ส่องปัญหาขายบุหรี่ไฟฟ้าในอังกฤษ เหตุใดแพทย์ออกมาเตือนอันตรายที่ส่งผลต่อสุขภาพเด็ก

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ฮิวจ์ พิม
- Role, บรรณาธิการข่าวสุขภาพ
- Author, โอลิเวีย ไอร์แลนด์
- Published
- เวลาอ่าน: 5 นาที
แพทย์ในสหราชอาณาจักรระบุว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชน และควรมีมาตรการที่ทำให้บุหรี่ไฟฟ้ามี "ความน่าดึงดูดใจน้อยลง" สำหรับคนกลุ่มนี้
ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์และสุขภาพเด็กแห่งสหราชอาณาจักร (Royal College of Paediatrics and Child Health - RCPCH) ทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าราว 81 ฉบับ และระบุว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความเชื่อมโยงกับอัตราการเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่สูงขึ้น รวมถึงพบหลักฐานที่ชี้ถึงอันตรายในทารกที่มารดาสูบบุหรี่ไฟฟ้าระหว่างตั้งครรภ์
การทบทวนผลการศึกษาดังกล่าวระบุว่า ไม่ควรทำให้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าถูกมองว่าไม่มีอันตรายต่อเด็กและเยาวชนในขณะที่เขากำลังเติบโตขึ้น
ราชวิทยาลัยฯ เรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษยกระดับมาตรการควบคุมการขายบุหรี่ไฟฟ้าให้เข้มงวดยิ่งขึ้น พร้อมเสนอให้จำกัดรสชาติที่มีวางจำหน่าย
รายงานการทบทวนดังกล่าวด้านบุหรี่ไฟฟ้านี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Archives of Disease in Childhood โดย ผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัยฯ แห่งนี้ได้พิจารณาแล้วว่า งานศึกษานี้ได้ระบุถึงผลกระทบจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อเด็กและเยาวชน ทั้งในด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตในสังคม
งานวิจัยระบุว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความเกี่ยวข้องกับปัญหาหลายด้าน เช่น อาการหายใจมีเสียงหวีดและอาการไอ สุขภาพฟัน การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ ปัญหาสุขภาพจิต และอาการผิดปกติทางดวงตา
ศาสตราจารย์วิลล์ แคร์โรลล์ หนึ่งในผู้ร่วมจัดทำการศึกษาผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้า กล่าวว่า หลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึง "ความเชื่อมโยงอย่างชัดเจน" ระหว่างการสูบบุหรี่ไฟฟ้ากับอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ การพึ่งพานิโคติน และการหันไปสูบบุหรี่ในเวลาต่อมา
เขากล่าวว่า "เราต้องเร่งดำเนินการ เพื่อไม่ให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจและหาซื้อได้ง่ายสำหรับเด็ก"
ดร.ไมค์ แมคคีน รองประธานฝ่ายนโยบายของราชวิทยาลัยฯ กล่าวว่า "บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างใหม่ และเรายังไม่รู้แน่ชัดถึงผลกระทบในระยะยาวที่มีต่อเด็กและเยาวชน แต่ขณะนี้เริ่มเราเห็นผลกระทบที่ชัดเจนและน่ากังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ"
"เราจำเป็นต้องก้าวให้ทันตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเดินหน้าดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องเด็กจากผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินเป็นส่วนผสม"
เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 12 สัปดาห์เกี่ยวกับรูปลักษณ์ บรรจุภัณฑ์ และการจัดวางจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความน่าดึงดูดของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ลงสำหรับกลุ่มเด็กกำลังโต
ภายใต้ข้อเสนอใหม่ บรรจุภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าจะต้องใช้รูปแบบเรียบง่าย จำกัดการใช้ตราสินค้าอย่างเข้มงวด และระบุรสชาติได้เพียงคำง่าย ๆ เช่น "แอปเปิล" หรือ "โคล่า"
ข้อจำกัดอื่น ๆ จะเป็นการกำหนดให้ร้านค้าจัดวางบุหรี่ไฟฟ้าในจุดที่มองไม่เห็น เช่นเดียวกับการจำหน่ายบุหรี่และยาสูบในปัจจุบัน
มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 100 วัน หลังจากพระราชบัญญัติยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าผ่านความเห็นชอบเมื่อไม่นานมานี้ โดยกฎหมายดังกล่าวกำหนดแนวทางสร้างคนรุ่นแรกของสหราชอาณาจักรที่ปลอดจากการสูบบุหรี่
เด็กอายุ 17 ปีหรือต่ำกว่านั้นจะถูกห้ามซื้อบุหรี่ไปตลอดชีวิต เนื่องจากร้านค้าจะไม่สามารถจำหน่ายยาสูบให้แก่ผู้ที่เกิดหลังวันที่ 1 ม.ค. 2009 ได้ตามกฎหมาย
ดร.แมคคีน กล่าวว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้ถือเป็น "ก้าวสำคัญในการปกป้องเด็กจากการติดนิโคติน แต่ไม่ควรมองว่าเป็นมาตรการที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วจบ"
ศาสตราจารย์แคร์โรลล์กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการให้เข้มข้นกว่านี้ โดยจำกัดประเภทของรสชาติที่มีจำหน่ายสำหรับเด็กและเยาวชน ไม่ใช่เพียงจำกัดแค่คำบรรยายรสชาติเท่านั้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
จากผลสำรวจที่จัดทำให้กับองค์กรการกุศล Action on Smoking and Health (Ash) พบว่า เด็กและเยาวชนในอังกฤษอายุช่วง 11 -17 ปีเกือบหนึ่งในห้าเคยลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว
เฮเซล ชีสแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กร ASH กล่าวว่า "หลักฐานยังคงชัดเจนว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปราศจากความเสี่ยง"
เธอกล่าวว่า "เช่นเดียวกับกรณีของยาสูบ การควบคุมการตลาดและการส่งเสริมการขายอย่างเข้มงวดจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน"
แอนดรูว์ แมคแคร็กเคน จากองค์กรการกุศล Asthma + Lung UK กล่าวว่า "บุหรี่ไฟฟ้าอาจมีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่และต้องการเลิกบุหรี่ แต่ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนก็ไม่ควรสูบบุหรี่ไฟฟ้า"
กระทรวงสาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์แห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า "เด็กไม่ควรสูบบุหรี่ไฟฟ้า และหลักฐานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงบางประการที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้า"
โฆษกของกระทรวงฯ กล่าวว่า "เราได้สั่งห้ามบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งไปแล้ว และยังออกกฎหมายห้ามการโฆษณาและการสนับสนุนทางการตลาด โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีหน้า"
"เรายังเปิดรับฟังข้อเสนอเพื่อคุมเข้มรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถดึงดูดใจเด็กและเยาวชนได้"
สถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นอย่างไร
สำหรับสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในไทยนั้นถือว่า มีรายงานว่า มีจำนวนนักสูบหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น และยังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง
ในการสัมมนาเรื่อง "เปิดข้อมูลสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้า: ประเทศ ไทยจะเดินต่ออย่างไร?" ที่จัดขึ้นในเดือน ธ.ค. 2568 ซึ่งสื่อมวลชนหลายสำนักได้รายงานข่าวดังกล่าว อย่าง เว็บไซต์สยามรัฐที่ระบุว่า คนไทยอายุ 10 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 1.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคนจากการสำรวจเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในจำนวนคนที่ปัจจุบันสูบบุหรี่ไฟฟ้า 73% เป็นคนอายุต่ำกว่า 30 ปี และที่น่าเป็นห่วงคือ มีเด็กตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา-มัธยมศึกษา หรืออายุ 10-19 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 400,000 คน โดย 51% เพิ่งเริ่มสูบในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จากข้อมูลที่นำเสนอโดย รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และหัวหน้าโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 ระหว่างปี 2567-2568
ในครั้งนั้น รศ.พญ.เริงฤดี กล่าวเพิ่มเติมว่า บุหรี่ไฟฟ้าทำให้จำนวนนักสูบหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น จากเดิมในอดีตจะมีนักสูบหน้าใหม่เฉลี่ยปีละ 200,000-300,000 คน แต่ในช่วงปี 2567-2568 นักสูบหน้าใหม่เพิ่มสูงถึงกว่า 700,000 คน โดยเป็นการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึงกว่า 500,000 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุ 10-14 ปีถึงเกือบ 50,000 คน และกว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิง ซึ่งในกลุ่มอายุนี้ส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นการสูบตามเพื่อน
ขณะที่ เว็บไซต์ Hfocus รายงานเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ต่อรัฐบาลให้ยกระดับปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนเป็น วาระเร่งด่วน พร้อมเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่เยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย































