บีบีซีเปิดโปงผู้คุมและเจ้าหน้าที่ใน "คุกทรมาน" ของรัสเซียในยูเครน

Close up portrait of Liudmyla sitting on a sofa, she has chin-length brown hair and large glasses. She is looking slightly down with a reflective expression and is touching her chin with one hand.
คำบรรยายภาพ, "ฉันไม่เคยได้ยินเสียงกรีดร้องที่น่าสยดสยองขนาดนี้มาก่อน" ลีอุดมีลา กล่าวเมื่อย้อนนึกถึงช่วงวันแรก ๆ ของเธอในศูนย์กักกันอีโซเลียตเซีย
    • Author, ทาเนีย ฮาร์เชนโค และซามูเอล ฮอร์ติ
    • Role, บีบีซี อาย อินเวสติเกชันส์ (แผนกข่าวสืบสวนสอบสวนของบีบีซี)
  • Published
  • เวลาอ่าน: 12 นาที

บทความนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทรมานและความรุนแรงทางเพศ

เช้าตรู่วันหนึ่งของเดือน ต.ค. 2019 ชายกลุ่มหนึ่งกระโดดลงจากรถและเข้าจับตัวลีอุดมีลา ฮูเซย์โนวา ขณะที่เธอกำลังออกจากบ้าน

หญิงวัย 64 ปีคนนี้เล่าว่า พวกเขายึดกระเป๋าของเธอและโยนเธอเข้าไปที่เบาะหลังรถ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่เธอเรียกว่า "ฝันร้าย" ในศูนย์กักกันลับของรัสเซียที่ตั้งอยู่ในดินแดนยูเครนที่รัสเซียเข้ายึดครองมาตั้งแต่ปี 2014

"เป็นเวลา 3 ปีกับอีก 13 วันของชีวิตฉันที่จิตวิญญาณและร่างกายของฉันถูกทำลายให้บอบช้ำอย่างรุนแรง"

เธอบอกว่า ในกลุ่มชายเหล่านั้นมี ยูรี เจเมียร์เบค ชาวยูเครนที่เคยเป็นตำรวจจราจรท้องถิ่น และเข้าร่วมกับกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียด้วย

เจเมียร์เบค ชายผู้มีสถานะทั้งสามี พ่อของลูก และคุณตาของหลาน ตอนนี้มีอายุ 56 ปีแล้ว เขาก็อยู่ที่นั่นด้วยในอีกสองสัปดาห์ให้หลัง โดยเธอบอกว่าเขาเฝ้ามองในขณะที่ชายซึ่งพูดสำเนียงรัสเซียล่วงละเมิดทางเพศเธอในสถานกักกันอันฉาวโฉ่

การสืบสวนของบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส สามารถระบุตัวตนของเจเมียร์เบคได้ และยังพบรายละเอียดเกี่ยวกับชายอีกสองคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำทารุณต่อผู้ถูกควบคุมตัว ซึ่งช่วยให้เห็นภาพของระบบ ๆ หนึ่งที่แทบจะอยู่นอกเหนือการเข้าถึงของกระบวนการยุติธรรมทั้งของยูเครนและนานาชาติ

ชายเหล่านี้ดูเหมือนกำลังใช้ชีวิตตามปกติกับครอบครัวอยู่ในรัสเซียและพื้นที่ของยูเครนที่ถูกยึดครอง ขณะที่ผู้รอดชีวิตมองว่าการเปิดเผยตัวตนของพวกเขาเป็นก้าวหนึ่งสู่การนำตัวบุคคลเหล่านั้นมารับผิดชอบสิ่งที่กระทำ

ลีอุดมีลากล่าวว่า หากไม่พบตัวชายที่เธอกล่าวหาว่ากระทำทารุณและและไม่สามารถนำเข้าเข้าคุกได้ "เช่นนั้นแล้ว ความยุติธรรมสำหรับฉันก็คือ ลูก ๆ ของพวกเขาจะต้องรับรู้ว่า พ่อของพวกเขาเป็นอาชญากรและเป็นผู้กระทำทารุณต่อคนอื่น"

Temerbek is pictured in a black police cap, blue police shirt and yellow hi-vis vest, looking at the camera with a slight smile. Next to him is a figure in a red football shirt, whose face has been blurred.

ที่มาของภาพ, OK.ru

คำบรรยายภาพ, ในภาพที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียเมื่อปี 2013 เจเมียร์เบคสวมเครื่องแบบตำรวจจราจร ปัจจุบันเขาอายุ 56 ปี

เรือนจำที่ชายเหล่านี้มีส่วนช่วยควบคุมดูแลเป็นส่วนหนึ่งของระบบกักกันที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ระบุว่ามีการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อพลเรือน "อย่างเป็นระบบและเป็นวงกว้าง"

สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นระบุว่า อดีตผู้ถูกควบคุมตัวส่วนหนึ่งเล่าว่ามีการทำร้ายร่างกาย การช็อตไฟฟ้า จำลองการประหารชีวิตเพื่อให้เข้าใจว่าถูกประหารจริง ๆ (mock executions) และกระทำรุนแรงทางเพศ โดยพลเรือนมักถูกควบคุมตัวโดยพลการ ขณะที่ครอบครัวได้รับทราบข้อมูลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

รัฐบาลรัสเซียล่าวหาสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นว่ามีอคติ โดยในเดือน พ.ค. ปีนี้ สหประชาชาติได้เพิ่มรัสเซียเข้าไปในบัญชีรายชื่อประเทศต้องสงสัยว่าก่อความรุนแรงทางเพศในพื้นที่ขัดแย้ง ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รัสเซียปฏิเสธ โดยบอกว่าเป็น "คำโกหกที่ไม่มีมูล"

ทางการยูเครนระบุว่ามีพลเรือนมากกว่า 16,000 คนถูกจับเป็นเชลยหรือสูญหาย โดยบางกรณีเกิดขึ้นหลังจากรัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 ขณะที่บางกรณีย้อนกลับไปไกลถึงปี 2014 ตอนที่รัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียทางตอนใต้ของยูเครน และยึดครองพื้นที่บางส่วนในภาคตะวันออกของประเทศ จนนำไปสู่การประณามอย่างกว้างขวางจากนานาชาติ

ในเวลานั้น ลีอุดมีลาทำงานเป็นวิศวกรด้านความปลอดภัยในฟาร์มปศุสัตว์แห่งหนึ่งที่เมืองโนโวอาซอฟสก์ในภูมิภาคโดเนตสก์ ใกล้กับพรมแดนรัสเซีย

กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียเข้ายึดเมืองดังกล่าว นำไปสู่การควบคุมโดยกองกำลังกึ่งทหารเป็นเวลาหลายปี

ลีอุดมีลากล่าวว่า ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย เธอช่วยดูแลเด็กกำพร้าและนำอาหารไปให้กองกำลังยูเครนซึ่งมอบธงชาติยูเครนให้กับเธอพร้อมเขียนข้อความขอบคุณไว้บนนั้น เธอคิดว่าภาพถ่ายธงดังกล่าวที่เธอส่งไปให้เพื่อนที่เธอไว้ใจได้ถูกส่งต่อไปถึงกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย

"นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่พวกเขาจับกุมฉัน" เธอกล่าว

ลีอุดมีลาบอกว่า เธอถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับ และถูกนำตัวไปยังสถานที่ที่ชื่อว่า อีโซเลียตเซีย (Izolyatsia) โรงงานที่ถูกดัดแปลงเป็นหอศิลป์สมัยใหม่ ซึ่งถูกยึดโดยกองกำลังที่รัสเซียสนับสนุน สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนรู้จักและหวาดกลัวกันอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา หลังเรื่องราวของการทรมานถูกเล่าขานอย่างหนาหูจากอดีตผู้ถูกควบคุมตัวหลายชีวิต

Zoomed in map of south-eastern Ukraine, showing the current front line and the areas held by Russian-backed separatists before the full-scale invasion in 2022. It marks Novoazovsk (on the southern coast close to the border with Russia), Kherson (under Ukrainian control but close to the front line) and Izolyatsia in the Donetsk region, which remains under Russian military control.
คำบรรยายภาพ, แผนที่บริเวณทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ที่แสดงให้เห็นแนวหน้าของการสู้รบในปัจจุบัน และพื้นที่ที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียยึดครองก่อนการรุกรานเต็มรูปแบบในปี 2022 (สีแดงเข้ม)

เมื่อเธอไปถึงที่นั่น เธอเล่าว่ามีชายกลุ่มหนึ่งซึ่งเธอไม่รู้ว่าเป็นใคร มาล้อมตัวเธอไว้และบีบตามร่างกายของเธอ

"นี่ไม่ใช่ลูกพีช" เธอจำได้ว่าชายหนึ่งในนั้นพูด "ไม่ใช่แอปริคอตอบแห้งด้วย แต่เป็นลูกเกด"

ลีอุดมีลาเล่าว่า ผู้ถูกควบคุมตัวถูกบังคับให้ยืนตลอดเวลาตั้งแต่ 06.00 - 22.00 น. และที่คุมตัวได้เปิดไฟสว่างจ้าไว้ตลอดทั้งคืน โดยในช่วงวันแรก ๆ เธอบอกว่าเธอได้ยินเสียงร้องด้วยความทรมานดังมาจากห้องอื่น ซึ่งเธอบอกว่า "ฉันไม่เคยได้ยินเสียงกรีดร้องที่น่าสยดสยองขนาดนี้มาก่อน"

สองสัปดาห์ต่อมา เธอบอกว่าเธอถูกพาไปยังชั้นสอง ซึ่งชายคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่า "โควัล" ภายในคุกบอกเธอว่า เธอ "แก่เกินไปสำหรับพวกผู้ชายที่มาที่นี่เพื่อ 'ผ่อนคลาย'"

ลีอุดมีลาบอกว่าเจเมียร์เบคอยู่ที่นั่นด้วย โดยเขา "ทำท่าทางเย้ยหยัน... และหัวเราะ"

จากนั้น เธอบอกว่าโควัลล่วงละเมิดทางเพศเธอ

ลีอุดมีลาบอกว่าเธอรู้ชื่อเจเมียร์เบคเพราะเห็นชื่อของเขาบนเอกสาร และจำได้ว่าเขาเป็นที่รู้จักในพื้นที่จากการเป็นตำรวจยูเครน

ทางการยูเครนกล่าวหาว่า เจเมียร์เบคทำงานให้กับกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ (MGB) ที่จัดตั้งขึ้นโดยสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ (DPR) ซึ่งก่อตั้งโดยกองกำลังกึ่งทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย

อัยการยูเครนได้เริ่มดำเนินคดีอาญาต่อเขาในข้อหาเป็นส่วนหนึ่งของ "กลุ่มก่อการร้าย" ซึ่งเป็นคำที่พวกเขามักใช้กล่าวหาว่าบุคคลที่ร่วมมือกับกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย

A bare room with concrete walls and floor. In it are three wooden chairs and a small wooden table, with a few plastic water bottles on the floor.

ที่มาของภาพ, Telegram

คำบรรยายภาพ, ภาพที่เผยแพร่โดยบุคคลนิรนามบนช่องทางออนไลน์เผยให้เห็นสภาพความเป็นอยู่บางส่วนภายในอีโซเลียตเซีย

บีบีซีทำงานกับนักสืบข้อมูลแบบเปิดชาวยูเครนสองคน ได้แก่ โบห์ดาน โคโซฮัตโค และวลาดีสลาฟ ชีรีค เพื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจเมียร์เบคและคนอื่น ๆ ที่ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุทารุณ โดยต่อยอดจากงานที่พวกเขาทำร่วมกับองค์กรสืบสวนของยูเครนชื่อ ทรูธ ฮาวด์ส (Truth Hounds)

ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งคำให้การของผู้ถูกควบคุมตัว โพสต์บนโซเชียลมีเดีย รายงานข่าว และเอกสารต่าง ๆ จากคณะอัยการยูเครน ช่วยให้ทีมงานปะติดปะต่อภาพรวมของเหตุการณ์ขึ้นมาได้

นักสืบที่ทำงานร่วมกับบีบีซีพบว่า เจเมียร์เบคเรียนภาษายูเครนในมหาวิทยาลัย เขามีภรรยา ลูกสาวและลูกชายวัยกว่า 20 ปีคนหนึ่ง และมีหลานหนึ่งคน โดยดูเหมือนว่าเขาจะอาศัยอยู่ในภูมิภาครอสตอฟทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย ใกล้พรมแดนยูเครน

ภาพบนโซเชียลมีเดียภาพหนึ่งก่อนปี 2014 แสดงให้เห็นเขาในชุดเครื่องแบบตำรวจยูเครน พร้อมกับเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าเขาเป็นตำรวจจราจร แต่เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า ปัจจุบันเขาประกอบอาชีพใด

ลีอุดมีลากล่าวว่าชายในภาพดังกล่าวอยู่ในกลุ่มผู้ชายที่จับเธอ โดยเธอบอกว่าได้เห็นเจเมียร์เบคครั้งสุดท้ายเมื่อราว ๆ ปลายปี 2021 เมื่อเขาเรียกเธอว่า "นังแพศยา" และขู่ว่าเธอจะถูกส่งไปไซบีเรีย

อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถยืนยันตัวตนของชายที่ชื่อ "โควัล" ได้

Four maps showing how control of parts of Ukraine has changed. Before the Feb 2022 invasion it shows Crimea under Russian military control and parts of Donetsk and Luhansk held by Russian-backed separatists. In Mar 2022, the map shows Russia’s rapid advance with areas along the north-eastern border, and north of Kyiv, under its military control. By Nov 2022, Ukraine has regained ground, pushing Russia back from the north and north-east. By July 2026 Russia has edged forward along parts of the front line in south-east Ukraine.
คำบรรยายภาพ, แผนที่ 4 ชุดที่เปรียบเทียบการยึดครองยูเครนของรัสเซียในช่วงเวลาต่าง ๆ โดยพื้นที่สีแดงหมายถึงพื้นที่ซึ่งถูกควบคุมโดยกองทัพรัสเซีย

เธอบอกด้วยว่าผู้คุมอีกคนที่อีโซเลียตเซีย ซึ่งคนในคุกเรียกเขาว่า "เยียร์มัค" ครั้งหนึ่งเคยสั่งให้เธอกินอาหารดิบผสมกับดินและขยะ

"ฉันถุยมันทิ้ง แต่ก็ยังมีเหลือติดปาก รสชาติของมันจะติดอยู่กับฉันไปตลอดชั่วชีวิต" เธอกล่าว ปัจจุบันเธอไม่สามารถทนกลิ่นการปรุงอาหารได้ และการจะรับประทานอาหารตามปกติกลายเป็นเรื่องยาก

ลีอุดมีลาบอกว่าเธอไม่เคยเห็นหน้าเยียร์มัค เพราะผู้คุมมักจะใช้ถุงคลุมศีรษะเธอ แต่เธอได้ยินเสียงเขา

เธอยังเล่าถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เขาเข้ามาในห้องขังของเธอ "เขาตะโกนว่า 'คุณอยู่ข้างยูเครนหรือไม่' ฉันตอบไปว่า 'ฉันอยู่ข้างความยุติธรรม' จากนั้นเขาก็เริ่มซ้อมฉัน"

Two men with large glasses in front of them giving a thumbs up sign to the camera. The one on the left, Ruslan Yeriomichev, has a trimmed beard and close-cropped hair, and is wearing a light patterned T-shirt. The face of the man on the right has been blurred.

ที่มาของภาพ, VK

คำบรรยายภาพ, เยรีโอมีเชฟ ซึ่งถูกเรียกในเรือนจำว่า "เยียร์มัค" ถ่ายรูปกับเพื่อนในภาพที่ถูกโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียเมื่อปี 2020

ลีอุดมีลาได้เห็นหน้าเยียร์มัคเป็นครั้งแรกเมื่อทีมสืบสวนที่ทำงานกับบีบีซีพบภาพของเขาบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นภาพของเขาขณะที่อยู่กับภรรยาและลูกในวันพักผ่อนกับครอบครัว รวมถึงภาพขณะที่เขากำลังดื่มกับเพื่อน ๆ ซึ่งบางภาพเพิ่งถูกโพสต์เมื่อปี 2024

เขาถูกยืนยันตัวตนเป็นครั้งแรกในฐานะชายที่ชื่อว่า รุสลัน เยรีโอมีเชฟ โดยกลุ่มนักข่าวสืบสวนสอบสวนเบลลิงเคท (Bellingcat) และสตันลีสลาฟ อาเซเยฟ นักข่าวชาวยูเครนที่เคยถูกควบคุมตัวในอีโซเลียตเซีย โดยตอนนี้เยรีโอมีเชฟอายุ 46 ปีแล้ว

บัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของเขาบ่งบอกว่าเขาศึกษาด้านกฎหมายมาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโดเนตสก์

อัยการยูเครนกล่าวหาว่า เยรีโอมีเชฟก่ออาชญากรรมหลายกรณี รวมถึงการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อเชลยศึกหรือพลเรือน

ไม่ชัดเจนว่าเขายังคงทำงานที่อีโซเลียตเซียหรือไม่ แต่โพสต์ต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดียบ่งชี้ว่าเขายังอาศัยอยู่ที่แถบนั้น โดยภาพต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่าเขากำลังอยู่กับภรรยา ลูกสาว และเพื่อน ๆ โดยมีภาพเขาเคยไปพักผ่อนอยู่ในดินแดนไครเมียซึ่งถูกยึดครองด้วย

ทั้งเจเมียร์เบคและเยรีโอมีเชฟเป็นคนสัญชาติยูเครน แต่ได้หนังสือเดินทางรัสเซียมาในภายหลัง

"พวกเขามีอิสระ และพวกเขาจะไปไหนก็ได้" ลีอุดมีลาสะท้อนหลังจากที่เธอได้เห็นรูปภาพเหล่านั้น "พวกเขาพรากเวลาของผู้คนมากมายไปหลายปี"

Several women wrapped in blue and yellow Ukrainian flags. Two women are hugging the background, others are smiling. Liudmyla is looking to her right while holding the hand of a woman in a pink coat on her left.

ที่มาของภาพ, Dmytro Smolyenko / Ukrinform/Future Publishing via Getty Images

คำบรรยายภาพ, "ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันร้องไห้ไม่ออก ฉันไม่มีน้ำตาเลย" ลีอุดมีลา (คนกลาง) กล่าวถึงช่วงเวลาที่เธอได้รับการปล่อยตัวในเดือน ต.ค. 2022

ลีอุดมีลาได้รับการปล่อยตัวในการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษเมื่อปี 2022 เพื่อน ๆ มารอต้อนรับเธอกลับบ้าน "พวกเขายืนร้องไห้ แต่ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันร้องไห้ไม่ออก ฉันไม่มีน้ำตาเลย" เธอกล่าว

แม่แต่ตอนนี้ เธอบอกว่า "ความรู้สึกเหล่านี้ อารมณ์ต่าง ๆ มันยังคงฝังลึกอยู่ในตัวฉัน... บางครั้งฉันอยากจะร้องหรือกรีดร้องออกมา แต่ฉันทำไม่ได้"

เธอกลับมาอยู่กับสามีอีกครั้งและตอนนี้ทั้งคู่อาศัยอยู่ที่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เธอทำงานที่องค์กรหนึ่งที่ให้การสนับสนุนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เคยถูกคุมขัง และใช้เครือข่ายลับช่วยส่งพัสดุจากครอบครัวเข้าไปให้ผู้ที่ยังถูกจองจำ

บีบีซียังได้จัดทำแผนที่แสดงขนาดของเครือข่ายศูนย์กักกันเหล่านี้ โดยใช้ข้อมูลจากรายงานของสื่อต่าง ๆ นักสืบ และกลุ่มสิทธิมนุษยชน มาตรวจสอบเปรียบเทียบกัน

บีบีซีสามารถระบุสถานที่ได้ 93 แห่งซึ่งถูกใช้ในการควบคุมตัวพลเรือนและเชลยศึกในดินแดนยูเครนที่ถูกยึดครองระหว่างปี 2023 - 2025 ราว 1 ใน 3 สถานที่เหล่านี้ดูเหมือนเป็นสถานที่ไม่เป็นทางการที่อยู่ในอาคารหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สำนักงานภาษี ไปจนถึงโรงแรมและโรงรถ โดยเรายังระบุสถานที่ลักษณะนี้ได้อีก 102 แห่งในรัสเซีย ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงสถานที่เหล่านี้อย่างเสรี

อัยการยูเครนระบุว่า มีคนจำนวน 2,000 คนที่เคยถูกควบคุมตัวในศูนย์กักกันลักษณะนี้ นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022

หนึ่งในนั้นคือ โอเลคซี ซีวัค กะลาสีเรือวัย 42 ปี ซึ่งบอกกับบีบีซีว่า เขาเป็นหนึ่งในพลเรือนหลายร้อยคนที่ถูกจับกุมหลังจากรัสเซียเข้ายึดเมืองเคอร์ซอนทางตอนใต้ของยูเครนในปี 2022 ในปฏิบัติการที่สื่อเอียงข้างรัสเซียเรียกว่าเป็นการกวาดล้างผู้ก่อการร้าย

Portrait image of Oleksii Sivak, who has a short beard and moustache, looking to the left of the camera, wearing a light blue hoodie under a black jacket
คำบรรยายภาพ, โอเลคซีเล่าว่า มีการทรมานด้วยกระแสไฟฟ้าที่อวัยวะเพศในสถานที่คุมขังที่เขาถูกควบคุมตัวในเมืองเคอร์ซอน

โอเลคซีซึ่งทำงานบนเรือบรรทุกสินค้ากล่าวว่า ในช่วงเดือนแรก ๆ ภายใต้การยึดครอง เขาช่วยทำอาหารให้ผู้สูงอายุ รวมทั้งทำป้ายผ้าและใบปลิวต่อต้านการปรากฏตัวของรัสเซีย โดยเขาบอกว่า "ผมทำในสิ่งที่ผมทำได้ ต่อต้านเท่าที่ผมจะทำได้"

เขาเล่าว่าเขาถูกจับกุมและถูกนำตัวไปยังสถานที่คุมขังซึ่งเคยเป็นสถานีตำรวจในเคอร์ซอน

"มีการทรมานด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ" เขากล่าว "ที่อวัยวะเพศ ด้วยกระแสไฟฟ้า"

ในเดือน พ.ย. 2022 กองทัพยูเครนสามารถยึดคืนเมืองเคอร์ซอนกลับมาได้ โอเลคซีเล่าว่ากองกำลังของรัสเซียได้นำตัวผู้ถูกคุมขังบางส่วนไปด้วยขณะล่าถอย แต่เขาหลบหนีออกมาได้เพราะในรถของกองกำลังรัสเซียมีที่ไม่พอ

อัยการยูเครนระบุว่า สถานที่คุมขังในเคอร์ซอนดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของ อันเดรย์ สปีวัค ซึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในระบบเรือนจำของเมืองออมสก์ (Omsk) ในรัสเซีย

อันเดรย์ สปีวัคถูกตั้งข้อหาปฏิบัติอย่างโหดร้ายต่อประชากรที่เป็นพลเรือนและละเมิดกฎหมายสงคราม

ทีมสืบสวนที่ทำงานร่วมกับบีบีซีพบว่า เขามีอายุ 40 ปี และเกิดในภูมิภาคออมสก์ โดยภาพต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดียบ่งชี้ว่าเขาชื่นชอบการตกปลา ล่าสัตว์ และท่องเที่ยว

ภาพถ่ายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเขากลับไปอยู่ที่เมืองออมสก์ โดยเขาเข้าร่วมงานต่าง ๆ ที่จัดโดยกระทรวงมหาดไทยรัสเซีย และทีมสืบสวนที่ทำงานร่วมกับบีบีซียังพบว่าเขาได้จดทะเบียนรถยนต์เพื่อใช้ทำงานเป็นคนขับแท็กซี่ด้วย

Andrey Spivak sitting in long grass holding a beige and black dog. He is wearing a camouflage-style outdoor suit, has hair shaved closed to his head and is looking directly at the camera.

ที่มาของภาพ, OK.ru

คำบรรยายภาพ, ภาพต่าง ๆ ของสปีวัคบนโซเชียลมีเดีย อย่างเช่นภาพเมื่อปี 2014 ภาพนี้ บ่งบอกว่าเขาชอบการท่องเที่ยวและการทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกบ้าน

บีบีซีพยายามติดต่อเจเมียร์เบค, เยรีโอมีเชฟ และสปีวัค เกี่ยวกับข้อกล่าวหาต่าง ๆ ในรายงานนี้แล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับ โดยเมื่อเราถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักรเกี่ยวข้อกล่าวหาเหล่านี้ สถานทูตฯ ระบุว่ารัสเซีย "สนับสนุนการให้ความเคารพต่อกฎหมายระหว่างประเทศและหลักนิติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง" และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอาชญากรรมต่าง ๆ ในช่วงสงครามยูเครน "ได้ถูกบันทึกไว้และถูกสอบสวน"

อัยการยูเครนได้ดำเนินคดีต่อบุคคลหลายสิบคนที่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติอย่างโหดร้ายต่อชาวยูเครนในเรือนจำที่รัสเซียบริหาร มีส่วนน้อยถูกตัดสินโทษลับหลัง โดยบีบีซีทราบเพียงหนึ่งรายที่ถูกจำคุกจริง คืออดีตหัวหน้าของศูนย์กักขังอีโซเลียตเซีย ซึ่งถูกจับกุมในกรุงเคียฟเมื่อปี 2021 และถูกตัดสินจำคุก 15 ปี

สถานที่แห่งนี้ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ ตามรายงานของสำนักงานอัยการสูงสุดยูเครน

นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 สำนักงานอัยการสูงสุดยูเครนได้บันทึกคดีความรุนแรงทางเพศต่อพลเรือนมากกว่า 400 คดี ที่เกี่ยวข้องกับสงครามนี้

จนถึงขณะนี้ มีผู้ถูกตั้งข้อหา 85 คน โดย 30 คนได้รับโทษจำคุก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการตัดสินลับหลัง

ทั้งโอเลคซีและลีอุดมีลาต่างมุ่งมั่นที่จะช่วยผลักดันให้ผู้กระทำทารุณต่อผู้ถูกคุมขังต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ

"สำหรับฉัน ความยุติธรรมไม่ใช่การแก้แค้น" ลีอุดมีลากล่าว "สำหรับฉัน ความยุติธรรมคือคำตัดสินที่ระบุว่าคนเหล่านี้ได้กระทำในสิ่งที่พวกเขากระทำ โดยเจตนาและจงใจ ฉันต้องการให้พวกเขาถูกลงโทษตามกฎหมาย"