เปิดคดีดังในอุรุกวัย ศาลสั่งจำคุก 12 ปี หนุ่มลั่นไกฆ่าพ่อที่ทำร้ายคนในบ้าน ครอบครัวลั่น เขาไม่ควรติดคุก

Moisés and Sara Martínez

ที่มาของภาพ, Sara Martínez

คำบรรยายภาพ, มอยเซสและซารา มาร์ติเนซ
    • Author, วาเลนตินา โอโรเปซา
    • Role, บีบีซี มุนโด (แผนกภาษาสเปน)
  • Published
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

คำเตือน: เรื่องนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ และการทำร้ายร่างกายที่อาจจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกไม่สบายใจ

ซารา มาร์ติเนซ ร้องขอต่อ มอยเซส พี่ชายวัย 28 ปีของเธอ ไม่ให้เผชิญหน้ากับผู้เป็นพ่อ หลังจากที่เธออธิบายถึงความทุกข์ทรมานและการถูกทำร้ายที่ต้องเผชิญมาหลายปีจากน้ำมือของพ่อของเธอเอง

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. 2025 ที่แถบชานเมืองของกรุงมอนเตวิเดโอ เมืองหลวงของประเทศอุรุกวัย มอยเซสเพิ่งรับรู้ว่า คาร์ลอส พ่อของเขา ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศและทำร้ายแม่ของเขา รวมถึงน้องสาวอีกสองคนขณะที่พวกเธอยังเด็ก

วันต่อมา มอยเซสลั่นไกปืนยิงพ่อเขาทั้งสิ้น 14 นัดและนั่งอยู่ข้าง ๆ ศพของพ่อเป็นเวลาสองวันก่อนที่เขาจะเข้ามอบตัว

ตอนนี้มอยเซสกำลังรับโทษจำคุก 12 ปีในการพิจารณาคดีที่ชาวอุรุกวัยสามารถติดตามการถ่ายทอดทางยูทิวบ์และสร้างความโกรธแค้นอย่างยิ่งกับผู้คนในสังคม

พี่น้องและแม่ของมอยเซสเชื่อว่าเขาควรได้รับการอภัยโทษ และพวกเธอกำลังต่อสู่เพื่ออุทธรณ์คดีของเขา

Carlos Martínez

ที่มาของภาพ, Sara Martínez

คำบรรยายภาพ, โฉมหน้าของคาร์ลอส มาร์ติเนซ ผู้เป็นบิดาของซาราและมอยเซส

ขณะที่เธอกำลังกลั้นน้ำตา ซาราซึ่งตอนนี้อายุ 27 ปี เล่าให้บีบีซีฟังเกี่ยวกับบทสนทนาอันเจ็บปวดซึ่งนำไปสู่เหตุที่พี่ชายก่อเหตุยิง

"ฉันไม่เคยเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความหนักหนาของบาดแผลทางใจที่เขาแบกไว้อยู่" เธอกล่าวและเสริมว่า "มันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเราเพิ่งจะรู้ในช่วงการพิจารณาคดี"

ตามที่ซาราเปิดเผย มอยเซสและน้องสาวอีกสองคนหวาดกลัวพ่อของพวกเขามาก "เขาเหมือนเป็นคนที่อยู่ไปทุกแห่ง แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ตรงนั้น เขาก็สร้างความหวาดกลัวได้" เธอกล่าว

"ตอนรุ่งสาง เขาจะตื่นมาและพาเราไปที่ห้องน้ำ เปิดฝักบัว และปล่อยให้พวกเราโดนน้ำที่เย็นเฉียบอยู่ตรงนั้นนานเป็นชั่วโมง ๆ"

ซาราเปิดเผยด้วยว่า คาร์ลอสล่วงละเมิดทางเพศเธอและ อานา พี่สาวคนโตของเธอด้วย

เธอเล่าให้มอยเซสฟังว่า หลังจากโดนละเมิดแต่ละครั้ง พ่อจะร่ำไห้ขอให้เธอให้อภัย และซื้อขนมที่เธอชื่นชอบอย่าง ขนมอัลฟาจอร์ ขนมคุกกี้ชอร์ตเบรดยอดฮิตที่ทำจากช็อกโกแลตและคาราเมล

"ตอนนี้ฉันกินมันไม่ลงเลย" เธอกล่าว "ฉันรู้สึกผิด ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าฉันยอมให้เขาทำอะไรกับตัวฉันเพียงเพราะฉันจะได้กินขนมอันนั้น"

ซารากล่าวว่า เธอนับได้ว่าพ่อของเธอข่มขืนเธอประมาณ 60 ครั้งในตอนกลางคืน ในขณะที่แม่ของเธอไปทำงาน

"ฉันนับมันเพราะว่าฉันบอกกับตัวเองว่าวันหนึ่งฉันจะกล้าหาญพอที่จะพูดมันออกไป"

Moisés Martínez

ที่มาของภาพ, Uruguayan Press Association

คำบรรยายภาพ, มอยเซส มาร์ติเนซ อยู่ระหว่างรับโทษจำคุก 12 ปีฐานฆาตกรรมพ่อของตัวเอง

ตอนอายุ 12 ขวบซาราเห็นว่าพ่อของเธอล่วงละเมิดทางเพศต่ออานา ซาราตัดสินใจออกมาพูดเรื่องนี้ โดยได้แจ้งเรื่องราวของพ่อที่โรงเรียน

"ฉันจำได้ว่าฉันเขียนว่า 'ล่วงละเมิดทางเพศ' บนกระดาษแผ่นหนึ่ง และฉันเอาให้เพื่อนรักของฉันคนหนึ่งอ่านในตอนนั้น" เธอกล่าวและเล่าต่อว่าหลังจากนั้นเพื่อนในห้องเรียนก็เอากระดาษแผ่นนั้นไปให้กับครูใหญ่ของโรงเรียน

ซาราอธิบายถึงสิ่งที่เกิดหลังจากนั้นเป็นฉาก ๆ ว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สร้างความเจ็บปวดแก่จิตใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะตอนที่เธอถูกสอบสวนจากผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช

หลังจากมีการสอบสวนจนเป็นคดีความ คาร์ลอสได้รับโทษจำคุก 3 ปี ทว่าเขาอยู่ในคุกเพียงปีเดียวเท่านั้น

"สำหรับฉันแล้ว มันน้อยเกินไปมาก เพราะฉันรู้อยู่แก่ใจว่าพ่อลงมือละเมิดฉันมากกว่าสามปี" ซารากล่าว

"พ่อของฉันเป็นปีศาจร้าย เรื่องที่เขาเล่ากับโรงเรียนเขาเสนอภาพว่าตัวเองเป็นคนจนและสิ้นหวังที่ออกจากบ้านตั้งแต่เป็นวัยรุ่น เพราะพ่อของเขาได้ทำร้ายพี่สาว"

หลังจากออกจากเรือนจำ สมาชิกครอบครัวของซาราคนที่เหลือบอกว่าพวกเธอไม่อนุญาตให้คาร์ลอสกลับมาที่บ้านอีกเลย แต่ซาราบอกว่าพ่อก็ยังคงมาหาเธอที่โรงเรียนตอนที่เธออยู่ในช่วงวัยรุ่น รวมทั้งมาหาที่ทำงานตอนที่เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วด้วย

Sara, Ana and Moisés

ที่มาของภาพ, Sara Martínez

คำบรรยายภาพ, ภาพซารา (ซ้าย), อานา (กลาง) และมอยเซส (ขวา) ในช่วงเป็นเด็ก

ซาราเผยด้วยว่าไม่มีใครสักคนในครอบครัวที่จะเอ่ยปากคุยกันถึงความรุนแรงของการถูกทำร้ายหรือล่วงละเมิดที่โดนกระทำมา ส่วนมอยเซสก็อยากจะรักษาความสัมพันธ์กับพ่อเอาไว้หลังจากเขาออกจากคุก ทว่าเมื่อ เมอร์ซิเดส เปเรรา แม่ของพวกเขา บอกกับมอยเซสว่าคาร์ลอสเคยข่มขู่เธอและเล่าเรื่องที่เธอถูกทำร้ายมานานหลายปี มอยเซสก็ตรงปรี่ไปหาพี่สาวและน้องสาวเพื่อคุยเรื่องนี้ ซาราเล่าว่าหลังจากบทสนทนาเหล่านั้น เขาก็ยิงพ่อของเขาจนเสียชีวิต

"เขาอยากจะเจอพ่อเพื่อให้พ่อกล่าวคำขอโทษ มีคำอธิบายให้กับพวกเรา และบอกเขาว่าเขาต้องไม่โผล่หน้ามาให้เราเห็นอีก" ซาราบอก

"ฉันบอกมอย [มอยเซส] หลายเรื่องมากในวันนั้นว่าพ่อเขาลงมือทำอะไรลงไปบ้าง ความตั้งใจของฉันคือหยุดเขาไม่ให้ไปเจอพ่อ แต่เขาก็ไปจนได้ และนั่นคือตอนที่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น"

Mercedes Pereira and her children

ที่มาของภาพ, Sara Martínez

คำบรรยายภาพ, เมอร์ซิเดส เปเรรา (ยืนกลางภาพสวมเสื้อสีดำ) กับลูก ๆ ของเธอ

หลังจากอ่านคำพิพากษาส่วนตน มาเรีย โนเอล โอดริโอโซลา ผู้พิพากษาชาวอุรุกวัย อธิบายว่าเธอได้ตัดสินใจที่จะไม่ให้การอภัยโทษกรรมตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 36 ของประมวลกฎหมายอาญาของอุรุกวัย ซึ่งมาตรานี้ใช้ได้กับกรณีที่เกิดเหตุฆาตกรรมภายใต้ "ความตกใจอย่างรุนแรงอันเกิดจากความทุกข์ทรมานเรื้อรังจากความรุนแรงในครอบครัว"

เมื่อพิจารณาถึงการที่ไม่มีบุคคลใดแจ้งเหตุที่ คาร์ลอส มาร์ติเนซ กระทำมาเป็นเวลา 15 ปี ผู้พิพากษากล่าวว่าครอบครัว ไม่ได้หันไปใช้ "มาตรการปกป้องใด ๆ เป็นทางออกหลัก" โรดริโก เรย์ ทนายความของมอยเซสระบุ

การตัดสินจำคุกมอยเซสสร้างความโกรธเคืองในหมู่สาธารณชนและจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงในอุรุกวัยเกี่ยวกับบทบาทของรัฐต่อคดีความรุนแรงในครอบครัวในหลาย ๆ กรณี

กระแสการถกเถียงจากคดีนี้ยังทำให้ประธานาธิบดี ยามานดู ออร์ซี แห่งอุรุกวัย เชิญอานา และซารา มาพูดคุยเป็นการส่วนตัว

ซารายังบอกว่า เธอไม่ได้เห็นศพของพ่อตอนที่เธอไปที่สถานีตำรวจวันที่พี่ชายของเธอถูกจับกุม และตอนนั้นเธอก็ไม่ได้พบกับมอยเซสด้วย

"เมื่อพวกเขาพาเราไปที่แผนกคดีฆาตกรรมเพื่อให้เราให้ปากคำ ตอนนั้นเขาถูกคุมขังอยู่ซึ่งเราไปเจอเขาไม่ได้ แต่เขาส่งข้อความมาบอกฉันว่า 'ตอนนี้พี่สามารถกินขนมอัลฟาจอร์ได้อย่างสบายใจแล้วนะ'"