โควิด-19 : ประกาศห้ามชุมนุม ทำกิจกรรม มั่วสุม ทั่วประเทศ สกัดการระบาด

Thai pro-democracy activist leader Parit "Penguin" Chiwarak (C) flash the three-finger salute as they march to the Government House in Bangkok, Thailand, 02 July 2021.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประกาศห้ามชุมนุม ทำกิจกรรม มั่วสุม ทั่วประเทศ มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2564
Published

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฉบับที่ 6 ซึ่งมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องรับโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประกาศดังกล่าวออกมา ไม่กี่ชั่วโมงหลัง พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศบค.) แถลงว่า ที่ประชุม ศบค. เตรียมพิจารณาเพิ่มการปิดกิจการบางประเภท และปรับมาตรการให้เข้มขึ้น หลังบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์บางพื้นที่ไป 5 วัน ในพื้นที่ 10 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด แต่พบว่าสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง

ด้าน กลุ่มเยาวชนปลดแอก โพสต์ประกาศทางเฟซบุ๊กนัดชุมนุมขับไล่รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 18 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และภายหลังจากมีข่าวประกาศห้ามการชุมนุมออกมา ทางกลุ่มยังคงโพสต์เชิญชวนประชาชนออกไปร่วมทำกิจกรรมต่อไป โดยใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด อาทิ การสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง หมวกคลุม เฟซชิลด์ และการใส่ชุดกันฝน เพื่อป้องกันเชื้อและป้องกันฝน รวมทั้งการรักษาระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตรขณะทำกิจกรรม

A anti-government protest wearing a protective face mask with "Prayut get out" message during they rally near the Government House in Bangkok, Thailand, 02 July 2021

ที่มาของภาพ, EPA

ประกาศที่ลงนามโดยพลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง มีเนื้อหาดังนี้

1. ให้ยกเลิกประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564

2. ห้ามมิให้มีการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค หรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่โรค ณ ที่ใด ๆ ทั่วราชอาณาจักร

3. ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมที่ดำเนินโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรคโดยให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564

สำหรับการจัดกิจกรรมในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้ประชาชนงดจัดกิจกรรมทางสังคมที่มีการรวมกลุ่มในลักษณะการสังสรรค์จัดเลี้ยงหรืองานรื่นเริง เว้นแต่เป็นการจัดพิธีการตามประเพณีนิยมตามที่ได้กำหนดเตรียมการไว้แล้ว โดยขอให้เป็นไปเพื่อความเหมาะสม และมีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด

มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน เฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล ได้แก่ จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร ห้ามการชุมนุมหรือการทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีจำนวนรวมกันมากกว่าห้าคน เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานกักกันโรค

4. ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมพื้นที่เฝ้าระวังสูง หรือพื้นที่เฝ้าระวัง เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นกิจกรรมที่ดำเนินโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรคโดยให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 24) ลงวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ต้องรับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับใหม่ ให้ประกาศฉบับนี้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดฉบับใหม่ดังกล่าว