อารมณ์ของผู้คนในอิหร่านหลังการโจมตีในอิสราเอลเป็นเช่นไร ?

Many supporters of the Islamic republic took to the streets in celebration
คำบรรยายภาพ, ผู้สนับสนุนสาธารณรัฐอิสลามหลายคน พากันออกไปตามท้องถนนเพื่อเฉลิมฉลอง
    • Author, จิยาร์ โกล์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซีย
  • Published

นับเป็นครั้งแรกที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลโดยตรงจากดินแดนของตนเอง ซึ่งมันถูกมองว่ามีความสำคัญต่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (IRGC) ในการรักษาความน่าเชื่อถือในหมู่พันธมิตรภายในภูมิภาคและผู้สนับสนุนภายในประเทศ การโจมตีครั้งนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตจำนงของอิหร่าน รวมถึงแสดงความสามารถของโดรนและขีปนาวุธของพวกเขา

IRGC ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 45 ปีที่แล้ว เพื่อปกป้องระบบอิสลามของประเทศและเพื่อถ่วงดุลอำนาจของกองกำลังติดอาวุธต่าง ๆ จากนั้นจึงกลายเป็นกองทัพที่สำคัญของอิหร่านและภูมิภาค รวมทั้งมีบทบาทด้านเศรษฐกิจและการเมืองด้วย

หลังการโจมตีในคืนวันเสาร์ ผู้สนับสนุนสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจำนวนมาก ถือธงปาเลสไตน์แล้วพากันลงไปบนท้องถนนของกรุงเตหะราน เพื่อเฉลิมฉลอง

ผู้สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านวัย 20 ปี กล่าวในข้อความเสียงที่ส่งถึงบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียว่า “ฉันเชื่อว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในการโจมตีอิสราเอล เพื่อป้องกันการสังหารผู้บัญชาการชาวอิหร่านในซีเรียและที่อื่น ๆ เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม มีชาวอิหร่านจำนวนมากที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยบอกว่ารัฐบาลไม่ได้เป็นตัวแทนมุมมองของประชากรอิหร่านทั้งหมด

“เราไม่ใช่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน แต่เราคืออิหร่านของแท้ ชาวอิหร่านเองก็อยู่ในภาวะสงครามกับระบอบการปกครองปัจจุบัน เราไม่ได้มีความเกลียดชังต่อประเทศใด ๆ รวมถึงอิสราเอล” ชายชาวอิหร่านวัย 40 ปี กล่าวในข้อความเสียงที่ส่งต่อมาให้บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซีย

หญิงชาวอิหร่านวัย 50 ปี อีกคนหนึ่งแสดงความกังวลว่า การโจมตีครั้งนี้อาจบานปลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่การเผชิญหน้ากันอย่างเต็มรูปแบบ ระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และพันธมิตรชาติตะวันตก

ความเชื่อมั่นนี้สะท้อนให้เห็นผ่านมูลค่าของสกุลเงินอิหร่านที่ลดลง เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ความกลัวของชาวอิหร่าน หากอิสราเอลโต้กลับ

Long queues form in front of gas stations after Iran announced the attack on Israel, In Tehran, Iran on April 14, 2024
คำบรรยายภาพ, คิวยาวเหยียดหน้าปั๊มน้ำมัน หลังจากอิหร่านประกาศโจมตีอิสราเอล

ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันเสาร์ เนื่องจากชาวอิหร่านกลัวว่าอิสราเอลและชาติพันธมิตรจะตอบโต้อิหร่าน ความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนแย่งกันกักตุนสิ่งของที่จำเป็น เช่น อาหารและเชื้อเพลิง

ผู้คนต่อคิวยาวเหยียดที่ปั๊มน้ำมันในกรุงเตหะรานและเมืองใหญ่อื่น ๆ ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มไปด้วยลูกค้า

แม้อิสราเอลจะอ้างว่าสามารถสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธได้ 99% จากทั้งหมดกว่าจำนวนกว่า 300 ลำ/ลูก ที่ยิงไปยังดินแดนของอิสราเอล แต่เจ้าหน้าที่อิหร่านต่างออกมาเฉลิมฉลองการโจมตีครั้งนี้ราวกับว่ามันประสบความสำเร็จ โดยบอกว่าต้องการสร้างผลกระทบเชิงสัญลักษณ์และไม่ได้คำนึงถึงการบาดเจ็บล้มตายที่เกิดขึ้นจริง

พล.ต.โมฮัมหมัด บาเกรี หัวหน้าเสนาธิการของกองทัพอิหร่าน ระบุว่า ฐานทัพอากาศโนตัมคือหนึ่งในเป้าหมายภายในดินแดนอิสราเอล ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องบินรบ F-35 ของอิสราเอลบินออกมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และทำให้ผู้บัญชาการ IRCG 7 คนเสียชีวิตในสถานกงสุลอิหร่านในกรุงดามากัส ประเทศซีเรีย

เขายืนยันว่าอิหร่านบรรลุวัตถุประสงค์และไม่มีความตั้งใจที่จะดำเนินการโจมตีต่อจากนี้ แต่นายอิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีของอิหร่านเตือนว่าการโจมตีครั้งใหม่ใด ๆ จะกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ที่ดุดันมากขึ้นจากอิหร่าน

An anti-Israel billboard carrying a sentence reading in Persian 'Next slap will be harder' in Tehran, Iran, 14 April 2024.
คำบรรยายภาพ, ภาพบนฝาผนังที่วาดขึ้นมาใหม่ระบุข้อความว่า “การตบครั้งต่อไปจะหนักกว่านี้” โดยภาพนี้อยู่ที่จตุรัสปาเลสไตน์ในกรุงเตหะราน เพื่อแสดงการโจมตีอิสราเอลของอิหร่าน

เหมือนว่าอารมณ์ในอิหร่านจะมุ่งไปที่การลดระดับความตึงเครียด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทางทหารและรัฐบาลก็ดูพอใจกับการโจมตีเมื่อคืนวันเสาร์ ราวกับว่าการที่อิหร่านได้ให้เวลาแก่อิสราเอลในการวางมาตรการป้องกัน เป็นการแสดงออกว่าไม่มีเจตนาสร้างความเสียหายหรือก่อให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายเพิ่มเติม

วิกฤตด้านความชอบธรรม

ชาวอิหร่านจำนวนมากต่อต้านการแทรกแซงของ IRGC ในภูมิภาคนี้ โดยการประท้วงครั้งล่าสุดในอิหร่านพวกเขาตะโกนว่า “ไม่เอากาซา ไม่เอาเลบานอน ฉันเสียสละชีวิตเพื่ออิหร่านเท่านั้น”

เนื่องจากชาวอิหร่านหลายคนมองว่าเงินจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ใช้ไปกับการก่อตั้งองค์กรและฝึกอาวุธให้กับกองกำลังติดอาวุธในต่างประเทศนั้น ควรนำมาลงทุนในประเทศเพื่อพัฒนาและสร้างความเจริญในอนาคต

การแทรกแซงของอิหร่านในภูมิภาคนี้ ส่งผลให้ประเทศของตนเองถูกคว่ำบาตรและโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก อันส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศหยุดชะงัก อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น แม้แต่ชนชั้นกลางของอิหร่านก็ยังพบว่ามันยากขึ้นเรื่อย ๆ ที่จะทำมาหากิน

จากเสียงที่เราได้ยินกำลังสะท้อนให้เห็นว่าระบอบการปกครองปัจจุบันของอิหร่านนั้น ขาดการสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดสงครามขึ้น

บรรยากาศนี้แตกต่างจากช่วงทศวรรษที่ 1980 ที่คนหนุ่มสาวชาวอิหร่านหลายล้านคนมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และปกป้องประเทศของตนเองอย่างกระตือรือร้นเพื่อต่อต้านระบอบการปกครองของซัดดัม ฮุสเซน

ทหารผ่านศึกจากสงครามอิรัก-อิหร่าน ซึ่งอยู่ในสภาพเป็นอัมพาต ได้ออกมาแสดงการต่อต้านรัฐบาลและวิจารณ์การปราบปรามผู้วิพากษ์รัฐบาลอย่างรุนแรง โดยระบุอย่างหนักแน่นว่า “ฉันจะไม่ต่อสู้เพื่อพวกเขาอีก”

นโยบายระบอบการปกครองของอิหร่านทำให้แม้แต่อดีตกลุ่มผู้สนับสนุนยังโอนเอนไปมา ส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

อิหร่านสามารถโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธได้อย่างหนักหน่วง อันเนื่องมาจากสนับสนุนอันแข็งแกร่งของกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ในเลบานอน ซีเรีย และอิรัก รวมถึงกลุ่มฮูติในเยเมน แต่ดูเหมือนว่าการโจมตีครั้งล่าสุดนั้นสร้างความเสียหายให้กับอิสราเอลไม่มากนัก

ในช่วงเวลาแห่งสงครามนี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านไม่ได้กังวลแค่กับแสนยานุภาพทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นพันธมิตรอันน่าเกรงขามเท่านั้น แต่พวกเขายังกังวลว่าอาจเกิดความไม่สงบภายในประเทศขึ้นได้

A woman without wearing a hijab beside other protesters gathers around burning dumpsters during a protest. The nationwide protests started after the death of Mahsa Amini, a 22-year-old girl who died under the custody of the Islamic Republic's Morality Police on September 16th, 2022 in Tehran, Iran.
คำบรรยายภาพ, หญิงไม่สวมฮิญาบรายหนึ่ง พร้อมหน้ากับผู้ประท้วงคนอื่น ๆ รวมตัวกันรอบกองขยะที่ติดไฟ การประท้วงทั่วประเทศเริ่มต้นขึ้นหลังการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี หญิงวัย 22 ปี ที่เสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวโดยตำรวจศีลธรรมของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปี 2022 ที่กรุงเตหะราน

การประท้วงปี 2022 หลังการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี ระหว่างถูกตำรวจควบคุมตัว ได้สะท้อนให้เห็นว่าระบอบการปกครองนี้เปราะบางเพียงใด

ผู้มีอำนาจตัดสินใจหลายคนในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านต่างหวาดกลัวว่า การพุ่งเป้าไปที่กองกำลังรักษาความมั่นคงของอิหร่าน รวมถึงหน่วยบัญชาการและศูนย์สื่อสารของ IRGC ในกรณีที่เกิดสงครามกับอิสราเอลและสหรัฐฯ อาจจุดชนวนการประท้วงในประเทศและกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามของระบอบลุกฮือขึ้นมาอีกครั้ง