You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เวลาตามคำขาดของทรัมป์ต่ออิหร่านเหลือน้อยลงทุกที แต่ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้าใด ๆ
- Author, แอนโทนี ซูร์เคอร์
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือ
- เวลาอ่าน: 6 นาที
ตลอดช่วงห้าสัปดาห์ที่ผ่านมาในสงครามร่วมสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กำหนดเส้นตายยื่นข้อเรียกร้อง พร้อมกับออกคำขู่หลายครั้ง แต่ไม่บ่อยนักที่ถ้อยแถลงจะชัดเจนถึงเพียงนี้
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่จะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง โดยจะเริ่มขึ้นในเวลา 20.00 น. ของวันอังคาร ตามเวลากรุงวอชิงตัน ดีซี (ราว 7.00 น. ของวันพุธตามเวลาในไทย) สะพานและโรงไฟฟ้าทุกแห่งทั่วประเทศจะถูก "ทำลายย่อยยับ"ภายในเวลาเพียงสี่ชั่วโมง
"แทบไม่มีสิ่งใดที่อยู่นอกขอบเขตเป้าหมาย" ทรัมป์กล่าว
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านจำเป็นต้องบรรลุข้อตกลง "ที่ผมยอมรับได้" เพื่อหลีกเลี่ยงชะตากรรมดังกล่าวโดยองค์ประกอบหนึ่งของข้อตกลงนั้นควรรวมถึงการอนุญาตให้มี"การขนส่งน้ำมันอย่างเสรี" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เวลากำลังนับถอยหลังล่วงเข้าสู่ชั่วโมงสุดท้าย ขณะเดียวกันก็แทบไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ว่าอิหร่านพร้อมจะยอมรับคำขาดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ที่ผ่านมาอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงชั่วคราว และยื่นข้อเรียกร้องของตนเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งอธิบายว่าเป็น "ข้อเรียกร้องที่มากเกินไป"
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ตกอยู่ในจุดยืนที่เปราะบาง หากไม่มีข้อตกลง ทรัมป์อาจตัดสินใจขยายเส้นตายออกไปอีกเป็นครั้งที่สี่ภายในระยะเวลาเพียงสามสัปดาห์
อย่างไรก็ดี เมื่อออกคำขู่โดยละเอียดเช่นนี้ ทั้งยังใช้ถ้อยคำหยาบคายและรุนแรงแฝงในคำเตือนเช่นนี้ หากจะถอยกลับหลังก็รังแต่จะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของเขา โดยเฉพาะในขณะที่สงครามเองก็ยังคงยืดเยื้อต่อไป
เป็นไปได้ว่าอิหร่าน รวมถึงประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก อาจสรุปว่า แม้สหรัฐฯ จะมีแสนยานุภาพทางทหารและความเชี่ยวชาญเชิงยุทธวิธีอันสูงส่งและเพิ่งแสดงให้โลกเห็นอย่างชัดเจนด้วยการเข้าปฏิบัติการสุดซับซ้อนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในการช่วยเหลือนักบินสองนายที่ถูกยิงตกในดินแดนอิหร่าน แต่สหรัฐฯ อาจไม่ได้กำลังเจรจาจากจุดยืนที่ได้เปรียบอย่างแท้จริง
"เราชนะแล้ว" ทรัมป์ยืนกรานระหว่างการแถลงข่าวเมื่อบ่ายวันจันทร์ "พวกเขาพ่ายแพ้ในทางทหาร สิ่งเดียวที่พวกเขามีคือจิตวิทยาแบบว่า 'โอ้ เราจะหย่อนทุ่นระเบิดสองสามลูกลงในน้ำ'"
"จิตวิทยา" ดังที่ทรัมป์บรรยายว่าอิหร่านมีอยู่ก็คือความสามารถในการยับยั้งเรือบรรทุกน้ำมันไม่ให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วยโดรน ขีปนาวุธ และทุ่นระเบิด อาจเป็นสินทรัพย์ของอิหร่านที่ทรงอิทธิพลยิ่งกว่าที่สหรัฐฯ ยินดีจะยอมรับ
ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ ทรัมป์กล่าวชื่นชมกองทัพสหรัฐฯ ที่โจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในปฏิบัติการ "มิดไนท์แฮมเมอร์" เมื่อปีที่แล้ว จับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรของเวเนซุเอลาเมื่อเดือน ม.ค. และประกอบภารกิจช่วยเหลือล่าสุดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าทั้งหมดล้วนทำได้อย่างแม่นยำ
ทรัมป์และทีมความมั่นคงแห่งชาติของเขาแสดงความยินดีกับความสำเร็จของปฏิบัติการล่าสุด ซึ่งต้องอาศัยการประสานงานอากาศยานหลายร้อยลำ ใช้กำลังทหารหน่วยพิเศษ และอาศัยการเบี่ยงเบนความสนใจ รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูง แต่แม้ปฏิบัติการดังกล่าวจะน่าประทับใจ พีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมก็ยอมรับว่าเป้าหมายหลักคือการหลีกเลี่ยงสิ่งที่เขาเรียกว่า "เกือบจะเป็นโศกนาฏกรรม"
แม้โศกนาฏกรรมนั้นจะไม่เกิดขึ้น แต่ปฏิบัติการช่วยเหลือดังกล่าวก็ได้ย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงที่กองกำลังสหรัฐฯ ยังคงเผชิญอยู่ในอิหร่านแม้ปฏิบัติการนั้นจะประสบความสำเร็จก็ตาม และประธานาธิบดีอาจกำลังตระหนักว่า อำนาจทางทหารของสหรัฐฯ ก็มีขีดจำกัด
"เราสามารถทิ้งระเบิดใส่พวกเขาได้อย่างไม่ยั้ง" เขากล่าว "เราสามารถทำให้พวกมันพ่ายแพ้ได้ แต่การปิดช่องแคบนั้น คุณต้องการแค่ผู้ก่อการร้ายเพียงคนเดียวเท่านั้น"
อีกทางเลือกหนึ่งคือทรัมป์จะเดินหน้าทำตามคำขู่ของตนเอง ซึ่งตลอดทั้งวันจันทร์ เขากล่าวซ้ำหลายครั้งว่าเป็นแนวทางที่เขาไม่ต้องการเลือก
แม้ทรัมป์จะกล่าวว่า ชาวอิหร่านพร้อมจะอดทนต่อปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่ดำเนินอยู่ และเขาเชื่อว่าชาวอิหร่านยินดีต้อนรับระเบิดที่ตกใส่เมืองของตนจริง ๆ แต่เขาก็ยอมรับด้วยว่า สิ่งใดก็ตามที่สหรัฐฯ ทำลายลงในขณะนี้ จะต้องถูกสร้างขึ้นใหม่ในอนาคต และสหรัฐฯ อาจต้องมีส่วนร่วมในความพยายามฟื้นฟูนั้นในท้ายที่สุด
"ผมอยากทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพวกเขาหรือเปล่า ไม่หรอก" เขากล่าว "ตอนนี้ ถ้าเราออกไปในวันนี้ พวกเขาจะต้องใช้เวลา 20 ปีในการสร้างประเทศขึ้นมาใหม่"
เขาเสริมว่า หากเขาเดินหน้าตามคำขู่โจมตีทางอากาศ การฟื้นฟูก่อร่างสร้างเมืองขึ้นมาใหม่จะต้องใช้เวลานานถึงหนึ่งศตวรรษ
แม้จะไม่ถึงขั้นที่เขาเคยเตือนว่าอิหร่านอาจถูกผลักดันไปสู่ "ยุคหิน" แต่ผลลัพธ์ที่ตามมา ทั้งวิกฤตด้านมนุษยธรรม และผลกระทบในระดับภูมิภาคจากการตอบโต้ "อย่างหนักหน่วง" ที่อิหร่านให้คำมั่นไว้ ก็อาจสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
อย่างไรก็ตาม แม้จะเข้าสู่ช่วงเวลาสุดท้ายเช่นนี้ ทรัมป์ยังคงแสดงความหวังว่าอาจเกิดความคืบหน้าครั้งสำคัญได้
"เรามีผู้มีส่วนร่วมที่กระตือรือร้นและพร้อมเจรจาอยู่ฝั่งตรงข้าม" เขากล่าว "พวกเขาต้องการที่จะทำข้อตกลง ผมไม่สามารถพูดได้มากกว่านี้"
ท่ามกลางเดิมพันที่สูงลิ่ว ความคลุมเครือของประธานาธิบดีถือว่าน่าจับตามองยิ่ง เขาระบุว่ามีแผนอยู่ในมือ โดยกล่าวว่า"ทุกสิ่งทุกอย่างได้รับการพิจารณาไว้หมดแล้วโดยพวกเราทุกคน" เขากล่าวเมื่อวันจันทร์ กระนั้นก็ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดใด ๆ
ท่าทีดังกล่าวอาจสะท้อนว่า การเจรจาเบื้องหลังอาจมีความคืบหน้าไปไกลกว่าที่สาธารณชนรับรู้ หรืออาจเป็นเพียงการผสมผสานระหว่างการข่มขู่เชิงกลยุทธ์กับความหวังที่ยังไม่เป็นรูปธรรม
"พวกเขามีเวลาถึงพรุ่งนี้" ทรัมป์กล่าว "เราคงต้องดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมเชื่อว่าพวกเขากำลังเจรจาด้วยเจตนาดี แต่สุดท้ายเราคงได้รู้กัน"