การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อรังไข่ที่แช่แข็งมานาน ช่วยทำให้ลูกที่เกิดมายังมีสุขภาพแข็งแรงหรือไม่

ที่มาของภาพ, Sara Matthews
- Author, รีเบคกา ธอร์น
- Role, ทีมข่าวโกลบอล เฮลธ์ (Global Health), บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
- Author, ซัลมา นูร์โมฮัมเหม็ด
- Role, รายการนิวส์ฮาวร์ (Newshours), บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
- Published
- เวลาอ่าน: 6 นาที
เมื่อคาสซานดรา เบคอนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin's lymphoma) ซึ่งเป็นมะเร็งเม็ดเลือดชนิดหายากตอนที่เธออายุ 17 ปี การรักษาด้วยเคมีบำบัดในระยะแรกก็เพียงพอที่จะทำให้โรคสงบลง แต่หนึ่งปีต่อมามะเร็งก็กลับมาอีกครั้ง และคราวนี้รุนแรงกว่าเดิม แพทย์บอกเบคอนว่าเธอจำเป็นต้องเริ่มการรักษาด้วยเคมีบำบัดแบบเข้มข้นโดยทันที
“ตอนที่กำลังเรียนขับรถและกำลังสอบวัดผลเอ-เลเวลส์ (A-levels) [เพื่อใช้เป็นคะแนนในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย] อยู่ มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่คุณอยากเจอเลยในวัยนั้น มันยากลำบากมาก” เธอบอกกับรายการนิวส์ฮาวร์ (Newshour) ของบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
แม้จะเป็นเพียงวัยรุ่น แต่เบคอนก็เริ่มคิดถึงผลกระทบระยะยาวของการรักษาและวิธีที่จะรักษาสภาพการเจริญพันธุ์ของเธอเอาไว้
เนื่องจากไม่มีเวลารอให้ถึงรอบประจำเดือนของเธอซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแช่แข็งไข่ เบคอนจึงเลือกใช้วิธีรักษาทางอื่นซึ่งในขณะนั้นถือเป็นวิธีการทดลองนั่นคือการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อรังไข่
23 ปีต่อมาหลังจากที่ชิ้นเนื้อจากรังไข่ของเธอถูกแช่แข็งไว้ ชิ้นเนื้อเหล่านั้นก็ได้รับการปลูกถ่ายกลับเข้าไปในร่างกายของหญิงวัย 44 ปีผู้นี้ ซึ่งได้ให้กำเนิดบุตรชายคนแรกที่ชื่อว่า "แลนดอน" เมื่อเดือนที่แล้ว
เชื่อกันว่าเขาเป็นเด็กคนแรกที่เกิดจากการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อรังไข่ที่ถูกเก็บรักษาไว้นานกว่า 20 ปี

ที่มาของภาพ, Kassandra Bacon
เมื่อมองย้อนกลับไปในวัยรุ่น เบคอนกล่าวว่าเธอใฝ่ฝันอยากเป็นแม่มาโดยตลอด เมื่อต้องเผชิญกับความเป็นไปได้ที่ไม่สามารถมีลูกแท้ ๆ ได้ เธอก็รู้สึกร้อนรนใจและต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานี้
“ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ฉันไม่สบายใจเลยที่ไม่มีอะไรจะช่วยให้ฉันมีความหวังได้เลย ถ้าหากว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เกิดขึ้นจริง และฉันไม่สามารถตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้” เธอกล่าว
การแช่แข็งไข่เป็นวิธีการที่ใช้กันทั่วไปในผู้หญิงที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ตามธรรมชาติ แต่กระบวนการนี้ต้องมีการฉีดฮอร์โมนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ก่อนที่จะสามารถเก็บไข่ได้ ซึ่งเป็นเวลาที่เบคอนได้รับแจ้งว่าเธอไม่มีเวลามากพอ
หลังจากโน้มน้าวให้แพทย์ยอมรับว่าเธอควรได้รับการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อรังไข่ออกบางส่วนก่อนเริ่มกระบวนการรักษา เบคอนก็ได้พบกับ พญ.ซารา แมทธิวส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในศัลยแพทย์เพียงไม่กี่คนในสหราชอาณาจักรที่สามารถผ่าตัดเฉพาะทางลักษณะนี้ได้
พญ.แมทธิวส์ผ่าตัดชิ้นเนื้อจากรังไข่ของเบคอนออกมา 4 ชิ้น แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าชิ้นเนื้อเหล่านั้นจะสามารถให้กำเนิดลูกได้ในสักวันหนึ่ง
"ความหวังเดียว"
การรักษาเพื่อช่วยชีวิตเบคอนซึ่งรวมถึงการปลูกถ่ายไขกระดูกและเคมีบำบัดประสบความสำเร็จ ทำให้เธอกลับหายจากโรคมะเร็งอีกครั้ง แต่ดังที่แพทย์คาดการณ์ไว้ การรักษาที่รุนแรงได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อรังไข่ของเธอ และเมื่ออายุ 33 ปี เบคอนก็เข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควร
เมื่อพร้อมที่จะมีลูกแล้ว เธอจึงเริ่มต้นการต่อสู้ที่ยาวนานนับสิบปีเพื่อหาแพทย์ที่สามารถปลูกถ่ายเนื้อเยื่อที่แข็งแรงที่ได้รับแช่แข็งไว้กลับเข้าสู่ร่างกายของเธอได้
การผ่าตัดเพื่อนำเนื้อเยื่อรังไข่ของเบคอนออกนั้นเกิดขึ้นก่อนที่กฎหมายของสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการผ่าตัดเฉพาะทางดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งหมายความว่าเธอไม่มีเอกสารที่เกี่ยวข้องใด ๆ ที่จำเป็นสำหรับการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อรังไข่ในอีก 20 ปีต่อมา
พญ.แมทธิวส์อยู่เคียงข้างเธอตลอดทั้งกระบวนการ และในที่สุดก็ช่วยเธอหาคลินิกในอิสราเอลที่ยินดีผ่าตัดให้
เนื้อเยื่อถูกส่งไปยังศูนย์การแพทย์เชบา (Sheba Medical Center) ในเมืองรามัต กัน แต่การผ่าตัดที่เบคอนรอคอยมานานต้องล่าช้าออกไปเมื่อกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลในวันที่ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งจุดชนวนให้เกิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของอิสราเอลในฉนวนกาซา
“ฉันคิดว่า ‘ความหวังเดียวของฉันกำลังจะถูกทำลายไปหรือเปล่า’” เธอบอกกับบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
ต่อมาในเดือน พ.ค. 2024 การหยุดยิงชั่วคราวทำให้เบคอนสามารถเดินทางและเข้ารับการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากขึ้นเครื่องบินกลับบ้านที่สหราชอาณาจักร การหยุดยิงก็ถูกยกเลิก
"เรื่องแบบนี้คงไม่มีใครกล้าแต่งขึ้นมาแน่ ๆ" เธอกล่าว
การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อรังไข่มีกระบวนการอย่างไร
ศัลยแพทย์จะผ่าตัดเอาชิ้นส่วนของเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ผลิตไข่ออกจากรังไข่ จากนั้นชิ้นส่วนเหล่านี้จะถูกเก็บรักษาและแช่แข็งไว้ในห้องปฏิบัติการจนกว่าผู้ป่วยพร้อมที่จะมีบุตร
การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อกลับเข้าไปในร่างกายของบุคคลนั้นคล้ายกับการปลูกถ่ายผิวหนัง กล่าวคือ เมื่อวางเนื้อเยื่อแช่แข็งที่ได้รับการละลายแล้วกลับเข้าไปบนรังไข่หรือใกล้กับรังไข่ที่เหลืออยู่ เนื้อเยื่อเหล่านั้นจะเชื่อมต่อกับหลอดเลือดโดยรอบ และรังไข่ควรจะเริ่มกลับมาตกไข่เดือนละครั้ง
จากการศึกษาในปี 2024 พบว่าวงจรการเจริญพันธุ์ของสตรีสามารถกลับคืนมาได้มากถึง 94% ในขณะที่การศึกษาอีกฉบับในปี 2022 พบว่าการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อรังไข่ส่งผลให้เกิดการคลอดบุตรที่มีชีวิตในสัดส่วนประมาณ 28%
ในปี 2016 เชื่อว่า โมอาซา อัล มาโทรชี หญิงสาววัย 24 ปีจากนครดูไบเป็นบุคคลแรกในโลกที่มีลูกหลังจากแช่แข็งรังไข่ก่อนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
ทั่วโลกมีการประเมินว่ามีทารกมากกว่า 200 คนที่เกิดจากการฝังเนื้อเยื่อรังไข่
"ฉันต้องขอบคุณตัวเอง"

ที่มาของภาพ, Kassandra Bacon
เพียงไม่กี่เดือนหลังจากปลูกถ่ายอวัยวะในปี 2024 ประจำเดือนของเบคอนก็กลับมา หลังจากพยายามตั้งครรภ์ตามธรรมชาติแต่ไม่สำเร็จ แพทย์จึงแนะนำให้เธอและคู่รักใช้วิธีเด็กหลอดแก้วหรือ ไอวีเอฟ (IVF)
ทั้งคู่ผ่านกระบวนการรักษามาแล้ว 3 รอบ และในที่สุดในวันคริสต์มาสปี 2025 ที่ตรวจครรภ์ของเบคอนก็ได้ผลออกมาเป็นบวก
"ร่างกายที่อุดมสมบูรณ์ของฉันในวัย 19 ปี ช่วยให้ฉันกลับมามีชีวิตอีกครั้งในวัย 43 ปี" เธอกล่าว
แลนดอน ลูกชายของเบคอนลืมตาดูโลกเมื่อเดือนกันยายนปีนี้ และตัวเธอเองก็หายขาดจากโรคมะเร็งมานานถึง 25 ปีแล้ว

ที่มาของภาพ, Sara Matthews
นับตั้งแต่ได้แบ่งปันเรื่องราวของเธอออกไป เบคอนกล่าวว่าเธอได้รับข้อความมากมายจากผู้หญิงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของเธอ
แมทธิวส์กล่าวว่า ปัจจุบันการพูดคุยเกี่ยวกับทางเลือกด้านการมีบุตรสำหรับผู้ป่วยมะเร็งอายุน้อยได้รับความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการพยากรณ์โรคของมะเร็งในเด็กดีขึ้นอย่างมาก
"เราต้องการให้เด็กเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีชีวิตแบบผู้ใหญ่ทั่วไป และส่วนสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องนี้คือความสามารถในการสร้างครอบครัว" เธอกล่าว
เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่ได้ฟังเรื่องราวของเธอ เบคอนรู้สึกตกใจกับความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อที่เธอแสดงออกมาตั้งแต่อายุยังน้อย
"ฉันยังคงพยายามนึกถึงช่วงเวลาตอนอายุ 18 ปี และคิดว่า 'ทำไมฉันถึงมีความพยายามขนาดนั้น ทำไมฉันถึงมีความมุ่งมั่นขนาดนั้น' และฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องหวนคิดถึงและขอบคุณตัวเอง"































