ดินถล่มน้ำท่วมชายแดนเนปาล-ทิเบต คาดสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เรารู้อะไรบ้าง

ที่มาของภาพ, Getty Images
เหตุดินถล่มครั้งใหญ่และน้ำท่วมฉับพลันบริเวณพรมแดนระหว่างเนปาลกับทิเบตเมื่อวานนี้ (26 ส.ค.) สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายหลายร้อยราย
หนึ่งในจุดที่ได้รับความเสียหายนั้นคือด่านการค้าจีหรง (Gyirong) ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนหลักสำหรับนักท่องเที่ยวและจุดสัญจรหลักระหว่างจีนกับเนปาล
เฉพาะพื้นที่ในอำเภอจีหรง ของทิเบต เบื้องต้น สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ของทางการจีนรายงานเมื่อเช้าวันนี้ว่า จำนวนผู้สูญหายจากเหตุโคลนถล่มเพิ่มขึ้นเป็น 558 คนแล้ว
ในจำนวนดังกล่าว มีชาวต่างชาติ 260 คน โดยซีซีทีวีระบุเพิ่มเติมว่า ยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 3 คน
อย่างไรก็ตาม ยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายยังคงมีการรายงานไม่ตรงกันอยู่ในขณะนี้
ก่อนหน้านี้ ฝั่งทางการเนปาลเปิดเผยว่ามีนักท่องเที่ยวสูญหายราว 579 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 466 คน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าตัวเลขที่ทั้งสองฝ่ายรายงานมีการนับซ้ำกันหรือไม่
ขณะเดียวกันปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยกำลังต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและรอดชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่เนปาลคาดการณ์ว่าจะเกิด "ความสูญเสียครั้งใหญ่"
ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในฝั่งเนปาล เพิ่มขึ้นเป็น 162 รายแล้ว ตามข้อมูลจากตำรวจเนปาล โดยในจำนวนนี้ พบผู้เสียชีวิต 64 รายในพื้นที่ปลายน้ำของอำเภอจิตวัน (Chitwan) แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวซาฟารีและอีก 26 คนในอำเภอนาวัลปาราสีตะวันออก (Nawalparasi East)
แถลงการณ์ของตำรวจเนปาลยังระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 28 นายยังคงอยู่ในกลุ่มผู้สูญหายหลายร้อยคนที่ยังไม่ทราบชะตากรรม
นี่คือข้อมูลที่เราทราบจนถึงขณะนี้
อะไรคือสาเหตุของดินถล่มร้ายแรงครั้งนี้

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีต่างประเทศของเนปาลระบุว่า มีรายงานเกิดแผ่นดินไหวบริเวณพรมแดนทิเบต-เนปาลไม่นานก่อนเกิดเหตุดินถล่ม และชี้ว่า นี่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดภัยพิบัติครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (United States Geological Survey - USGS) ชี้ว่าไม่ได้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น และว่า สาเหตุมาจาก การพังทลายของธารน้ำแข็งและเศษวัสดุธรณีไหล (glacial collapse and debris flow)
ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญกำลังพยายามเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด โดยแม้จะเป็นที่ทราบกันว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) กำลังเร่งให้ธารน้ำแข็งในบางพื้นที่ของเทือกเขาหิมาลัยละลายเร็วขึ้น แต่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปได้ว่าปัจจัยดังกล่าวมีบทบาทต่อเหตุการณ์ครั้งนี้มากน้อยเพียงใด
นาวิน ซิงห์ คัดกา ผู้สื่อข่าวด้านสิ่งแวดล้อม บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส ระบุว่าเจ้าหน้าที่จากกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของเนปาลบอกกับเขาว่า พวกเขาได้ตรวจสอบภาพบางส่วนเห็นก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมา ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็ง ได้พังถล่มลงมาจากภูเขาฝั่งทิเบต พร้อมพัดพาหินและตะกอนจำนวนมากลงมาด้วย
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การเสียดสีระหว่างหินและก้อนน้ำแข็งระหว่างขณะร่วงหล่นลงมาอาจจะทำให้เกิดมวลน้ำจำนวนหนึ่ง ขณะที่เศษหินและตะกอนที่เหลือได้ก่อตัวเป็นเขื่อนธรรมชาติขวางแม่น้ำเลนเด (Lhende River) ในระยะแรก ก่อนที่เขื่อนดังกล่าวจะแตกพังในเวลาต่อมา
นักวิชาการชาวเนปาลบางคนที่อยู่ในจีนระบุว่า พวกเขาได้รับข้อมูลในลักษณะเดียวกันจากผู้เชี่ยวชาญชาวจีนบางราย อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวซินหัวของจีนระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นโคลนถล่มที่เกิดขึ้นในเนปาล
ก่อนหน้านี้ ยังมีข้อสงสัยว่าอาจเกิดจากการพังทลายของทะเลสาบธารน้ำแข็ง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งบางรายได้ตัดความเป็นไปได้นี้ออกไปแล้ว
สาเหตุที่แท้จริงจะสามารถยืนยันได้ก็ต่อเมื่อมีภาพถ่ายดาวเทียมที่ชัดเจนเพียงพอ และได้รับการตรวจสอบยืนยันจากหลายแหล่งข้อมูล โดยปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเมฆฝนจากอิทธิพลของมรสุมทำให้การตรวจสอบในครั้งนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก

เศษซากมวลดินโคลนจำนวนมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่เมืองต่าง ๆ บริเวณชายแดนทางตอนเหนือของเนปาลซึ่งอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล ไปทางเหนือราว 64 กิโลเมตร ในบรรดาเมืองที่ได้รับผลกระทบยังมีพื้นที่ที่นักปีนเขาและผู้แสวงบุญนิยมเดินทางไปด้วย
วิดีโอหนึ่งจากเขตนูวาโกตเผยให้เห็นกำแพงโคลนและก้อนหินขนาดใหญ่กวาดพัดอาคาร ถนน และยานพาหนะไปตามกระแสน้ำ ขณะที่ผู้คนพากันหลบหนีคลื่นมวลดินและเศษซากที่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังเกิดน้ำท่วมรุนแรงตามแนวแม่น้ำโภเต โกชี (Bhote Koshi) แม่น้ำตรีศูลี คงคา (Trishuli Ganga) และแม่น้ำนารายณี (Narayani)

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images
ตามข้อมูลของคณะกรรมการการท่องเที่ยวเนปาล (Nepal Tourism Board) ยังคงมีชาวต่างชาติที่ยังคงสูญหายอยู่ โดยมีทั้งพลเมืองจากอินเดีย ออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ สหรัฐฯ มาเลเซีย สหราชอาณาจักร และแอฟริกาใต้
ขณะที่ ไซมอน แอตกินสัน ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำออสเตรเลีย ติดต่อกับสันเกต ปันเดย์ กรรมการผู้จัดการของบริษัทหิมาลายัน เกรเชอร์ ยูเอส (Himalayan Glacier US) ผ่านวอตส์แอป ซึ่งระบุว่ามีคนในคณะของบริษัทที่สูญหายและไม่สามารถติดต่อได้รวม 47 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวออสเตรเลีย 15 คน ชาวแคนาดา 10 คน ชาวเนปาล 9 คน ชาวสหรัฐฯ 8 คน ชาวสิงคโปร์ 2 คน ชาวสหราชอาณาจักร 2 คน และอีก 1 คนถือสัญชาติสหรัฐฯ และรัสเซีย ขณะที่ไกด์นำทาง ก็ขาดการติดต่อไปเช่นกัน
ปันเดย์ ยังกล่าวด้วยว่า นักท่องเที่ยวของเขาเป็นผู้แสวงบุญซึ่งเดินทางประกอบศาสนกิจไปยัง ภูเขาไกรลาศ (Mount Kailash) และทะเลสาบมานัสโรวาร์ (Lake Manasarovar) ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สูงห่างไกลของเขตทิเบต ประเทศจีน

"ครอบครัวของฉันถูกน้ำพัดหายไปต่อหน้าต่อตา"
บีบีซีได้พูดคุยกับผู้รอดชีวิตจากเขตนูวาโกตของเนปาล ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้รุนแรงที่สุด

"สมาชิกครอบครัวฉันถูกน้ำป่าพัดหายไปต่อหน้าต่อตา" กัลปนา มัลลาจากเขตนูวาโกตกล่าว
เธอเล่าว่า พ่อ แม่ พี่สาว และลูก ๆ ของพี่สาว ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดพาไปทั้งหมด
"พวกเขาไม่สามารถหนีจากน้ำท่วมได้ ไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย" เธอกล่าว "น้ำท่วมครั้งนี้พรากทุกอย่างไป แต่ฉันกับลูกชายปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านและรอดชีวิตมาได้ โดยไม่รู้เหมือนกันว่าเรารอดมาได้อย่างไร"
ซูกัม มัลลา ลูกชายของเธอ กล่าวว่า เขาช่วยแม่ไว้ได้ด้วยการดึงมือเธอขึ้นมา
"ก่อนหน้านั้น ผมเอาโทรศัพท์ของตัวเองให้พี่สาวไว้ เพื่อที่เธอจะได้ปลอดภัยและใช้ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ แต่ตอนนี้ติดต่อเธอไม่ได้แล้ว โทรศัพท์ก็ปิดอยู่ ผมกลัวว่าเธอคงถูกกระแสน้ำพัดไปแล้ว"

โกมา ปัณฑิต หญิงอีกรายหนึ่ง กล่าวว่า เธอสูญเสียควายและสัตว์ที่เธอเลี้ยงทั้งหมดไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้
"พื้นที่เพาะปลูกของฉันก็ถูกกระแสน้ำพัดหายไปด้วย เมล็ดมัสตาร์ด 10 กระสอบ รวมทั้งข้าวโพดและข้าวเปลือกหลายตันหายไปหมด ไม่เหลืออะไรเลย"
"บ้านพังถล่ม ส่วนน้องสาวยังสูญหาย"

ที่มาของภาพ, Sonam Dorjee
โซนัม ดอร์จี ไกด์นำนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนเขาซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านราสุวา ซยาฟรู เบนซี (Rasuwa Syafru Bensi) ในเขตราสุวาของเนปาล บอกกับบีบีซีว่า หมู่บ้านของเขาถูกประสบกับน้ำท่วมเมื่อเวลา 09:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (10.00 น. ตามเวลาไทย)
โซนัมออกเดินทางจากหมู่บ้านก่อนหน้านั้นราวหนึ่งชั่วโมง เพื่อขับรถไปกรุงกาฐมาณฑุตามที่เขาว่างแผนไว้
แต่เดเชน ทามัง พี่สาวของเขาพร้อมกับสามีของเธอและสมาชิกในครอบครัวอีกหลายคนยังคงสูญหาย
โซนัมเล่าว่า เขาได้ยินเสียงของกระแสน้ำท่วมขณะขับรถออกจากหมู่บ้าน
"มันฟังดูเหมือนแผ่นดินไหว" เขากล่าว "บ้านของผมพังถล่มไปแล้ว... ผมเห็นจากภาพถ่าย"
เขาอธิบายว่าน้ำท่วมครั้งนี้เกิดขึ้น "ฉับพลันและสร้างความเสียหายอย่างหนัก"
"ผู้รอดชีวิตจำนวนมากตอนนี้ไร้ที่อยู่อาศัย และต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินและการอพยพ รวมทั้งอาหาร ที่พักชั่วคราว และการสนับสนุนทางการแพทย์"
เขาภาวนาขอให้พี่สาวของเขายังมีชีวิตอยู่และได้รับการพบตัว "เราหวังว่ายังมีโอกาสสัก 10%" เขากล่าว
รัฐบาลตอบโต้สถานการณ์อย่างไร

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
นายกรัฐมนตรีเนปาลกล่าวว่า "คนทั้งประเทศอยู่ในภาวะตกตะลึงและโศกเศร้าอย่างยิ่ง" พร้อมระบุว่าเจ้าหน้าที่จะประสานงานกับจีนในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เรียกร้องให้ดำเนินการค้นหาและช่วยเหลืออย่าง "เต็มกำลัง" และให้คำมั่นว่าจะเสริมความเข้มแข็งของระบบติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมา
ขณะที่ในอินเดียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี กล่าวว่า รัฐบาลของเขา "พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลในทุกรูปแบบที่เป็นไปได้"
ส่วนแอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษจะทำ "ทุกอย่างที่เราสามารถทำได้" เพื่อช่วยเหลือชาวอังกฤษที่อยู่ในเนปาล
เบื้องต้นมีการจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ราว 8 ตัน ไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันแล้ว ขณะที่สหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป และอินเดียให้คำมั่นว่าวจะจัดส่งความช่วยเหลือมาสมทบด้วย
ขณะที่สหรัฐฯ ให้คำมั่นว่าจะมอบความช่วยเหลือมูลค่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16 ล้านบาท) เพื่อนำไปใช้ในการจัดหาที่พักพิงฉุกเฉิน น้ำสะอาด ระบบสุขาภิบาล และสิ่งของบรรเทาทุกข์อื่น ๆ ให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
"สหรัฐอเมริกาขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รักของผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งรุนแรงในเขตราสุวาของเนปาล" กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์
"เราขอส่งกำลังใจไปยังทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้" แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติม


ที่มาของภาพ, Reuters































