ยื่น 3 แสนรายชื่อเสนอ สนช.ทบทวนร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, เครือข่ายพลเมืองเน็ต, แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล, สนช.
คำบรรยายภาพ, เครือข่ายพลเมืองเน็ตและแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมรณรงค์โครงการ "หยุด Single Gateway หยุดกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคล" ตั้งแต่ปี 2558
Published

เครือข่ายพลเมืองเน็ตและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย (เอไอ) ยื่นรายชื่อประชาชนกว่า 300,000 รายชื่อ ต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้ (15 ธ.ค.) เพื่อขอให้ สนช.ทบทวนและแก้ไขเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับแก้ไข

รายชื่อดังกล่าวเป็นการรวบรวมผ่านเว็บไซต์ change ซึ่งเครือข่ายพลเมืองเน็ตและเอไอร่วมรณรงค์กันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 ผ่านทางโครงการ "หยุด Single Gateway หยุดกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคล"

พันตำรวจเอกอุทัย กวินเดชาธร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ คอยดูแลรักษาสงบเรียบร้อยโดยรอบอาคารรัฐสภา เนื่องจากได้รับรายงานว่ามีกลุ่มมวลชนเตรียมเคลื่อนไหวคัดค้านการพิจารณาร่าง พรบ.คอมพิวเตอร์ แต่ตัวแทนเครือข่ายพลเมืองเน็ตและเอไอที่เดินทางเข้ายื่นหนังสือที่รัฐสภาในวันนี้มีเพียง 7 คนเท่านั้น และนางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าวแทนประธาน สนช.

ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, เครือข่ายพลเมืองเน็ต, แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล, สนช.
คำบรรยายภาพ, ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ตเปิดเผยว่ายังมีผู้ร่วมลงชื่อให้ทบทวนร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ผ่านทางเว็บไซต์ change เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ก่อนหน้านี้ สนช.ได้บรรจุวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในวันนี้ แต่ล่าสุดได้มีการเสนอเลื่อนวาระการพิจารณาเป็นวันพรุ่งนี้แทน (16ธ.ค.) เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายอย่างเต็มที่ รวมถึงให้กรรมาธิการชี้แจงเนื้อหาที่ปรับแก้ไขให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน โดยเชื่อว่าการพิจารณาในวาระ 2-3 จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เนื่องจากเป็นการปรับแก้กฎหมายเดิม ไม่ได้เขียนหลักการขึ้นมาใหม่ และไม่ได้มีเนื้อหาปิดกั้นหรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งยังมีเนื้อหาแตกต่าง จากร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

ด้านนายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่ารายชื่อที่นำมายื่นต่อ สนช.ในวันนี้มีจำนวน 300,000 รายชื่อซึ่งรวบรวมล่าสุดเมื่อวานนี้ (14 ธ.ค.) แต่การรณรงค์ทางเว็บไซต์ change ยังดำเนินต่อไป และมีผู้ร่วมลงชื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเมื่อเวลา 12:40 น.วันนี้ มีผู้ร่วมลงชื่อทั้งหมด 324,021 คน

ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ตระบุว่า สนช.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์วาระที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะเป็นการพิจารณารายมาตรา จึงคาดหวังว่า สนช.จะทบทวนเนื้อหาตามที่ประชาชนเสนอประเด็นไป แต่หาก สนช.ยืนยันผ่านร่างกฎหมายนี้ ก็จะต้องติดตามต่อไป และขอให้รัฐบาลถัดไปแก้ไขเนื้อหาให้เหมาะสม

ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, เครือข่ายพลเมืองเน็ต, แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล, สนช.
คำบรรยายภาพ, นางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้รับรายชื่อและข้อเสนอทบทวนร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จากตัวแทนเครือข่ายพลเมืองเน็ตและเอไอ

เนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่เครือข่ายพลเมืองเน็ตเสนอให้ทบทวนมีหลายประเด็น แต่มาตราที่น่ากังวลมากที่สุด ได้แก่ มาตรา 14 (1) ซึ่งใกล้เคียงกับเนื้อหาใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยที่ผ่านมามักจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟ้องหมิ่นประมาท และมาตรา 20 (3) ซึ่งนายอาทิตย์ระบุว่าอาจส่งผลกระทบมากที่สุดต่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วไป เพราะมีการเพิ่มเติมเนื้อหาความผิดที่เข้าข่ายการเผยแพร่ "ข้อมูลบิดเบือน" นอกเหนือไปจาก "ข้อมูลเท็จ" ที่ระบุไว้แต่เดิม ถือเป็นคำที่มีความหมายกว้าง อาจนำไปสู่การตีความที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น

นายอาทิตย์ยกตัวอย่างกรณีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่วิพากษ์วิจารณ์ สินค้า บริการ หรือธุรกิจต่าง ๆ ผ่านสื่อออนไลน์ แม้จะเป็นการติชมโดยสุจริตก็อาจจะถูกฟ้องร้องได้ง่ายขึ้น

ส่วนแถลงการณ์ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่าหากร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับนี้ผ่านการพิจารณา อาจเปิดช่องให้เกิดการตีความและสามารถถูกนำไปบังคับใช้ในทางละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้ โดยเฉพาะสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งผิดไปจากเจตนารมณ์ที่แท้จริงของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่มุ่งเน้นคุ้มครองความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ โดยองค์กรเห็นว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทไม่ควรถูกบรรจุในมาตรา 14, ผู้ให้บริการไม่ควรได้รับโทษเท่าผู้กระทำผิดในกรณีที่ไม่ได้ร่วมกระทำความผิด และเงื่อนไขการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ที่กว้างเกินไปตามมาตรา 18, 19 และ 20