บีบีซีเปิดโปงผู้คุมและเจ้าหน้าที่ใน "คุกทรมาน" ของรัสเซียในยูเครน

- Author, ทาเนีย ฮาร์เชนโค และซามูเอล ฮอร์ติ
- Role, บีบีซี อาย อินเวสติเกชันส์ (แผนกข่าวสืบสวนสอบสวนของบีบีซี)
- Published
- เวลาอ่าน: 12 นาที
บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทรมานและความรุนแรงทางเพศ
เช้าตรู่วันหนึ่งของเดือน ต.ค. 2019 ชายกลุ่มหนึ่งกระโดดลงจากรถและเข้าจับตัวลีอุดมีลา ฮูเซย์โนวา ขณะที่เธอกำลังออกจากบ้าน
หญิงวัย 64 ปีคนนี้เล่าว่า พวกเขายึดกระเป๋าของเธอและโยนเธอเข้าไปที่เบาะหลังรถ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่เธอเรียกว่า "ฝันร้าย" ในศูนย์กักกันลับของรัสเซียที่ตั้งอยู่ในดินแดนยูเครนที่รัสเซียเข้ายึดครองมาตั้งแต่ปี 2014
"เป็นเวลา 3 ปีกับอีก 13 วันของชีวิตฉันที่จิตวิญญาณและร่างกายของฉันถูกทำลายให้บอบช้ำอย่างรุนแรง"
เธอบอกว่า ในกลุ่มชายเหล่านั้นมี ยูรี เจเมียร์เบค ชาวยูเครนที่เคยเป็นตำรวจจราจรท้องถิ่น และเข้าร่วมกับกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียด้วย
เจเมียร์เบค ชายผู้มีสถานะทั้งสามี พ่อของลูก และคุณตาของหลาน ตอนนี้มีอายุ 56 ปีแล้ว เขาก็อยู่ที่นั่นด้วยในอีกสองสัปดาห์ให้หลัง โดยเธอบอกว่าเขาเฝ้ามองในขณะที่ชายซึ่งพูดสำเนียงรัสเซียล่วงละเมิดทางเพศเธอในสถานกักกันอันฉาวโฉ่
การสืบสวนของบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส สามารถระบุตัวตนของเจเมียร์เบคได้ และยังพบรายละเอียดเกี่ยวกับชายอีกสองคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำทารุณต่อผู้ถูกควบคุมตัว ซึ่งช่วยให้เห็นภาพของระบบ ๆ หนึ่งที่แทบจะอยู่นอกเหนือการเข้าถึงของกระบวนการยุติธรรมทั้งของยูเครนและนานาชาติ
ชายเหล่านี้ดูเหมือนกำลังใช้ชีวิตตามปกติกับครอบครัวอยู่ในรัสเซียและพื้นที่ของยูเครนที่ถูกยึดครอง ขณะที่ผู้รอดชีวิตมองว่าการเปิดเผยตัวตนของพวกเขาเป็นก้าวหนึ่งสู่การนำตัวบุคคลเหล่านั้นมารับผิดชอบสิ่งที่กระทำ
ลีอุดมีลากล่าวว่า หากไม่พบตัวชายที่เธอกล่าวหาว่ากระทำทารุณและและไม่สามารถนำเข้าเข้าคุกได้ "เช่นนั้นแล้ว ความยุติธรรมสำหรับฉันก็คือ ลูก ๆ ของพวกเขาจะต้องรับรู้ว่า พ่อของพวกเขาเป็นอาชญากรและเป็นผู้กระทำทารุณต่อคนอื่น"

ที่มาของภาพ, OK.ru
เรือนจำที่ชายเหล่านี้มีส่วนช่วยควบคุมดูแลเป็นส่วนหนึ่งของระบบกักกันที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ระบุว่ามีการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อพลเรือน "อย่างเป็นระบบและเป็นวงกว้าง"
สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นระบุว่า อดีตผู้ถูกควบคุมตัวส่วนหนึ่งเล่าว่ามีการทำร้ายร่างกาย การช็อตไฟฟ้า จำลองการประหารชีวิตเพื่อให้เข้าใจว่าถูกประหารจริง ๆ (mock executions) และกระทำรุนแรงทางเพศ โดยพลเรือนมักถูกควบคุมตัวโดยพลการ ขณะที่ครอบครัวได้รับทราบข้อมูลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
รัฐบาลรัสเซียล่าวหาสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นว่ามีอคติ โดยในเดือน พ.ค. ปีนี้ สหประชาชาติได้เพิ่มรัสเซียเข้าไปในบัญชีรายชื่อประเทศต้องสงสัยว่าก่อความรุนแรงทางเพศในพื้นที่ขัดแย้ง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รัสเซียปฏิเสธ โดยบอกว่าเป็น "คำโกหกที่ไม่มีมูล"
ทางการยูเครนระบุว่ามีพลเรือนมากกว่า 16,000 คนถูกจับเป็นเชลยหรือสูญหาย โดยบางกรณีเกิดขึ้นหลังจากรัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 ขณะที่บางกรณีย้อนกลับไปไกลถึงปี 2014 ตอนที่รัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียทางตอนใต้ของยูเครน และยึดครองพื้นที่บางส่วนในภาคตะวันออกของประเทศ จนนำไปสู่การประณามอย่างกว้างขวางจากนานาชาติ
ในเวลานั้น ลีอุดมีลาทำงานเป็นวิศวกรด้านความปลอดภัยในฟาร์มปศุสัตว์แห่งหนึ่งที่เมืองโนโวอาซอฟสก์ในภูมิภาคโดเนตสก์ ใกล้กับพรมแดนรัสเซีย
กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียเข้ายึดเมืองดังกล่าว นำไปสู่การควบคุมโดยกองกำลังกึ่งทหารเป็นเวลาหลายปี
ลีอุดมีลากล่าวว่า ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย เธอช่วยดูแลเด็กกำพร้าและนำอาหารไปให้กองกำลังยูเครนซึ่งมอบธงชาติยูเครนให้กับเธอพร้อมเขียนข้อความขอบคุณไว้บนนั้น เธอคิดว่าภาพถ่ายธงดังกล่าวที่เธอส่งไปให้เพื่อนที่เธอไว้ใจได้ถูกส่งต่อไปถึงกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย
"นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่พวกเขาจับกุมฉัน" เธอกล่าว
ลีอุดมีลาบอกว่า เธอถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับ และถูกนำตัวไปยังสถานที่ที่ชื่อว่า อีโซเลียตเซีย (Izolyatsia) โรงงานที่ถูกดัดแปลงเป็นหอศิลป์สมัยใหม่ ซึ่งถูกยึดโดยกองกำลังที่รัสเซียสนับสนุน สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนรู้จักและหวาดกลัวกันอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา หลังเรื่องราวของการทรมานถูกเล่าขานอย่างหนาหูจากอดีตผู้ถูกควบคุมตัวหลายชีวิต

เมื่อเธอไปถึงที่นั่น เธอเล่าว่ามีชายกลุ่มหนึ่งซึ่งเธอไม่รู้ว่าเป็นใคร มาล้อมตัวเธอไว้และบีบตามร่างกายของเธอ
"นี่ไม่ใช่ลูกพีช" เธอจำได้ว่าชายหนึ่งในนั้นพูด "ไม่ใช่แอปริคอตอบแห้งด้วย แต่เป็นลูกเกด"
ลีอุดมีลาเล่าว่า ผู้ถูกควบคุมตัวถูกบังคับให้ยืนตลอดเวลาตั้งแต่ 06.00 - 22.00 น. และที่คุมตัวได้เปิดไฟสว่างจ้าไว้ตลอดทั้งคืน โดยในช่วงวันแรก ๆ เธอบอกว่าเธอได้ยินเสียงร้องด้วยความทรมานดังมาจากห้องอื่น ซึ่งเธอบอกว่า "ฉันไม่เคยได้ยินเสียงกรีดร้องที่น่าสยดสยองขนาดนี้มาก่อน"
สองสัปดาห์ต่อมา เธอบอกว่าเธอถูกพาไปยังชั้นสอง ซึ่งชายคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่า "โควัล" ภายในคุกบอกเธอว่า เธอ "แก่เกินไปสำหรับพวกผู้ชายที่มาที่นี่เพื่อ 'ผ่อนคลาย'"
ลีอุดมีลาบอกว่าเจเมียร์เบคอยู่ที่นั่นด้วย โดยเขา "ทำท่าทางเย้ยหยัน... และหัวเราะ"
จากนั้น เธอบอกว่าโควัลล่วงละเมิดทางเพศเธอ
ลีอุดมีลาบอกว่าเธอรู้ชื่อเจเมียร์เบคเพราะเห็นชื่อของเขาบนเอกสาร และจำได้ว่าเขาเป็นที่รู้จักในพื้นที่จากการเป็นตำรวจยูเครน
ทางการยูเครนกล่าวหาว่า เจเมียร์เบคทำงานให้กับกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ (MGB) ที่จัดตั้งขึ้นโดยสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ (DPR) ซึ่งก่อตั้งโดยกองกำลังกึ่งทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย
อัยการยูเครนได้เริ่มดำเนินคดีอาญาต่อเขาในข้อหาเป็นส่วนหนึ่งของ "กลุ่มก่อการร้าย" ซึ่งเป็นคำที่พวกเขามักใช้กล่าวหาว่าบุคคลที่ร่วมมือกับกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Telegram
บีบีซีทำงานกับนักสืบข้อมูลแบบเปิดชาวยูเครนสองคน ได้แก่ โบห์ดาน โคโซฮัตโค และวลาดีสลาฟ ชีรีค เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจเมียร์เบคและคนอื่น ๆ ที่ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุทารุณ โดยต่อยอดจากงานที่พวกเขาทำร่วมกับองค์กรสืบสวนของยูเครนชื่อ ทรูธ ฮาวด์ส (Truth Hounds)
ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งคำให้การของผู้ถูกควบคุมตัว โพสต์บนโซเชียลมีเดีย รายงานข่าว และเอกสารต่าง ๆ จากคณะอัยการยูเครน ช่วยให้ทีมงานปะติดปะต่อภาพรวมของเหตุการณ์ขึ้นมาได้
นักสืบที่ทำงานร่วมกับบีบีซีพบว่า เจเมียร์เบคเรียนภาษายูเครนในมหาวิทยาลัย เขามีภรรยา ลูกสาวและลูกชายวัยกว่า 20 ปีคนหนึ่ง และมีหลานหนึ่งคน โดยดูเหมือนว่าเขาจะอาศัยอยู่ในภูมิภาครอสตอฟทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย ใกล้พรมแดนยูเครน
ภาพบนโซเชียลมีเดียภาพหนึ่งก่อนปี 2014 แสดงให้เห็นเขาในชุดเครื่องแบบตำรวจยูเครน พร้อมกับเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าเขาเป็นตำรวจจราจร แต่เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า ปัจจุบันเขาประกอบอาชีพใด
ลีอุดมีลากล่าวว่าชายในภาพดังกล่าวอยู่ในกลุ่มผู้ชายที่จับเธอ โดยเธอบอกว่าได้เห็นเจเมียร์เบคครั้งสุดท้ายเมื่อราว ๆ ปลายปี 2021 เมื่อเขาเรียกเธอว่า "นังแพศยา" และขู่ว่าเธอจะถูกส่งไปไซบีเรีย
อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถยืนยันตัวตนของชายที่ชื่อ "โควัล" ได้

เธอบอกด้วยว่าผู้คุมอีกคนที่อีโซเลียตเซีย ซึ่งคนในคุกเรียกเขาว่า "เยียร์มัค" ครั้งหนึ่งเคยสั่งให้เธอกินอาหารดิบผสมกับดินและขยะ
"ฉันถุยมันทิ้ง แต่ก็ยังมีเหลือติดปาก รสชาติของมันจะติดอยู่กับฉันไปตลอดชั่วชีวิต" เธอกล่าว ปัจจุบันเธอไม่สามารถทนกลิ่นการปรุงอาหารได้ และการจะรับประทานอาหารตามปกติกลายเป็นเรื่องยาก
ลีอุดมีลาบอกว่าเธอไม่เคยเห็นหน้าเยียร์มัค เพราะผู้คุมมักจะใช้ถุงคลุมศีรษะเธอ แต่เธอได้ยินเสียงเขา
เธอยังเล่าถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เขาเข้ามาในห้องขังของเธอ "เขาตะโกนว่า 'คุณอยู่ข้างยูเครนหรือไม่' ฉันตอบไปว่า 'ฉันอยู่ข้างความยุติธรรม' จากนั้นเขาก็เริ่มซ้อมฉัน"

ที่มาของภาพ, VK
ลีอุดมีลาได้เห็นหน้าเยียร์มัคเป็นครั้งแรกเมื่อทีมสืบสวนที่ทำงานกับบีบีซีพบภาพของเขาบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นภาพของเขาขณะที่อยู่กับภรรยาและลูกในวันพักผ่อนกับครอบครัว รวมถึงภาพขณะที่เขากำลังดื่มกับเพื่อน ๆ ซึ่งบางภาพเพิ่งถูกโพสต์เมื่อปี 2024
เขาถูกยืนยันตัวตนเป็นครั้งแรกในฐานะชายที่ชื่อว่า รุสลัน เยรีโอมีเชฟ โดยกลุ่มนักข่าวสืบสวนสอบสวนเบลลิงเคท (Bellingcat) และสตันลีสลาฟ อาเซเยฟ นักข่าวชาวยูเครนที่เคยถูกควบคุมตัวในอีโซเลียตเซีย โดยตอนนี้เยรีโอมีเชฟอายุ 46 ปีแล้ว
บัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของเขาบ่งบอกว่าเขาศึกษาด้านกฎหมายมาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโดเนตสก์
อัยการยูเครนกล่าวหาว่า เยรีโอมีเชฟก่ออาชญากรรมหลายกรณี รวมถึงการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อเชลยศึกหรือพลเรือน
ไม่ชัดเจนว่าเขายังคงทำงานที่อีโซเลียตเซียหรือไม่ แต่โพสต์ต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดียบ่งชี้ว่าเขายังอาศัยอยู่ที่แถบนั้น โดยภาพต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่าเขากำลังอยู่กับภรรยา ลูกสาว และเพื่อน ๆ โดยมีภาพเขาเคยไปพักผ่อนอยู่ในดินแดนไครเมียซึ่งถูกยึดครองด้วย
ทั้งเจเมียร์เบคและเยรีโอมีเชฟเป็นคนสัญชาติยูเครน แต่ได้หนังสือเดินทางรัสเซียมาในภายหลัง
"พวกเขามีอิสระ และพวกเขาจะไปไหนก็ได้" ลีอุดมีลาสะท้อนหลังจากที่เธอได้เห็นรูปภาพเหล่านั้น "พวกเขาพรากเวลาของผู้คนมากมายไปหลายปี"

ที่มาของภาพ, Dmytro Smolyenko / Ukrinform/Future Publishing via Getty Images
ลีอุดมีลาได้รับการปล่อยตัวในการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษเมื่อปี 2022 เพื่อน ๆ มารอต้อนรับเธอกลับบ้าน "พวกเขายืนร้องไห้ แต่ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันร้องไห้ไม่ออก ฉันไม่มีน้ำตาเลย" เธอกล่าว
แม่แต่ตอนนี้ เธอบอกว่า "ความรู้สึกเหล่านี้ อารมณ์ต่าง ๆ มันยังคงฝังลึกอยู่ในตัวฉัน... บางครั้งฉันอยากจะร้องหรือกรีดร้องออกมา แต่ฉันทำไม่ได้"
เธอกลับมาอยู่กับสามีอีกครั้งและตอนนี้ทั้งคู่อาศัยอยู่ที่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เธอทำงานที่องค์กรหนึ่งที่ให้การสนับสนุนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เคยถูกคุมขัง และใช้เครือข่ายลับช่วยส่งพัสดุจากครอบครัวเข้าไปให้ผู้ที่ยังถูกจองจำ
บีบีซียังได้จัดทำแผนที่แสดงขนาดของเครือข่ายศูนย์กักกันเหล่านี้ โดยใช้ข้อมูลจากรายงานของสื่อต่าง ๆ นักสืบ และกลุ่มสิทธิมนุษยชน มาตรวจสอบเปรียบเทียบกัน
บีบีซีสามารถระบุสถานที่ได้ 93 แห่งซึ่งถูกใช้ในการควบคุมตัวพลเรือนและเชลยศึกในดินแดนยูเครนที่ถูกยึดครองระหว่างปี 2023 - 2025 ราว 1 ใน 3 สถานที่เหล่านี้ดูเหมือนเป็นสถานที่ไม่เป็นทางการที่อยู่ในอาคารหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สำนักงานภาษี ไปจนถึงโรงแรมและโรงรถ โดยเรายังระบุสถานที่ลักษณะนี้ได้อีก 102 แห่งในรัสเซีย ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงสถานที่เหล่านี้อย่างเสรี
อัยการยูเครนระบุว่า มีคนจำนวน 2,000 คนที่เคยถูกควบคุมตัวในศูนย์กักกันลักษณะนี้ นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022
หนึ่งในนั้นคือ โอเลคซี ซีวัค กะลาสีเรือวัย 42 ปี ซึ่งบอกกับบีบีซีว่า เขาเป็นหนึ่งในพลเรือนหลายร้อยคนที่ถูกจับกุมหลังจากรัสเซียเข้ายึดเมืองเคอร์ซอนทางตอนใต้ของยูเครนในปี 2022 ในปฏิบัติการที่สื่อเอียงข้างรัสเซียเรียกว่าเป็นการกวาดล้างผู้ก่อการร้าย

โอเลคซีซึ่งทำงานบนเรือบรรทุกสินค้ากล่าวว่า ในช่วงเดือนแรก ๆ ภายใต้การยึดครอง เขาช่วยทำอาหารให้ผู้สูงอายุ รวมทั้งทำป้ายผ้าและใบปลิวต่อต้านการปรากฏตัวของรัสเซีย โดยเขาบอกว่า "ผมทำในสิ่งที่ผมทำได้ ต่อต้านเท่าที่ผมจะทำได้"
เขาเล่าว่าเขาถูกจับกุมและถูกนำตัวไปยังสถานที่คุมขังซึ่งเคยเป็นสถานีตำรวจในเคอร์ซอน
"มีการทรมานด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ" เขากล่าว "ที่อวัยวะเพศ ด้วยกระแสไฟฟ้า"
ในเดือน พ.ย. 2022 กองทัพยูเครนสามารถยึดคืนเมืองเคอร์ซอนกลับมาได้ โอเลคซีเล่าว่ากองกำลังของรัสเซียได้นำตัวผู้ถูกคุมขังบางส่วนไปด้วยขณะล่าถอย แต่เขาหลบหนีออกมาได้เพราะในรถของกองกำลังรัสเซียมีที่ไม่พอ
อัยการยูเครนระบุว่า สถานที่คุมขังในเคอร์ซอนดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของ อันเดรย์ สปีวัค ซึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในระบบเรือนจำของเมืองออมสก์ (Omsk) ในรัสเซีย
อันเดรย์ สปีวัคถูกตั้งข้อหาปฏิบัติอย่างโหดร้ายต่อประชากรที่เป็นพลเรือนและละเมิดกฎหมายสงคราม
ทีมสืบสวนที่ทำงานร่วมกับบีบีซีพบว่า เขามีอายุ 40 ปี และเกิดในภูมิภาคออมสก์ โดยภาพต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดียบ่งชี้ว่าเขาชื่นชอบการตกปลา ล่าสัตว์ และท่องเที่ยว
ภาพถ่ายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเขากลับไปอยู่ที่เมืองออมสก์ โดยเขาเข้าร่วมงานต่าง ๆ ที่จัดโดยกระทรวงมหาดไทยรัสเซีย และทีมสืบสวนที่ทำงานร่วมกับบีบีซียังพบว่าเขาได้จดทะเบียนรถยนต์เพื่อใช้ทำงานเป็นคนขับแท็กซี่ด้วย

ที่มาของภาพ, OK.ru
บีบีซีพยายามติดต่อเจเมียร์เบค, เยรีโอมีเชฟ และสปีวัค เกี่ยวกับข้อกล่าวหาต่าง ๆ ในรายงานนี้แล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับ โดยเมื่อเราถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักรเกี่ยวข้อกล่าวหาเหล่านี้ สถานทูตฯ ระบุว่ารัสเซีย "สนับสนุนการให้ความเคารพต่อกฎหมายระหว่างประเทศและหลักนิติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง" และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอาชญากรรมต่าง ๆ ในช่วงสงครามยูเครน "ได้ถูกบันทึกไว้และถูกสอบสวน"
อัยการยูเครนได้ดำเนินคดีต่อบุคคลหลายสิบคนที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติอย่างโหดร้ายต่อชาวยูเครนในเรือนจำที่รัสเซียบริหาร มีส่วนน้อยถูกตัดสินโทษลับหลัง โดยบีบีซีทราบเพียงหนึ่งรายที่ถูกจำคุกจริง คืออดีตหัวหน้าของศูนย์กักขังอีโซเลียตเซีย ซึ่งถูกจับกุมในกรุงเคียฟเมื่อปี 2021 และถูกตัดสินจำคุก 15 ปี
สถานที่แห่งนี้ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ ตามรายงานของสำนักงานอัยการสูงสุดยูเครน
นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 สำนักงานอัยการสูงสุดยูเครนได้บันทึกคดีความรุนแรงทางเพศต่อพลเรือนมากกว่า 400 คดี ที่เกี่ยวข้องกับสงครามนี้
จนถึงขณะนี้ มีผู้ถูกตั้งข้อหา 85 คน โดย 30 คนได้รับโทษจำคุก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตัดสินลับหลัง
ทั้งโอเลคซีและลีอุดมีลาต่างมุ่งมั่นที่จะช่วยผลักดันให้ผู้กระทำทารุณต่อผู้ถูกคุมขังต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ
"สำหรับฉัน ความยุติธรรมไม่ใช่การแก้แค้น" ลีอุดมีลากล่าว "สำหรับฉัน ความยุติธรรมคือคำตัดสินที่ระบุว่าคนเหล่านี้ได้กระทำในสิ่งที่พวกเขากระทำ โดยเจตนาและจงใจ ฉันต้องการให้พวกเขาถูกลงโทษตามกฎหมาย"

























