ความรุนแรงในครอบครัว : “ผมไม่กล้าเลิกแฟนเพราะกลัวเธอจะฆ่าผม”

Alex and Jordan
คำบรรยายภาพ, อเล็กซ์กับจอร์แดน ที่ดูภายนอกไม่ต่างจากคู่รักทั่วไป
Published

คำเตือน : บทความนี้มีเนื้อหาที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

อเล็กซ์ สกีล อายุ 22 ปี

ผมไม่มีวันลืมตอนที่ จอร์แดน แฟนสาวของผมเทน้ำเดือด ๆ ใส่ผม ตอนนั้นเธอต้อนผมจนมุมที่ห้องหนึ่งในบ้านที่เราอยู่ด้วยกันในมณฑลเบดฟอร์ดเชียร์ โดยถือกาต้มน้ำที่กำลังเดือดอยู่ในมือ

ตอนนั้นเราอยู่กินกันมา 3 ปี และสิ่งที่เริ่มขึ้นจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น เธอบอกไม่ให้ผมใส่เสื้อผ้าสีเทาหรือเธอไม่ชอบทรงผมของผม ได้กลายเป็นการทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่องตลอด 9 เดือน ผมกลัวเธอมาก

ผมยังเห็นภาพน้ำเดือดหยดแรกที่ตกใส่ผิวของผม เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นราวกับภาพสโลว์โมชั่น หลังจากนั้นผิวหนังของผมก็หดย่นเพราะความร้อน มันเป็นความเจ็บปวดที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ผมขอให้เธอปล่อยผมลงแช่ตัวในอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำเย็น มันเป็นสิ่งเดียวที่ผมคิดออกว่าจะช่วยหยุดอาการไหม้ได้ ซึ่งเธอก็ยอมให้ผมลงแช่ตัว และทันใดนั้นความเจ็บปวดได้บรรเทาลงในทันที คุณคิดไม่ถึงหรอกว่ามันเป็นความรู้สึกวิเศษเพียงใดที่ได้แช่ตัวลงในน้ำเย็นจัดหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นความรู้สึกดีที่สุดในโลก จากนั้นเธอสั่งให้ผมขึ้นจากอ่างอาบน้ำ ไม่อย่างนั้นเธอจะทำสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอีกครั้ง

ถ้าผมเริ่มร้องคร่ำครวญว่าเจ็บปวด เธอจะบอกว่า "กลับลงอ่างสิ" จากนั้นเธอจะทำแบบเดิมแล้วให้ผมขึ้นจากอ่างอาบน้ำ มันคือการเล่นเกมปั่นหัวของเธอ เธอต้องการควบคุมชีวิตผมในทุก ๆ ด้าน ผมจำได้ว่านอนแช่น้ำในสภาพเปลือยเปล่า ผมดูราวกับกำลังอยู่ในเตาอบ ผิวหนังเริ่มหลุดลอกออกมา มันน่ากลัวมาก ๆ

A still from the abused by my girlfriend documentary showing shadows of a couple through window

ตัวเลขล่าสุดจากการสำรวจปัญหาอาชญากรรมในอังกฤษและเวลส์ พบว่าเมื่อปีที่แล้ว มีผู้ใหญ่อายุ 16-59 ปี ราว 2 ล้านคนตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ในจำนวนนี้กว่า 1 ใน 3 เป็นผู้ชาย

นอกจากนี้ยังประเมินว่า ราว 1 ใน 5 ของวัยรุ่น ถูกคู่รักทำร้ายร่างกาย และปัญหานี้เกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าที่คนส่วนใหญ่รับรู้ โดยข้อมูลจากตำรวจในอังกฤษและเวลส์เผยให้เห็นว่า เมื่อปี 2017 ผู้ชายตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวเกือบ 150,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของตัวเลขในปี 2012

ข้อมูลจากองค์กรการกุศล ManKind Initiative ยังพบว่า จำนวนที่พักพิงฉุกเฉินสำหรับเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวนั้น มีไม่ถึง 1% ที่จัดไว้รองรับผู้ชาย และในกรุงลอนดอนก็ไม่มีที่พักพิงลักษณะนี้ไว้ให้ผู้ชายเลย

Alex Skeel

จอร์แดน เวิร์ธ และผมมีอายุ 16 ปีตอนที่เราพบกันครั้งแรกในวิทยาลัยเมื่อปี 2012 เธอเรียนดีมากและได้รับเลือกให้เข้าเรียนด้านวิจิตรศิลป์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์ตฟอร์ดเชียร์ เธออยากเป็นครู

ในช่วงเดือนแรก ๆ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เรามีช่วงเวลาดี ๆ และทำสิ่งต่าง ๆ ที่คู่รักทั่วไปทำ เช่น การไปดูหนัง และการเดินเล่นด้วยกัน มันเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ผมได้บอกเพื่อน ๆ ว่าผมมีแฟนแล้ว

ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ก็เกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้น ตอนนั้นมันดูเหมือนแค่พฤติกรรมเรียกร้องความสนใจ พ่อแม่ผมออกเงินให้ผมกับจอร์แดนไปดูละครเวทีเรื่องเดอะไลอ้อนคิงในลอนดอน แต่จู่ ๆ จอร์แดนกลับหายไป พวกเราตามหาเธอกันให้วุ่น จนไปพบเธออยู่ที่ ล็อบบี้โรงแรมที่เราพัก และหัวเราะชอบใจใหญ่ มันประหลาดมาก แต่พอมองย้อนกลับไป ผมคิดว่ามันเป็นวิธีการทำให้ผมตกใจและให้ผมเป็นห่วงเธอเพื่อรั้งผมไว้กับเธอ

จากนั้นไม่นาน จอร์แดนก็เริ่มกีดกันไม่ให้ผมติดต่อกับเพื่อนฝูงและครอบครัว ด้วยการห้ามผมไปพบและควบคุมบัญชีเฟซบุ๊กของผม ซึ่งเป็นรูปแบบของความรุนแรงในครอบครัวที่พบได้บ่อย มันทำให้ผมไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร

Alex with his mother and twin brother
คำบรรยายภาพ, ภาพอเล็กซ์ฉลองวันเกิดปีที่ 18 กับแม่และลุค คู่แฝดของเขา

เธอเริ่มไม่ให้ผมกินอาหาร ทำให้ผมน้ำหนักลดลงอย่างมาก ผมพยายามท้าทายพฤติกรรมของเธอ แต่เธอกลับทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นตัวปัญหา ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดผม แต่เธอโน้มน้าวใจจนผมเชื่อตาม และลงเอยด้วยการถามตัวเองว่า "ผมทำอะไรผิดไป"

เวลาที่เธอบอกว่า "ฉันไม่ชอบสีเทา" หรือ "ฉันไม่ชอบรองเท้าคู่นั้น" ผมจะคิดว่า "โอเค ผมจะไม่ใส่มัน เพราะผมอยากเอาใจเธอ" ในความเป็นจริง เธอกำลังทำให้ผมเป็นในสิ่งที่เธอต้องการ มันทำลายความมั่นใจในตัวเองของผม มันเป็นการต่อสู้ที่คุณไม่มีวันชนะ และมันน่าท้อใจมาก

เรามีลูกด้วยกัน 2 คน และผมได้แต่หวังว่าจะมีบางอย่างเปลี่ยนไป แน่นอนว่าลูก ๆ ที่ยังเล็กอยู่จะต้องเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แม้เธอจะไม่ได้ทำร้ายพวกเขาโดยตรง แต่ผมกลัวอยู่เสมอว่า ถ้าผมไปจากเธอ เธอจะหันไปทำร้ายลูกแทน ผมจึงจำใจอยู่ต่อ

แน่นอนว่าผมมีช่วงเวลาดี ๆ กับจอร์แดน ช่วงเวลาที่ผมมีความสุข เวลาที่เราหัวเราะและสนุกด้วยกัน มันไม่ใช่ฝันร้ายตลอดเวลา และผมอยากพยายามให้ความสัมพันธ์นี้ไปรอด เพราะสุดท้ายผมก็รักเธอ

มันกินเวลา 18 เดือนจากการทำร้ายจิตใจมาเป็นการทำร้ายร่างกาย มันเริ่มขึ้นตอนที่เธอนอนโดยมีขวดวางไว้ข้างตัว เธอกล่าวหาว่าผมนอกใจโดยการพูดคุยและส่งข้อความหาหญิงอื่น ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย เธอมักจะอ้างว่าได้รับข้อความจากคนนั้นคนนี้ แต่ตอนหลังผมพบว่าเธอกุเรื่องขึ้นมา จากนั้นเธอจะรอให้ผมหลับ แล้วใช้ขวดฟาดที่หัวของผม แล้วถามว่า "เธอกำลังคิดอะไรอยู่"

An x-ray of Alex's mouth showing his broken teeth
คำบรรยายภาพ, ฟิล์มเอกซเรย์ช่องปากของอเล็กซ์ เผยให้เห็นร่องรอยฟันหัก

พอผ่านไปได้ระยะหนึ่งมันถึงจุดที่ผมไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป ผมชินกับความเจ็บปวดมาก แทบจะไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป ดังนั้นเธอจึงเพิ่มระดับและหาวิธีทำร้ายผมที่หนักขึ้น หลังจากขวดแก้วก็เปลี่ยนเป็นค้อน และเป็นอะไรก็ตามที่เธอหาได้

ครั้งหนึ่งเธอใช้สายชาร์จแล็ปท็อป โดยพันสายไฟไว้ที่ข้อมือแล้วฟาดปลั๊กไฟส่วนที่เป็นหัวเสียบลงที่หัวของผม เลือดเริ่มไหลทะลักออกมา ผมร้องว่า "ช่วยผมที" และมองจอร์แดนเดินขึ้นบันไดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ เธอพูดว่า "ทำไมไม่ไปตายซะล่ะ ไม่มีใครห่วงเธออยู่แล้ว"

ในที่สุด จอร์แดนก็เริ่มใช้มีด เธอเฉือนผม ครั้งหนึ่งมันเกือบโดนเส้นเลือดใหญ่ที่ข้อมือผม จากนั้นก็เป็นน้ำเดือด มันทำให้ผมมีแผลไฟไหม้ระดับที่ 3 เมื่อใดก็ตามที่ผมเริ่มชินชากับความเจ็บปวด เธอจะเพิ่มระดับความรุนแรง ซึ่งขั้นต่อไปหลังจากน้ำร้อนลวกก็คงจะเป็นความตาย

A kettle on a kitchen surface
คำบรรยายภาพ, กาต้มน้ำร้อนที่จอร์แดนใช้ทำร้ายอเล็กซ์

แน่นอนว่าผมกลัวจอร์แดน และสิ่งที่เธอจะทำ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าถ้าผมบอกเรื่องนี้กับใครเธอจะฆ่าผมทิ้ง ดังนั้นเวลาที่ไปโรงพยาบาล ผมจะโกหกว่าผมสะดุดล้มแล้วหัวไปกระแทก หรือไม่ก็ถูกน้ำร้อนจากฝักบัวลวกผิวหนัง

เพื่อนบ้านเคยโทรแจ้งตำรวจ 2-3 ครั้ง ตอนที่พวกเขาได้ยินเสียงร้องตะโกน ซึ่งผมจะพูดแก้ตัวให้จอร์แดน มันไม่ใช่เรื่องดี แต่ผมทำเพื่อรักษาชีวิตตัวเอง เวลาที่ผมตาเขียวหรือมีรอยฟกช้ำ เธอจะใช้เครื่องสำอางกลบร่องรอย เพราะเธออยากปิดบังสิ่งที่เธอทำกับผม

ตอนนั้นผมรู้สึกว่าร่างกายกำลังจะหยุดทำงาน ผมน้ำหนักลดไป 31 กก. หมอบอกว่าถ้าช้ากว่านี้ 10 วันผมคงจะตาย เพราะผมไม่ได้กินอาหารมาเป็นเวลานานและอาการบาดเจ็บก็สาหัสมาก เรื่องทั้งหมดจบลงในปี 2018 ตอนที่ตำรวจมาที่บ้านเพื่อติดตามคดีและสอบปากคำผม และความจริงทั้งหมดก็ถูกเปิดเผย

Police bodycam footage
คำบรรยายภาพ, ภาพจากกล้องของตำรวจ เผยให้เห็นอเล็กซ์ในสภาพที่ได้รับความบอบช้ำทั้งทางร่ายกายและจิตใจ

ถ้าตำรวจไม่ยื่นมือเข้ามาในตอนนั้น ผมคงลงไปนอนในหลุมแล้วแน่นอน ผมโชคดีที่ร่องรอยบาดแผลและหลักฐานทั้งหมดมัดตัวจอร์แดนไว้แน่นหนา และทำให้เธอถูกจับกุมตัวไป

ผมคิดว่าแรงจูงใจของจอร์แดนมาจากความหึงหวงล้วน ๆ ผมเคยสนิทกับครอบครัวมาก และมีเพื่อนดี ๆ มากมาย แต่เธอกีดกันผมจากทุกคน เธอพรากผมจากทุกสิ่งที่ผมเคยมี ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งเธอพูดว่า "ฉันจะทำลายชีวิตเธอ"

ข้อมูลจากองค์กร ManKind Initiative ระบุว่า ในขณะที่ 1 ใน 6 ของผู้ชายตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว แต่มีเพียง 1 ใน 20 เท่านั้นที่กล้าขอความช่วยเหลือ

จอร์แดนไม่เคยแสดงความเสียใจ โดยตอนที่ตำรวจสอบปากคำนั้น แม้เธอจะทำท่าเหมือนสำนึกผิดในวิดีโอที่ตำรวจบันทึกไว้ แต่ผมคิดว่าเธอทำเช่นนั้นเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้ว่าทำอะไรกับผม เธอยอมรับสารภาพในชั้นศาล ผมเชื่อว่าเพราะเธอยากได้รับการบรรเทาโทษ

Jordan being questioned by police
คำบรรยายภาพ, จอร์แดนขณะถูกตำรวจสอบปากคำ

ผมไม่รู้ว่าจอร์แดนจะอ้างความชอบธรรมอะไรกับพฤติกรรมของเธอ ผมคิดว่าคนที่ใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัวทำมันลงไปเพราะรู้สึกดี เหมือนกับการใช้ยาเสพติด ที่ยิ่งพวกเขาเสพมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่าจะเอาตัวรอดได้มากเท่านั้น

ผมเคยได้ยินเรื่องความรุนแรงในครอบครัวต่อผู้ชายก่อนที่ผมจะรู้จักกับจอร์แดน ผมรู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำมันคืออะไร แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน

ผมไม่ได้พยายามหนีออกจากสถานการณ์นี้ มันฟังดูตลก แต่มันไม่มีทางที่ผมจะออกมาได้เลย ที่สำคัญเรามีลูกด้วยกัน 2 คน ผมแค่หวังว่ามันจะหยุด ถ้าผมถูกตีน้อยลง 1 ครั้ง วันนั้นคือวันดีของผมแล้ว

สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือลูก ๆ คุณไม่ควรบอกใครให้ออกจากสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่คุณทำได้คือการพูดว่า "ถ้าคุณอยากคุยกับฉัน ฉันอยู่ตรงนี้"

Alex reunited with baby Iris after being discharged from hospital
คำบรรยายภาพ, อเล็กซ์กับหนูน้อยไอริส ลูกสาว หลังเขาออกจากโรงพยาบาล

เมื่อเดือน เม.ย. 2018 จอร์แดนถูกตัดสินจำคุก 7 ปีครึ่ง เธอรับสารภาพว่ามีพฤติกรรมควบคุมและบีบบังคับคู่รัก ทำร้ายร่างกายและจงใจให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ตอนที่ผมทราบข่าว ผมไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ผมไม่สนใจกับอะไรอีกต่อไป ผมคิดว่าเป็นเพราะความบอบช้ำทางจิตใจที่ผมได้ประสบ ตอนที่ศาลมีคำพิพากษา ผมคิดเพียงว่า "นั่นมันยุติธรรมแล้ว" หลังจากนั้นผมรู้สึกโล่งใจ ราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก ทันทีที่ผมรู้ว่าเธอถูกนำตัวขึ้นรถไปเรือนจำ มันเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ผมรู้สึกสบายใจและไม่ต้องกังวลว่าจะมีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นอีก

ส่วนเด็ก ๆ ไม่ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมเก็บข้อมูลและเอกสารทางกฎหมายต่าง ๆ ไว้ให้พวกเขาได้อ่านเมื่อโตพอจะเข้าใจ และผมจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเขาฟัง สิ่งที่ผมแคร์ทั้งหมดก็คือการที่วันหนึ่งลูก ๆ จะพูดว่า "พ่อทำดีแล้ว"

จอร์แดน เป็นผู้หญิงคนแรกในสหราชอาณาจักรที่ต้องเข้าคุกฐานมีพฤติกรรมควบคุมและบีบบังคับคู่รัก แสดงให้เห็นว่าทางการให้ความสำคัญกับประเด็นนี้

ปัจจุบันยังคงมีมุมมองเชิงลบในสังคมที่ทำให้ผู้ชายไม่กล้าเปิดเผยเรื่องการตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว และบ่อยครั้งที่ตำรวจไม่จริงจังกับปัญหาความรุนแรงต่อผู้ชาย ทำให้พวกเขามักถูกละเลยในการรณรงค์ต่อต้านปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

A heart-shaped trinket saying 'home sweet home' hangs from a door in Alex's family home
คำบรรยายภาพ, ในอนาคตอเล็กซ์อยากเปิดบ้านพักฉุกเฉินให้ผู้ชายที่ถูกทำร้ายแบบเขา

ผมไม่โง่พอที่จะคิดว่าผู้หญิงทุกคนเหมือนจอร์แดน แต่ผมยังไม่พร้อมจะเริ่มความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับใครอีกในตอนนี้ ผมอยากจะสนุกกับสิ่งที่ผมรักในวัยเด็กแต่ถูกจอร์แดนพรากไป และผมอยากช่วยองค์กรการกุศลที่ให้ความช่วยเหลือผู้ชายที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ในอนาคตผมอยากเปิดบ้านพักฉุกเฉินให้ผู้ชายที่ถูกทำร้ายแบบผม

บางครั้งผมคิดว่าเหตุผลหลักที่ผมยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เพื่อทำหน้าที่รณรงค์ให้สังคมตระหนักกับปัญหานี้ ทำไมมีดถึงพลาดจุดสำคัญ และทำไมผมจึงไม่เคยกะโหลกร้าวแม้จะถูกทุบตีนับพันครั้ง มันต้องมีเหตุผลสำหรับเรื่องนี้ และเหตุผลก็คือการช่วยเหลือผู้คน ผมแค่อยากให้เหยื่อรายอื่น ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น

เรื่องนี้ได้รับการบอกเล่าผ่าน โซฟี เฮย์ด็อก