ยูเครนใช้โดรนโจมตีเครื่องบินทิ้งระเบิดรัสเซียครั้งใหญ่ ส่งสารสำคัญอย่างไรต่อรัสเซียและชาติตะวันตก ?

Ukrainian President Volodymyr Zelensky shakes hands with the Head of the Security Service (SSU) Vasyl Malyuk, who had reported on the operation against Russian airbases
คำบรรยายภาพ, นายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน จับมือกับวาซิล มัลยุค หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงของยูเครน (SSU) ผู้รายงานการปฏิบัติการต่อต้านฐานทัพอากาศของรัสเซีย
    • Author, พอล อดัมส์ และยาโรสลาฟ ลูคิฟ
    • Role, ผู้สื่อข่าวสายการทูตบีบีซี และบีบีซีนิวส์
    • Reporting from, กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน
  • Published
  • เวลาอ่าน: 3 นาที

ยูเครนระบุว่าประสบความสำเร็จในการโจมตีระยะไกลครั้งใหญ่ที่สุดต่อรัสเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1มิ.ย.) หลังจากใช้โดรนที่ลักลอบเข้าประเทศปฏิบัติการโจมตีเครื่องบินรบของรัสเซีย 40 ลำ ในฐานทัพทหาร 4 แห่ง

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยว่ามีการใช้โดรน 117 ลำในปฏิบัติการที่ชื่อว่า "ใยแมงมุม" (Spider's Web) โดยเอสบียู (SBU) หน่วยงานความมั่นคงของยูเครนได้โจมตี "เครื่องบินบรรทุกขีปนาวุธร่อนยุทธศาสตร์ [ของรัสเซีย] ไปราว 34%"

ขณะที่รัสเซียยืนยันว่าถูกยูเครนโจมตีในห้าภูมิภาค พร้อมระบุว่านี่คือ "การกระทำของผู้ก่อการร้าย"

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่ตัวแทนของรัสเซียและยูเครนกำลังจะเดินทางสู่นครอิสตันบูลของตุรกี เพื่อเตรียมเจรจาสันติภาพเป็นครั้งที่สองในวันจันทร์ (2 มิ.ย.)

การเจรจาดังกล่าวมีความคาดหวังในระดับต่ำ เพราะทั้งสองฝ่ายที่ทำสงครามกันยังคงห่างไกลว่าจะยุติสงครามกันได้อย่างไร

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เปิดฉากรุนรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในเดือน ก.พ. 2022 ขณะนี้รัสเซียยึดครองดินแดนของยูเครนไปได้แล้ว 20% รวมถึงคาบสมุทรไครเมียทางตอนใต้ที่ถูกรัสเซียผนวกไปตั้งแต่ปี 2014

เซเลนสกีโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียหลายโพสต์เมื่อวันอาทิตย์ ระบุว่าเขาแสดงความยินดีกับ วาซิล มัลยุค หัวหน้าหน่วย SBU ที่ประสบ "ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ" ในปฏิบัติการครั้งนี้

เขาเปิดเผยว่าที่โดรนทั้ง 117 ลำ แต่ละตัวมีนักบินประจำ

"สิ่งที่น่าสนใจที่สุด ที่ตอนนี้เราเปิดเผยต่อสาธารณะได้แล้ว คือ 'สำนักงาน' สำหรับปฏิบัติการของเราในดินแดนรัสเซียได้จัดตั้งอยู่ติดกับหน่วย FSB [หน่วยความมั่นคงกลางของรัสเซีย] ของรัสเซีย ในหนึ่งในภูมิภาคของพวกเขา" ประธานาธิบดียูเครน ระบุ

หน่วยความมั่นคงกลางของรัสเซีย หรือ FSB คือหน่วยงานความมั่นคงของรัฐที่ทรงพลังของรัสเซีย

เซเลนสกียังเปิดเผยอีกว่าบรรดาคนที่ร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้ ถูก "นำตัว" ออกจากรัสเซียอย่างปลอดภัย ก่อนที่จะมีการโจมตี

แหล่งข่าวใน SBU บอกกับบีบีซีผ่านแถลงการณ์ในวันอาทิตย์ ( 1 มิ.ย.) ระบุว่าฐานทัพอากาศของรัสเซีย 4 แห่ง ซึ่งสองแห่งในนั้นอยู่ห่างจากยูเครนหลายพันไมล์ถูกโจมตี โดยฐานทัพเหล่านั้นประกอบด้วย

  • ฐานทัพเบลายา (Belaya) ในแคว้นอีร์คุตสค์ ของไซบีเรีย
  • ฐานทัพโอเลนยา (Olenya) เมืองมูรมันสค์ ในตะวันตกเฉียงเหนือสุดของรัสเซีย
  • ฐานทัพเดียกิเลโว (Dyagilevo) ในเมืองเรียซาน
  • ฐานทัพอิวาโนโว (Ivanovo) ในเมืองอิวาโนโว

แหล่งข่าวในหน่วย SBU ยังเปิดเผยอีกว่า อากาศยานรัสเซียที่ถูกโจมตีนั้น มีทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีความสามารถทางนิวเคลียร์ Tu-95 และ Tu-22M3 รวมถึงเครื่องบินรบเตือนภัยล่วงหน้า A-50 ด้วย

พวกเขายังอธิบายปฏิบัติการทั้งหมดด้วยว่า "มีความซับซ้อนมากทางด้านโลจิสติกส์"

"หน่วย SBU เริ่มจากการลักลอบนำโดรนเอฟพีวี (FPV) เข้ารัสเซีย ก่อนจะลักลอบนำตู้เคบินไม้ขนาดเล็กที่เคลื่อนย้ายได้เข้าไปในประเทศ เมื่อเข้ามาในดินแดนรัสเซียแล้ว โดรนทั้งหมดได้ถูกนำซ่อนไว้ใต้หลังคาของตู้เคบินเหล่านี้ซึ่งตั้งอยู่บนรถบรรทุกสินค้าอีกทีหนึ่ง"

"เมื่อถึงเวลา หลังคาของตู้เคบินไม้เหล่านี้ถูกสั่งงานทางไกลให้เปิดออก และโดรนในนั้นก็เริ่มขึ้นบินเพื่อโจมตีเครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซีย"

อิกอร์ คอบเซฟ ผู้ว่าการเมืองอีร์คุตสค์ ยืนยันว่าโดรนที่โจมตีฐานทัพเบลายา (Belaya) ในไซบีเรีย บินขึ้นจากรถบรรทุก ขณะที่สื่อรัสเซียหลายแห่งรายงานว่าการโจมตีในฐานทัพอื่น ๆ ก็เริ่มต้นจากการปล่อยโดรนออกจากรถบรรทุกเช่นกัน โดยมีคำบอกเล่าหนึ่งระบุว่าโดรนเหล่านี้บินออกจากรถบรรทุกยี่ห้อคามาซ (Kamaz) ใกล้กับสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง

สื่อรัสเซียยังรายงานถึงการโจมตีในเมืองมูรมันสค์ แต่ก็บอกว่ามีระบบป้องกันภัยทางอากาศทำงานอยู่ในเวลานั้นและยังรายงานถึงการโจมตีในเมืองอีร์คุตสค์เช่นกัน

.
คำบรรยายภาพ, ภาพบันทึกหน้าจอจากคลิปที่ถูกปล่อยโดยทางการยูเครน เผยให้เห็นการโจมตีของโดรนยูเครนต่อเครื่องบินรบของรัสเซีย

เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังยูเครนเปิด "ปฏิบัติการใยแมงมุม" ?

รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ยืนยันผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ (1 มิ.ย.) ว่าฐานทัพอากาศในห้าภูมิภาคของประเทศถูกโจมตี

เขาอ้างว่า "การโจมตีทั้งหมดถูกสกัดได้" ในฐานทัพอากาศของกองทัพที่ภูมิภาคอิวาโนโว เรียซาน และอามูร์ ซึ่งฐานทัพสุดท้ายที่เขาอ้างถึง ไม่มีในรายชื่อฐานทัพที่แหล่งข่าวจากหน่วย SBU ของยูเครนบอกกับบีบีซี

ส่วนในเมืองมูรมันสค์และอีร์คุตสค์ "อากาศยานหลายลำถูกเผาไหม้" หลังจากโดรนขึ้นบินในพื้นที่ใกล้เคียง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของรัสเซียเปิดเผย

เขาให้ข้อมูลด้วยว่าไฟจากการเผาไหม้ดับลงแล้ว และไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย พร้อมเสริมว่า "ผู้เข้าร่วมในการโจมตีของผู้ก่อการร้ายครั้งนี้บางคนถูกควบคุมตัวแล้ว"

ในขณะเดียวกัน ทางการยูเครนก็ระบุว่ามีโดรนจำนวน 472 ลำ และขีปนาวุธ 7 ลูก เกี่ยวข้องกับการโจมตียูเครนเมื่อคืนที่ผ่านมา

การโจมตีครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดของรัสเซียเช่นกัน โดยฝ่ายยูเครนระบุว่าสามารถทำให้เป้าหมายทางอากาศ 385 ลำ "สิ้นประสิทธิภาพการทำลายล้าง" (neutralised) ไปได้

และอีกเหตุการณ์ที่ตามมา กองกำลังภาคพื้นดินของยูเครนระบุว่ามีทหารเสียชีวิต 12 คน และบาดเจ็บอีก 60 คน จากการทิ้งขีปนาวุธของรัสเซียที่ศูนย์ฝึกอบรม

พลเอกมิไคโล ดราปาตี ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินของยูเครน ยื่นใบลาออกจากนั้นไม่นาน เขาระบุว่าการตัดสินใจของเขา "เกิดขึ้นจากความรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น

ปฏิบัติการนี้ส่งสารอย่างไรไปถึงรัสเซียและชาติตะวันตก ?

บทวิเคราะห์โดย พอล อดัมส์ ผู้สื่อข่าวสายการทูตบีบีซี

คงไม่เกินจริงที่จะกล่าวว่าการโจมตีของยูเครนต่อกองทัพอากาศรัสเซียทั่วประเทศ เป็นความกล้าบ้าบิ่น หรือความเฉลียวฉลาดอย่างแท้จริง

เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า สิ่งที่ยูเครนกล่าวอ้างว่าการโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.3 แสนล้านบาท) เป็นจริงหรือไม่ แต่ชัดเจนว่า "ปฏิบัติการใยแมงมุม" ดังกล่าว อย่างน้อยที่สุดก็เป็นชัยชนะทางการโฆษณาชวนเชื่อที่น่าทึ่ง

ชาวยูเครนเปรียบเทียบการโจมตีครั้งนี้กับความสำเร็จทางการทหารอื่น ๆ ของยูเครนนับตั้งแต่ที่ถูกรัสเซียรุกรานอย่างเต็มรูปแบบ เช่น การจมเรือรบมอสควา" (Moskva) เรือธงแห่งกองเรือทะเลดำของรัสเซีย และการทิ้งระเบิดสะพานเคิร์ชในปี 2022 รวมถึงการใช้ขีปนาวุธโจมตีท่าเรือเซวัสโตปอล (Sevastopol) ในปีถัดมา

หากพิจารณาจากข้อมูลที่สื่อได้รับจาก SBU หน่วยข่าวกรองทางการทหารของยูเครน ปฏิบัติการครั้งล่าสุดนับว่าประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญมากที่สุดเท่าที่ผ่านมา

มีข้อมูลว่าปฏิบัติการดังกล่าวใช้เวลาเตรียมการถึง 18 เดือน โดรนขนาดเล็กจำนวนมากถูกลักลอบเข้าไปในรัสเซีย โดยถูกเก็บซ่อนไว้ในช่องพิเศษบนรถบรรทุกสินค้าที่ขับไปยังสถานที่อย่างน้อย 4 แห่งซึ่งอยู่ห่างกันหลายพันไมล์ และถูกควบคุมจากระยะไกลในการส่งพวกมันไปยังฐานทัพอากาศใกล้เคียง

คำบรรยายวิดีโอ, คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นโดรนที่กำลังพุ่งโจมตีเป้าหมายที่จอดนิ่งอยู่ในท่าอากาศยาน

"ไม่มีปฏิบัติการทางข่าวกรองใดในโลกที่ทำเช่นนี้มาก่อน" เซอร์ฮี คุซาน นักวิเคราะห์ด้านกลาโหมกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ยูเครเนียนทีวี (Ukrainian TV)

"เครื่องบินทิ้งระเบิดที่เป็นยุทธศาสตร์เหล่านี้สามารถโจมตีพวกเราในระยะไกลได้" เขาระบุ "นี่มีแค่ 120 ตัว แต่เราโจมตีไป 40 แล้ว นับเป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง"

เป็นการยากที่จะประเมินความเสียหาย แต่โอเล็กซานเดอร์ โควาเลนโก บล็อกเกอร์ทหารชาวยูเครน ระบุว่า ต่อให้เครื่องบินทิ้งระเบิดและอากาศยานที่ใช้สั่งการและควบคุมจะไม่ถูกทำลาย ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็มหาศาลอยู่ดี

"ความเสียหายดังกล่าวส่งผลไปถึงโครงข่ายอุตสาหกรรมทางการทหารของรัสเซีย ที่ในสถานะปัจจุบัน ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถฟื้นฟูได้ในระยะเวลาอันใกล้" เขาระบุผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรม (Telegram)

เขากล่าวต่อด้วยว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดบรรทุกขีปนาวุธสำคัญที่อาจจะเผชิญปัญหา ได้แก่ เครื่องบินรุ่น Tu-95, Tu-22, และ Tu-160 ซึ่งเขาระบุว่าไม่มีการผลิตแล้ว ดังนั้นการซ่อมแซมพวกมันจะยากลำบาก ในขณะที่การหาเครื่องบินลำใหม่มาแทนที่ก็เป็นไปไม่ได้เลย

นอกจากนี้ เขาเปิดเผยว่าการสูญเสียเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง Tu-160 ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมากเป็นพิเศษ

"วันนี้สิ่งที่กองทัพอากาศและอวกาศรัสเซีย (Russian Aerospace Forces) สูญเสีย ไม่ใช่เพียงอากาศยานสองลำที่หายากที่สุดที่พวกเขามีเท่านั้น แต่พวกเขาสูญเสียยูนิคอร์นสองตัวในฝูงไปจริง ๆ" เขาระบุ

นอกจากผลกระทบทางกายภาพ ซึ่งข้อเท็จจริงอาจจะเทียบเท่ากับที่เหล่านักวิเคราะห์ประเมินในบทความชิ้นนี้หรือไม่ก็ได้นั้น ปฏิบัติการใยแมงมุม (Operation Spider's Web) ยังส่งสารสำคัญอีกประการ ซึ่งไม่เพียงส่งไปถึงรัสเซียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มประเทศตะวันตกที่เป็นพันธมิตรของยูเครน

สเวียโตสลาฟ โคเมนโก ผู้สื่อข่าวบีบีซี เขียนถึงการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐในกรุงเคียฟเมื่อไม่นานมานี้ลงในเว็บไซต์ของบีบีซียูเครน เขาระบุว่าเจ้าหน้าที่รู้สึกผิดหวัง

"ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด" เจ้าหน้าที่บอกกับสเวียโตสลาฟ "คือชาวอเมริกันเชื่อไปแล้วว่าพวกเราแพ้สงคราม และจากข้อสรุปแบบนั้น สิ่งต่าง ๆ เลยตามมา"

อิลเลีย โพโนมาเรนโก ผู้สื่อข่าวด้านกลาโหมชาวยูเครน โพสต์บนแอปพลิเคชันเอ็กซ์ (X) โดยอ้างถึงการเผชิญหน้าระหว่างสองประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี และโดนัล ทรัมป์ ในห้องทำงานรูปไข่ (Oval office)

"นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อชาติที่มีความภาคภูมิใจที่ถูกโจมตี ไม่ฟังคำต่าง ๆ เหล่านี้: 'ยูเครนเหลือเวลาอีกแค่หกเดือน' 'คุณไม่มีไพ่ในมือ' 'ยอมแพ้เสียเถอะเพื่อสันติภาพ รัสเซียแพ้ไม่ได้'"

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข้อความทวีตจากวารสาร "บิสซิเนส ยูเครน" (Business Ukraine) ที่ประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า "กลายเป็นว่ายูเครนยังมีไพ่อยู่บ้าง วันนี้เซเลนสกีทิ้งไพ่ 'ราชาแห่งโดรน' (King of Drones) ออกมา"

นี่คือข้อความที่ผู้แทนชาวยูเครนยืนยันในขณะที่พวกเขาเดินทางถึงนครอิสตันบูลของตุรกีเพื่อเจรจาหยุดยิงรอบใหม่กับตัวแทนจากรัฐบาลรัสเซีย ข้อความที่ว่าคือ "ยูเครนยังคงอยู่ในการต่อสู้"

ชาวอเมริกัน "เริ่มทำราวกับว่าบทบาทของพวกเขาคือการต่อรองให้พวกเรายอมแพ้อย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" เจ้าหน้าที่ทางการของยูเครนบอกกับสเวียโตสลาฟ โคเมนโก

"แล้วพวกเขาก็มาขุ่นเคืองเมื่อเราไม่ขอบคุณ แต่แน่นอนว่าเราไม่ [ขอบคุณ] อยู่แล้ว เพราะเราไม่เชื่อว่าเราจะแพ้"

แม้รัสเซียจะก้าวหน้าอย่างช้า ๆ ต่อเนื่องในสมรภูมิการสู้รบที่ดอนบาส (Donbas) แต่ยูเครนกำลังบอกกับรัสเซียและฝ่ายบริหารของทรัมป์ว่า อย่ามองข้ามโอกาสของรัฐบาลยูเครนไปอย่างง่ายดายนัก