You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
นักเคลื่อนไหว "MBK 39" ยืนยันสู้คดี กรณีชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งที่สกายวอล์ก ปทุมวัน
ตำรวจ สน.ลุมพินี สกัดการจัดงานแถลงข่าว "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ด้าน ณัฏฐา มหัทธนา หนึ่งในนักกิจกรรมที่ถูกฟ้อง ยืนยันว่าจะสู้คดีและไม่รับสารภาพ ขณะที่แวดวงนักเคลื่อนไหวด้านการเมืองเปิดกิจกรรมประมูลของใช้เพื่อหาเงินประกันตัวกลุ่ม MBK39
ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (Foreign Correspondents' Club of Thailand หรือ FCCT) วันนี้ มีสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งมารอทำข่าวตั้งแต่เวลาประมาณ 9.30 น. หลังจากที่ น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา อดีตนักจัดรายการช่องว้อยซ์ทีวี ซึ่งปัจจุบันเป็นนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน ได้แจ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าจะเดินทางมา "ดื่มกาแฟ" ที่นั่น
ก่อนหน้านี้ น.ส.ณัฏฐา ได้แจ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เชิญสื่อมวลชนและผู้สนใจร่วมรับฟังการแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งถูกตั้งข้อหาจากการชุมนุมที่สกายวอล์กหน้าห้างมาบุญครอง หรือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "MBK 39" โดยตัวแทนผู้ต้องหา เครือข่ายทนายความ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นักวิชาการนิติศาสตร์ ผู้แทนองค์กรสิทธิมนุษยชน และเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ที่ FCCT อาคารมณียา
แต่หลังจากนั้น สน.ลุมพินีได้ขอให้ตัวแทน FCCT เข้าพบ เพื่อแจ้งว่าการจัดงานแถลงดังกล่าวอาจเข้าข่ายกระทบความมั่นคงของประเทศ น.ส.ณัฏฐา จึงแจ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าวันนี้ไม่มีกำหนดการแถลงข่าว แต่เธอจะมานั่งดื่มกาแฟแทน
"แวะมาดื่มกาแฟ"
สื่อมวลชนที่ยืนรอกันหน้า FCCT ต่างได้รับแจ้งจากผู้จัดการอาคารมณียาว่าขอความร่วมมือให้ทำข่าวบริเวณนอกอาคาร ผู้สื่อข่าวจึงลงไปที่บริเวณลานจอดรถของอาคาร โดยมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าดูสถานการณ์อยู่
จนกระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น. น.ส.ณัฏฐาเดินทางมาที่อาคาร โดยขับรถยนต์ส่วนตัวมา พร้อมถือมือถือทำ "ไลฟ์" บนเฟซบุ๊กส่วนตัวไปด้วย และได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่บริเวณลานจอดรถของอาคาร ก่อนที่จะขึ้นไปดื่มกาแฟที่ FCCT โดยชวนสื่อมวลชนขึ้นไปด้วย และประกาศว่าจะเลี้ยงกาแฟ
ภายใน FCCT น.ส.ณัฏฐา นั่งรวมกับสมาชิกในกลุ่ม MBK 39 บางคน ซึ่งในระหว่างนั้นสื่อมวลชนได้รุมล้อมเพื่อถ่ายภาพและสัมภาษณ์เพิ่มเติม แต่นายโจนาธาน เฮด ตัวแทน FCCT ได้ประกาศว่าทาง FCCT ได้ถูกตักเตือนมาว่าไม่ให้มีการจัดการแถลงข่าว จึงขอความร่วมมือให้ผู้สื่อข่าวไม่กระจุกตัวอยู่รวมกัน ไม่เช่นนั้น FCCT มีความเสี่ยงที่จะถูกปิด ทำให้สื่อมวลชนต้องเข้าไปสัมภาษณ์ น.ส.ณัฏฐาทีละ 1-2 สำนัก ภายใต้การสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ
ไม่รับสารภาพ
นอกจากคดีฝ่าฝืน พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ น.ส.ณัฏฐายังถูกตั้งอีก 2 ข้อหาร่วมกับบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นแกนนำรวม 9 คนคือ ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมหรือมั่วสุมการเมืองเกินกว่า 5 คนขึ้นไป และกระทำการยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116
การตั้งข้อหากับผู้ร่วมชุมนุมถูกเปรียบเทียบกับกรณีผู้ร่วมชุมนุมหน้ากระทรวงกลาโหม ที่ชูป้ายแสดงการสนับสนุนและเป็นกำลังใจต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อวานนี้มีหนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมรับสารภาพ ทำให้ศาลแขวงดุสิตลดโทษเหลือกึ่งหนึ่ง ปรับเป็นเงิน 3,000 บาท
น.ส.ณัฏฐากล่าวต่อกรณีนี้ว่า เธอจะไม่รับสารภาพแน่นอน เนื่องจากมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่คนที่เหลือจะรับสารภาพหรือไม่คงจะหารือกับทนายความอีกครั้งหนึ่ง
เธอกล่าวว่า การชุมนุมบนสกายวอล์ก ลักษณะและเนื้อหาการชุมนุมเป็นการชุมนุมที่ชอบด้วยกฎหมาย และชอบด้วยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เป็นการชุมนุมที่สงบ สันติ ใช้แค่โทรโข่งพูดจากัน และเกิดขึ้นภายในเวลา 2-3 ชั่วโมง และปราศจากอาวุธ
อีกทั้งประเด็นที่พูดถึงทั้ง 4 ประเด็นเป็นประเด็นที่ไม่เป็นภัยต่อสังคม เป็นการเรียกร้องการเลือกตั้ง, เรียกร้องการหยุดสืบทอดอำนาจเผด็จการ, เรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตรลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และเรียกร้องการหยุดการละเมิดสิทธิมนุษยชน
"เพราะฉะนั้น 4 ข้อ ไม่มีข้อไหนเป็นภัยต่อความมั่นคง" เธอกล่าว
ยืนยันการรายงานตัว
น.ส.ณัฏฐา ยืนยันว่าจะรายงานตัวในวันพฤหัสบดีนี้ ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 โดยเธอเชื่อว่าศาลไม่น่าจะอนุมัติให้ฝากขัง แต่ก็ต้องเตรียมพร้อม สำหรับเงินประกันต้องใช้ 200,000 บาท สำหรับ 9 คน และ 60,000 บาท สำหรับ 30 คน โดยตัวเธอมีเงินค่าประกันตัวแล้วมาจากการยืมคนอื่น
"การที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวผ่านสื่อว่าจะสั่งให้ขอฝากขังพวกเราและคัดค้านการประกันตัว เป็นข้อกังวลสำหรับ MBK 39" เธอกล่าว
น.ส.ณัฏฐายังยืนยันที่จะชุมนุมในวันเสาร์นี้ โดยถ้าเกิดขึ้น ก็จะเป็นการชุมนุมที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเช่นกัน
"จะเป็นการชุมนุมโดยสันติ ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง และทีมงานของน้องๆ แกนนำเตรียมทำหนังสือแจ้งความประสงค์ที่จะชุมนุม" เธอกล่าว
นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย ซึ่งได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การเหวี่ยงแหใช้กฎหมายตามอำเภอใจเล่นงานคนที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองด้วยข้อหา ม.116 หรือชุมนุมผิดกฎหมายสะท้อนว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติไม่ต้องการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพ
"ยิ่งใกล้ถึงกำหนดวันนัดชุมนุมใหญ่ 10 กุมภาพันธ์ ก็ดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะยิ่งเร่งยกระดับการคุกคาม และสร้างความหวาดกลัว" เขากล่าว "คำสัญญาของ พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งไม่ได้ช่วยคลี่คลายอำนาจเผด็จการแต่อย่างใด ตรงกันข้าม การกดขี่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพกลับยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด"
แคมเปญ "ประมูล ประกัน MBK39"
เพจ Redfam Fund ในเฟซบุ๊กได้จัดให้มีรายการประมูลสิ่งของเพื่อระดมทุนสำหรับเงินประกันตัวของคนที่โดนตั้งข้อหาทั้ง 39 คน โดยใช้สิ่งของที่มีผู้บริจาคมาหลากหลาย อย่างเช่น นาฬิกา, หนังสือหายาก, เสื้อ, กระเป๋า, ภาพวาด ฯ
ส่วนเพจเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ซึ่งใกล้ชิดกับ Redfam Fund และเป็นผู้ริเริ่มการระดมทุนโดยการบริจาคภายใต้โครงการ "กองทุนประกันตัว #MBK39 ผิดเพราะอยากเลือกตั้ง? ซึ่งเมื่อวันที่ 6 กพ. เวลา 10.24 เพจรายงานว่าได้เงินทั้งหมด 438,711 บาทแล้ว