มิลเลนเนียลชาวเกาหลีใต้วัย 40 ปีขึ้นไป ถูกล้อเลียนว่า "พยายามมากเกิน" เพื่อดูยังหนุ่ม จริงหรือ

A man in a black beret and colourful scarf taking a photo in the mirror with his iPhone
คำบรรยายภาพ, จี ซึง-รยอล กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ในเรื่องสไตล์การแต่งตัวของเขา
    • Author, ฮโยจุง คิม
    • Role, บีบีซีแผนกภาษาเกาหลี
  • Published
  • เวลาอ่าน: 3 นาที

จี ซึง-รยอล วัย 41 ปี ภูมิใจในรสนิยมการแต่งตัวของตัวเองอย่างมาก

เขามักโพสต์ภาพเซลฟีหน้ากระจกลงอินสตาแกรมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งทุกคนต่างรู้ดีว่ายิ่งได้ไลก์มากเท่าไร มันก็ยิ่งดูเริ่ดดูคูลมากเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้สึกงุนงงเมื่อได้รู้ว่าผู้ชายวัยเดียวกันกำลังตกเป็นเป้าการล้อเลียนบนโลกออนไลน์ โดยถูกเยาะเย้ยว่าพยายามยัดเยียดตัวเองเข้าไปอยู่ในสไตล์การแต่งตัวที่มักเกี่ยวกับคนรุ่นเจนซีและมิลเลนเนียลที่อายุน้อยกว่า

บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ภาพล้อเลียนที่สร้างด้วยเอไอของคนกลุ่มนี้อย่างแพร่หลาย มันเป็นภาพชายวัยกลางคนในชุดสตรีทแวร์ พร้อมด้วยมือถือไอโฟนในมือ เด็ก ๆ เรียกพวกเขาว่า "Young 40s" (อ่านว่า ยัง 40s ซึ่งอาจแปลไทยได้ว่า คนวัย 40 ปีที่อยากดูเป็นหนุ่ม)

มีมเหล่านี้ทำให้รองเท้าไนกี้แอร์จอร์แดน (Nike Air Jordans) และเสื้อยืดยี่ห้อสตูซี (Stüssy) คู่ใจของจี กลายเป็นตัวตลกและตกเป็นเป้าของการล้อเลียน ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมาก

"ผมก็แค่ซื้อและใส่สิ่งที่ผมชอบมานานแล้ว ตอนนี้ผมก็แค่มีเงินพอจะซื้อมันได้" เขาบอกกับบีบีซี "ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องถูกโจมตีด้วย"

An AI-generated image of a man in a black tracksuit
คำบรรยายภาพ, ภาพชายที่สร้างด้วยเอไอและถูกเรียกว่า "Young 40s" กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วเกาหลีใต้

มือถือไอโฟน: จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง

ครั้งหนึ่งคนวัย 40 ปีเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำรสนิยมในยุคทศวรรษที่ 1990 แต่กระแสความเห็นของสังคมต่อคนกลุ่มนี้เริ่มเปลี่ยนไปหลังการเปิดตัวไอโฟน 17 เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

มือถือสมาร์ทโฟนที่เคยถูกมองว่าเป็นของคนหนุ่มสาว กลับถูกตีตราใหม่ให้กลายเป็นสัญลักษณ์เชย ๆ ของกลุ่ม Young 40s (คนวัย 40 ปีที่อยากดูเป็นหนุ่ม)

จากคำพูดของ จอง จู-อึน ชาวเจนซี คือพวกคนกลุ่มนี้คือคนที่ "พยายามอย่างมากที่จะทำให้ตัวเองดูอ่อนกว่าวัย" และ "ไม่ยอมรับว่ายุคสมัยผ่านไปแล้ว"

ตัวเลขก็ดูจะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เป็นอย่างดี แม้คนหนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ยังคงชอบโทรศัพท์มือถือไอโฟนมากกว่าโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นกาแล็คซี แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาดของแอปเปิลในกลุ่มผู้บริโภคเจนซีลดลง 4% ขณะที่ในกลุ่มคนวัย 40 ปีกลับเพิ่มขึ้นถึง 12% ตามผลวิจัยของแกลลัพ (Gallup)

ปรากฏการณ์คล้าย ๆ กันนี้ เคยเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อนกับกลุ่มเจียริแอททริค มิลเลนเนียลส์ (Geriatric Millennials) หรือ กลุ่มมิลเลนเนียลรุ่นใหญ่ ซึ่งหมายถึงคนที่เกิดช่วงต้นทศวรรษที่ 80 โดยอารมณ์ขันในแบบของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นอีโมจิหัวเราะทั้งน้ำตา หนวดที่ทำด้วยนิ้วมือ หรือคำว่า "adulting (การเป็นผู้ใหญ่)" ล้วนถูกเย้ยหยันว่าเชยและน่าอาย

ในเวลานั้น การถกเถียงเรื่อง Geriatric Millennials ก่อให้เกิดมุกเสียดสีตัวเอง เนื่องจากบทความวิเคราะห์และแบบทดสอบต่าง ๆ ชี้ว่าคุณควรจะร่วมวงล้อเลียน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นฝ่ายที่ถูกล้อเลียนแทน

แนวโน้มแบบเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นในเกาหลีใต้กับกลุ่ม Young 40s เช่นเดียวกัน

A woman looking at her phone in front of an iPhone advert in Seoul. Korean lettering promoting iPhones is written on the poster, alongside images of iPhones. The woman is wearing a white mask and is holding a clear plastic cup with a brown drink in it.
คำบรรยายภาพ, โทรศัพท์ไอโฟนเคยถูกมองว่าเป็นของคนหนุ่มสาวมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันกลับถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของกลุ่ม "Young 40s"

ในเกาหลีใต้ ความแตกต่างด้านอายุแม้เพียงปีเดียวก็เป็นพื้นฐานของลำดับชั้นทางสังคม อายุเป็นหนึ่งในคำถามแรก ๆ ที่คนแปลกหน้าจะถามกัน และคำตอบนั้นจะเป็นตัวกำหนดบรรยากาศของปฏิสัมพันธ์ต่อจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นวิธีเรียกขานกัน ใครเป็นคนเปิดขวดโซจูในงานสังสรรค์ (ซึ่งมักเป็นคนที่อายุมากที่สุด) ไปจนถึงทิศทางในการยกแก้วดื่มสุรา (คำตอบที่ถูกต้องคือต้องหันแก้วออกจากผู้ที่มีอาวุโสกว่า)

ทว่า มีมเกี่ยวกับกลุ่มคน Young 40s ยังสะท้อนให้เห็นถึงความกังขาของคนรุ่นใหม่ชาวเกาหลีต่อการให้ความเคารพมีอายุมากกว่าในลักษณะถูกบังคับโดยปริยายเช่นนี้มากขึ้น

เมื่อไม่กี่ปีก่อน คำว่า "กนแด (kkondae)" (หรือเทียบเคียงกับคำในภาษาไทยว่า "มนุษย์ลุง") ก็เคยเป็นอีกหนึ่งคำฮิตในหมู่คนหนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้ ซึ่งใช้เรียกผู้สูงวัยที่น่ารำคาญ ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ และชอบวางตัวสั่งสอนผู้อื่น

อี แจ-อิน อาจารย์ด้านสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเกาหลี วิทยาเขตเซจง บอกว่าความตึงเครียดระหว่างวัยเหล่านี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ "คนหลายเจเนอเรชันมาอยู่ร่วมกันในที่เดียว"

"รูปแบบเดิม ๆ ที่คนต่างรุ่นต่างบริโภควัฒนธรรมในพื้นที่ที่แยกจากกันนั้น แทบจะหมดไปแล้ว" เขากล่าวเสริม

ผู้ที่ถูกบีบอยู่ตรงกลางระหว่างสองเจนและไม่มั่นใจในตัวเอง

คำว่า "Young 40" ซึ่งได้รับความนิยมในแวดวงการตลาดช่วงทศวรรษ 2010 เดิมใช้เรียกผู้บริโภควัย 40 ปีที่ยังมีความรู้สึกนึกคิดแบบคนหนุ่มสาว

คนกลุ่มนี้ใส่ใจสุขภาพ มีความกระตือรือร้น และคุ้นเคยกับเทคโนโลยี พวกเขาจึงเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของบริษัทต่าง ๆ

"ในอดีต คนวัย 40 ปีถูกมองว่าแก่แล้ว" คิม ยง-ซ็อบ นักวิเคราะห์เทรนด์ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้บัญญัติคำว่า "Young 40" กล่าว

เขากล่าวต่อว่าเมื่ออายุมัธยฐานของสังคมเกาหลีใต้สูงขึ้น คนกลุ่มนี้ก็ "ไม่ใช่คนที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยชราอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นศูนย์กลางของสังคม" เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม คำที่เคยใช้ในเชิงการตลาดนี้ กลับมีความหมายตรงข้ามในโลกออนไลน์ซึ่งพบว่าเป็นไปในทางเสียดสีและประชดประชัน

ตลอดปีที่ผ่านมา คำว่า "Young 40" ถูกกล่าวถึงบนโลกออนไลน์มากกว่า 100,000 ครั้ง โดยกว่าครึ่งหนึ่งถูกใช้ในบริบทเชิงลบ จากข้อมูลของแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลชื่อว่า ซัมเทรนด์ (SomeTrend) โดยในหลายกรณีปรากฏควบคู่กับคำว่า "แก่" และ "น่ารังเกียจ"

มีมที่แยกย่อยออกมาอีกแบบหนึ่งคือ "Sweet Young 40" (อ่านว่า สวีทยัง 40s อาจแปลไทยได้ว่า โคแก่ในวัย 40 ปี ) ซึ่งเป็นคำเรียกเชิงถากถาง สำหรับผู้ชายวัยกลางคนที่ชอบเข้าไปจีบหญิงสาววัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว

People eat barbecue on tables and stools outside a restaurant.
คำบรรยายภาพ, คนหนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้จำนวนมากกำลังเผชิญกับราคาที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงขึ้น และการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างรุนแรงในตลาดแรงงาน

บางคนมองว่ามุกตลกเกี่ยวกับกลุ่ม Young 40s เป็นการล้อเลียนผู้มีอำนาจ เนื่องจากพวกเขาเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพการงาน และร่ำรวยขึ้นมาได้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมีเสถียรภาพและตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเฟื่องฟู

อีกด้านหนึ่ง คนรุ่นเจนซีและมิลเลนเนียลที่มีอายุน้อยกว่า เพราะเกิดช้ากว่าราวสองทศวรรษ กลับต้องเผชิญกับที่อยู่อาศัยที่ราคาพุ่งสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันในตลาดแรงงานอันดุเดือด ดังนั้นในสายตาของพวกเขา พวกกลุ่ม Young 40s คือ "คนรุ่นที่เข้าเส้นชัยได้ทันก่อนที่ประตูแห่งโอกาสจะปิดลง" จากคำอธิบายของ โอ อึน-คยอง นักจิตวิทยา

"พวกเขาไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะปัจเจกที่มีรสนิยมส่วนตัว แต่เป็นสัญลักษณ์ของอภิสิทธิ์และอำนาจ" เธอกล่าว

"นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พลังแห่งการล้อเลียนพุ่งเป้าไปที่คนกลุ่มนี้"

อย่างไรก็ตาม จี วัย 41 ปี ผู้หลงใหลแฟชั่นซึ่งเติบโตมาในช่วงที่ถูกเรียกว่าเป็นยุคทอง กลับเล่าเรื่องราวอีกด้านหนึ่งให้ฟัง

เขาย้อนรำลึกถึงช่วงที่เพิ่งเรียนจบและก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วงที่เอเชียเกิดวิกฤตการเงินช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 โดยเขาบอกว่าตนเองต้องยื่นใบสมัครงานราว 70 แห่ง กว่าจะได้งานทำ และคนรุ่นของเขาเป็นกลุ่มที่ "แทบไม่มีอะไรให้เพลิดเพลินในวัยเด็ก และเพิ่งจะเริ่มได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว"

Ji smiles at the camera with his hands in his pockets. He is wearing an orange sweater and orange beanie.
คำบรรยายภาพ, จีบอกว่ารู้สึกเหมือน "ติดอยู่ตรงกลาง" ระหว่างคนสองรุ่น

ในที่ทำงานตอนนี้ จีมักจะพบว่าตัวเองตกอยู่ตรงกลางระหว่างสองโลก ระหว่างกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่าเขาและเติบโตมากับ "ระบบสั่งการจากบนลงล่างที่เคร่งครัด ทำตามคำสั่งอย่างเดียว" กับคนรุ่นที่อายุน้อยกว่าซึ่งเป็น "คนรุ่นที่ชอบถามว่า 'ทำไม'"

"พวกเราเป็นรุ่นที่ผ่านประสบการณ์ของวัฒนธรรมทั้งสองแบบ พวกเรารู้สึกเหมือนติดอยู่ตรงกลาง"

แม้ความสามารถในการเชื่อมระหว่างคนสองรุ่นเคยเป็นเหมือนเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจ แต่จีบอกว่าเขาเริ่มไม่มั่นใจในสิ่งนั้นแล้วเมื่อต้องปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานที่อายุน้อยกว่า เพราะกลัวจะถูกมองว่าเป็น กนแด (มนุษย์ลุง) หรือ Young 40 (คน 40 ปีที่อยากดูเป็นหนุ่ม)

"ช่วงนี้ผมแทบไม่ค่อยนัดดื่มสังสรรค์เลย" เขากล่าว

"ผมพยายามคุยกันเฉพาะเรื่องงานหรือเส้นทางอาชีพ และจะเล่าเรื่องส่วนตัวก็ต่อเมื่อบทสนทนามันลึกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ"

ด้าน คัง หนุ่มวัย 41 ปี ผู้รักการแต่งตัวอีกคนหนึ่งมองว่าสิ่งที่อยู่ใจกลางของมีม Young 40 นั้น แท้จริงแล้วมันคือความปรารถนาขั้นพื้นฐานของมนุษย์

"เมื่ออายุมากขึ้น ความโหยหาในความเยาว์วัยเป็นเรื่องธรรมดามาก และการอยากดูอ่อนวัยก็เป็นสิ่งที่ทุกเจเนอเรชันมีร่วมกัน"