล (เชียงใหม่)
  • กมธ.การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม: นางเอมอร ศรีกงพาน (นครราชสีมา)
  • กมธ.การศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม: นายกมล รอดคล้าย (สงขลา)
  • กมธ.การเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง: นายกัมพล สุภาแพ่ง (เพชรบุรี)
  • กมธ.การสาธารณสุข: นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล (บุรีรัมย์)
  • กมธ.กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต: พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ประธานกรรมาธิการ (บุรีรัมย์)
  • กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: นายชีวะภาพ ชีวะธรรม (สิงห์บุรี)
นอกจากเป็นประธาน กมธ.กิจการองค์กรอิสระฯ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.จากบุรีรัมย์ ยังอยู่ใน กมธ. สำคัญ ๆ แทบทุกชุด โดยเฉพาะ กมธ.สอบประวัติฯ แคนดิเดตกรรมการองค์กรอิสระ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นอกจากเป็นประธาน กมธ.กิจการองค์กรอิสระฯ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.จากบุรีรัมย์ ยังอยู่ใน กมธ. สำคัญ ๆ แทบทุกชุด โดยเฉพาะ กมธ.สอบประวัติฯ แคนดิเดตกรรมการองค์กรอิสระ

ปลดนายกฯ อุ๊งอิ๊ง ผลงานที่ไม่ปรากฏในหนังสือ

สำหรับผลงานที่คนบนบัลลังก์บอกว่า "ภูมิใจที่สุด" นับตั้งแต่ทำหน้าที่มา ในส่วนของประธานมงคลบอกว่า การดูแลเกษตรกรในภาวะที่สินค้าล้นตลาด จนสื่อมวลชนสายรัฐสภาตั้งฉายาให้เป็น "ล้งสภา" แต่พอได้เห็นรอยยิ้มเกษตรกร ก็รู้สึกว่าพอมีประโยชน์บ้าง

ส่วนรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ภูมิใจในโครงการ "สว. พบประชาชน" ที่เขาเป็นโต้โผหลัก เพราะถือว่าได้บรรเทาทุกข์ให้ประชาชน แม้ไม่ใช่ทั้งหมด

แต่ผลงานสำคัญของ สว. ชุดนี้ที่ไม่ปรากฏในหนังสือแสดงผลงานของพวกเขา แต่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หนีไม่พ้น กรณี สว. กลุ่มใหญ่ที่ถูกขนานนามว่า "สว. สีน้ำเงิน" 36 คน นำโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน กมธ.การทหารและความมั่นคง วุฒิสภา ยื่นคำร้องผ่านประธานวุฒิสภาให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็น รมต. ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 สิ้นสุดลง จากกรณีปรากฏคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในช่วงที่เกิดข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งถูกเรียกว่า "คดีคลิปอังเคิล" ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายกฯ หญิงพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 29 ส.ค. 2568 เนื่องจากมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรก ก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. จะพลิกกลับมาจัดตั้งรัฐบาล "เสียงข้างน้อย" และได้ขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ 32 หลังจากนั้น

ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลา 1 ชม. 35 นาที ในการซักถามนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ระหว่างเปิดไต่สวน "คดีคลิปอังเคิล" 21 ส.ค. 2568

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลา 1 ชม. 35 นาที ในการซักถามนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ระหว่างเปิดไต่สวน "คดีคลิปอังเคิล" 21 ส.ค. 2568

มงคล "พูดไม่ได้" ส่งโพยอะไรให้ กกต.

กับประเด็นร้อนแรงที่สุดสำหรับ สว. ชุดที่ 13 แต่มีคำชี้แจงต่อสาธารณะค่อนข้างน้อย หนีไม่พ้น กรณี สว. 138 คน ตั้งแต่ประธานวุฒิสภา, รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และเหล่าสมาชิก ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา "คดีฮั้วเลือก สว." ร่วมกับเครือข่ายพรรคสีน้ำเงินอีก 91 คน นำโดยนายกฯ อนุทิน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ภท. ไทย และนายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำทางจิตวิญญาณค่ายสีน้ำเงิน

สำนักงาน กกต. ทยอยเชิญ สว. เข้ารับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2568 ซึ่งในครั้งนั้นอยู่ภายใต้กลไกคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. กับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

ต่อมาในเดือน ก.ค. 2568 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 มีมติเห็นควรให้เสนอ กกต. ดำเนินคดีและส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนต่อศาลฎีกา

แต่ปรากฏว่าในเดือน ก.ย. 2568 ประธาน กกต. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมาเพื่อพิจารณาสำนวนคดีอีกครั้ง ก่อนที่เดือน มี.ค. 2569 จะปรากฏกระแสข่าวว่า คณะอนุกรรมการมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิด และเสนอความเห็นไปยัง กกต. ชุดใหญ่

กกต. มีเวลา 90 วันในการพิจารณาสำนวน ท่ามกลางการจับตามองของสังคมว่า กกต. จะยืนตามความเห็นของคณะกรรมการไต่สวนฯ ชุดที่ 26 สั่งฟ้องยกล็อต หรือไม่เอาผิดใครเลยตามที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 ชงขึ้นมา หรือส่งฟ้องศาลฎีกาบางรายและยกคำร้องบางราย ซึ่งนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. บอกว่าจะใช้เวลาประชุมพิจารณา 12 สัปดาห์ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. ก่อนหาข้อสรุป

การเลือก สว. ระดับประเทศเกิดขึ้นเมื่อ 26 มิ.ย. 2567 แต่ขณะนี้ กกต. ยังไม่สรุปสำนวน "คดีฮั้วเลือก สว." ซึ่งผ่านมาแล้ว 2 ปี

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, การเลือก สว. ระดับประเทศเกิดขึ้นเมื่อ 26 มิ.ย. 2567 แต่ขณะนี้ กกต. ยังไม่สรุปสำนวน "คดีฮั้วเลือก สว." ซึ่งผ่านมาแล้ว 2 ปี

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งคำข้อสังเกตว่า อนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 มีปัญหาเรื่องความชอบธรรมและเสี่ยงเป็น "เครื่องมือฟอกขาว" หรือไม่ และแสดงความข้องใจว่าเหตุใด กกต. ต้องตั้งคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมาวินิจฉัยเป็นการเฉพาะทั้งที่มีคณะอนุกรรมการอยู่แล้วถึง 35 คณะ

สส. ฝ่ายค้านรายนี้เรียกร้องให้ กกต. มีมติส่งเรื่องทั้งหมดไปให้ศาลพิจารณาว่าใน 229 คนนั้นใครผิดหรือไม่ผิด เพื่อป้องกัน "ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน" เนื่องจากมี กกต. 4 ใน 7 คนถูกรองรับให้เข้าสู่ตำแหน่งโดย สว. ที่อยู่ในสำนวนที่กำลังพิจารณาอยู่

ในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา นายพริษฐ์เปิดคลิปวิดีโอวันเลือก สว. ระดับประเทศ รอบเลือกไขว้ เมื่อ 26 มิ.ย. 2567 ปรากฏภาพและเสียงของชายคนหนึ่งที่นายพริษฐ์ระบุว่าเป็นกรรมการ กกต. กล่าวตักเตือนว่า "จะเป็น สว. กันอยู่แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะ" ขณะที่เขากำลังเดินเก็บ "โพย" ในสถานที่เลือกที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้สมัครหมายเลข 84 ของกลุ่ม 1 การบริหารราชการแผ่นดินยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้กับชายที่ถูกระบุว่าเป็น กกต.

ต่อมามีการเปิดเผยชื่อของชายทั้ง 2 คนในคลิปว่าเป็นนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. และนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ซึ่งทั้งคู่ยังไม่เคยชี้แจงเรื่องนี้ต่อสาธารณะ

"ไปถามเขาดูสิ มาถามผมทำไม" ประธานวุฒิสภากล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อ 17 มิ.ย. หลังถูกถามว่าใช่คนในคลิปที่นายพริษฐ์นำมาเปิดเผยหรือไม่

ในระหว่างเปิดแถลงผลงานของ สว. 7 ก.ค. นายมงคลถูกถามประเด็นนี้อีกครั้งว่าโพยที่ส่งให้ กกต. จดอะไรเอาไว้ และเป็นอีกครั้งที่เขาเลี่ยงตอบโดยบอกเพียงว่า "วันนี้ต้องกราบขอโทษด้วยที่เรื่องนี้ไม่ควรเอามาพูด ใครจะถาม ก็ไปถามเขาเอง ผมพูดไม่ได้"

กระบวนการเลือก สว. ขั้นสุดท้าย และนับคะแนนต้องใช้เวลาข้ามคืน กว่าจะรู้ผลการเลือก สว. ครบ 20 กลุ่ม ก็เป้นเช้าวันที่ 27 มิ.ย. 2567

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, กระบวนการเลือก สว. ขั้นสุดท้าย และนับคะแนนต้องใช้เวลาข้ามคืน กว่าจะรู้ผลการเลือก สว. ครบ 20 กลุ่ม ก็เป็นเช้าวันที่ 27 มิ.ย. 2567

รองฯ เกรียงไกรลั่นไม่ว่าคดีออกอย่างไร "น้อมรับ ไม่ตะแบงแน่นอน"

เมื่อถูกถามว่า คดีฮั้วเลือก สว. ทำให้เสียกำลังใจ หรือรบกวนจิตใจแค่ไหน ประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา ตอบว่า ไม่แสดงความเห็นเพราะพูดมาเยอะแล้ว เราต้องหนักแน่นและมั่นคง และต้องทำหน้าที่ตามกฎหมาย หน้าที่ใครก็ทำไป เป็นอิสระต่อกัน

"เป็นเรื่องปกติ เพราะการเข้ามาตรงนี้ กว่าจะโตมาป่านนี้ ผมก็โดนมาเยอะ มันไม่มีใครรู้ตัวเรามากกว่าตัวเราเอง สิ่งที่เราต้องมีคือความเคารพตัวเองว่าทำไปเพื่ออะไร" นายมงคลกล่าวและว่า เสียงสะท้อนที่เข้ามาไม่ว่าดีหรือไม่ดีก็น้อมรับฟัง เอามาคิด ปรับปรุงแก้ไข แต่ไม่ใช่เอามาเป็นสิ่งบั่นทอนกำลังใจ

ด้าน พล.อ.เกรียงไกร กล่าวในทำนองเดียวกันว่า ใครจะมองอย่างไรก็แล้วแต่ เรารู้ตัวตนของเรา โลกใบนี้คำติฉินนินทามันห้ามกันไม่ได้ สิ่งที่เราเห็นมันใช่ความเป็นจริงไหม พร้อมยืนยันว่า สว. ต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ

"หากคำตัดสินออกมาอย่างไร เราก็พร้อมน้อมรับ ไม่ตะแบงแน่นอน เอฟซีใคร เอฟซีมัน ผมก็ได้รับกำลังใจมากมายที่ให้กำลังใจมา เขาบอกในชีวิตที่ผ่านมาก็ดีอยู่แล้ว เป็นทหาร แม่ทัพ ผช.ผบ.ทบ. ก็ประสบความเสร็จอยู่แล้ว ในส่วนของ สว. ผมก็อยากเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้" รองประธานวุฒิสภาจาก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว. เช่นกัน กล่าว

ห้องประชุมจันทรา เป็นสถานที่ประชุมของวุฒิสภา

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ห้องประชุมจันทรา เป็นสถานที่ประชุมของวุฒิสภา

ส่วนที่ฝ่ายค้านตั้งฉายาว่าเป็น สว. ของ "ระบอบสีน้ำเงิน" นายมงคลกล่าวยืนยันว่า การทำงานของ สว. ยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก โดยคำนึงถึงอำนาจที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ ระเบียบ และข้อกฎหมาย คนเราเห็นต่างกันได้ ความเห็นของทุกคนไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไปและจะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์

เช่นเดียวกับเสียงวิจารณ์ที่ว่า สว. ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง คอยรับฟังคำสั่งเรื่อยไป ประธานวุฒิสภาปฏิเสธทันควันว่าไม่มี สว. แต่ละคนมีเอกสิทธิ์ และส่วนตัวก็ไม่เคยไปสั่งใครและไม่เคยได้รับคำสั่งจากใคร