มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และบาดเจ็บหลายร้อยคน จากเหตุโจมตีสนามบินในเมืองหลวงซาอุดีอาระเบีย

คำบรรยายวิดีโอ, รับชม: ภาพบรรยากาศที่สนามบินกรุงริยาด หลังเกิดเหตุโจมตี
    • Author, พารุล กุปตา
    • Author, ยาโรสลาฟ ลูคิฟ
  • Published
  • เวลาอ่าน: 4 นาที

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน และบาดเจ็บอีก 309 คน จากเหตุโจมตีสนามบินในกรุงริยาด เมืองหลวงประเทศซาอุดีอาระเบีย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้

สำนักงานการบินพลเรือนของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยชาวซาอุดีอาระเบีย 4 คน ชาวบังกลาเทศ 2 คน และชาวสหรัฐอเมริกา จอร์แดน ปาเลสเตรีย ซีเรีย ซูดาน และอียิปต์ สัญชาติละ 1 คน ทั้งนี้ ทางการได้ระงับการปฏิบัติงานทั้งหมดที่ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดแล้ว

กองกำลังผสมทางทหารที่นำโดยซาอุดีอาระเบียให้คำมั่นว่าจะตอบโต้การโจมตีดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวโทษกลุ่มฮูตีและประณามว่าการโจมตีนี้คือ "อาชญากรรมสงคราม"

ความขัดแย้งระหว่างกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย กับกลุ่มฮูตีซึ่งควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อไม่นานมานี้

กองกำลังผสมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 ต.ค.) มีวัตถุพุ่งตกใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติคิงฟาห์ด ในเมืองดัมมาม ทางภาคตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย

เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากทางการเปิดเผยว่า มีชาวซาอุดีอาระเบีย 3 คน ซึ่งรวมถึงนักบิน เสียชีวิตจากเหตุโจมตีสนามบิน 2 ครั้งโดยกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในวันก่อนหน้า

นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 3 คนจากเหตุโจมตีสนามบินในซาอุดีอาระเบีย 2 แห่งโดยกลุ่มฮูตี เมื่อวันที่ 6 และ 7 ต.ค.

สำนักงานการบินพลเรือนของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนหนึ่ง "มีอาการสาหัส" พร้อมกันนี้ ทางการระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสนามบิน

พยานรายหนึ่งซึ่งระบุว่าตนเองอยู่ในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศเล่าว่า เห็นประตูขึ้นเครื่อง 401 ถูกโจมตีและมี "ผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ต่อหน้าต่อตา" พร้อมเสริมว่า "ทุกคนต่างพากันวิ่งหนี"

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงคำบอกเล่าจากพยานว่า พบรถพยาบาลนับสิบเร่งรุดไปยังสนามบิน

พลตรี ตูร์กี้ อัล-มาลิกี้ โฆษกกองกำลังผสมที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย กล่าวในเวลาต่อมาว่า การโจมตีอาคารผู้โดยสารหลังหนึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ทั้งในกลุ่มผู้โดยสารพลเรือนและพนักงานสนามบิน

เขาประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น "อาชญากรรมสงครามเต็มรูปแบบ"

มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประณามการโจมตีซาอุดีอาระเบียอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งยืนยันว่ามีพลเมืองอเมริกันเสียชีวิตจากเหตุโจมตีดังกล่าวด้วย

สถานเอกอัครราชทูตชาติตะวันตกในซาอุดีอาระเบียแจ้งเตือนให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สนามบิน โดยกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรเตือนพลเมืองอังกฤษให้ออกห่างจากพื้นที่ดังกล่าว "จนกว่าสนามบินจะกลับมาปลอดภัย"

สายการบินหลายแห่งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียระบุว่า ได้ยกเลิกเที่ยวบินที่เดินทางเข้าและออกจากสนามบินดังกล่าวแล้ว โดยสายการบินคูเวตแอร์เวย์ให้เหตุผลถึง "สถานการณ์ด้านความปลอดภัย" ณ สนามบินดังกล่าว

ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเส้นทางการบิน "ไฟลต์เรดาร์ 24" (Flightradar 24) ระบุว่า เที่ยวบินทั้งหมดที่มุ่งหน้าสู่กรุงริยาดต่างถูกเปลี่ยนเส้นทางหรือยกเลิก

กลุ่มฮูตีระบุว่ากำลังมุ่งเป้าโจมตีซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากการที่ซาอุดีอาระเบียสนับสนุนกองกำลังรัฐบาลในสงครามกลางเมืองเยเมน

ความขัดแย้งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นหลังจากกลุ่มฮูตีเข้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายฝั่งทะเลแดงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงท่าเรือม็อกฮา (Mokha) บนช่องแคบบาบ เอล มันเดบ (Bab al-Mandab Strait) ซึ่งเป็นจุดที่แคบที่สุดของทะเลแดงและเป็นจุดคอขวดของการเดินเรือระหว่างประเทศ ต่อมากองกำลังฝ่ายรัฐบาลเยเมนระบุว่าตนได้ "ควบคุมความปลอดภัย" ของช่องแคบดังกล่าวที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลแดงไว้ได้แล้ว

กองกำลังผสมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียถูกจัดตั้งขึ้นในปี 2015 หลังจากชาติอาหรับผนึกกำลังกันเพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มฮูตีเข้ายึดครองเยเมนจากรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้รับการไกล่เกลี่ยขึ้นในปี 2022 หลังจากสงครามทางอากาศและการสู้รบภาคพื้นดินที่ดำเนินมานานหลายปีส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายแสนคน และจุดชนวนวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของโลก

ทว่าข้อตกลงสงบศึกแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวเริ่มพังทลายลงในเดือน ก.ค.

กลุ่มฮูตีประกาศ "มาตรการปิดล้อมทางทะเล" ต่อซาอุดีอาระเบีย และเริ่มปฏิบัติการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนใส่สนามบิน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมัน และเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง

กลุ่มฮูตีระบุว่า การโจมตีเหล่านี้เป็นการตอบโต้สิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น การปิดล้อมโดยซาอุดีอาระเบียที่ดำเนินมานานหลายปี และตอบโต้กรณีการโจมตีทางอากาศต่อสนามบินในกรุงซานอา เมืองหลวงของเยเมนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีด้วย