You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ย้อนรอยแผนลอบสังหารลวงโลกของยูเครน
ข่าวเรื่องการลอบสังหาร อาร์เคดี บับเชนโก นักข่าวผู้วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียอย่างแหลมคม เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2018 ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเทศ แต่หลังจากนั้นโลกก็ต้องตกตะลึงเมื่อเขาปรากฎตัวในงานแถลงข่าวที่จัดโดยรัฐบาลยูเครน และบอกว่าเป็นเพียงการจัดฉากเท่านั้น
การลอบสังหารจอมปลอมนี้ถูกวางแผนโดยหน่วยงานความมั่นคงของยูเครน ที่บอกว่าทำขึ้นเพื่อเปิดโปงแผนลอบสังหารคนอีกหลายสิบคน โดยที่หน่วยงานนี้เชื่อว่าผู้บงการคือรัสเซีย
โจนาห์ ฟิชเชอร์ นักข่าวบีบีซีที่ประจำอยู่ในกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน สืบสวนเรื่องราวนี้และนำมาเผยว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวพันกับแผนสังหารจอมปลอมนี้
มือปืน
"ผมคือมือสังหารอาร์เคดี บับเชนโก" ซิมบาเลียกแนะนำตัวพร้อมเสียงหัวเราะ
"เขาบอกผมว่ามีแผนลอบสังหาร และมีคนอยากจะจ่ายเงินเพื่อให้แผนดำเนินไปได้" ซิมบาเลียกเล่าถึงตอนที่ได้รับการว่าจ้าง และบอกว่า"ผมก็ตกลงอยู่แล้ว เพราะถ้าคุณไม่ตกลงกับข้อเสนอแบบนี้ อาจแปลว่าคุณจะต้องตายเอง"
ซิมบาเลียกยิ้มกว้าง เขาดูอารมณ์ดีและไม่เหมือนคนที่จะมาพัวพันเรื่องการวางแผนลอบสังหารจอมปลอมที่ทำให้ทั้งโลกต้องตกตะลึงนี้เลย
ปลายเดือนพฤษภาคม 2018 ข่าวเรื่องการลอบสังหารนักข่าวรัสเซีย อาร์เคดี บับเชนโก ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วโลก ภาพที่บับเชนโกนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดในอพาร์ทเมนท์ของเขาในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนนั้นทำให้เกิดความเข้าใจไปในทำนองที่ว่าอาจเป็นฝีมือของรัสเซียอีกแล้วหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการวางยาพิษอดีตสายลับรัสเซียพร้อมกับลูกสาวในลอนดอนมาแล้ว และก็มีหลายประเทศเรื่องนี้ไปหยิบยกเป็นประเด็นพูดคุยในคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติด้วย
แต่ 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น อาร์เคดี บับเชนโกก็ปรากฎตัวในการแถลงข่าว เขาขอโทษต่อสื่อมวลชนและภรรยาของเขา ที่ต้อง "แกล้งตาย"
จากนั้นเรื่องราวก็เผยออกมาว่าการลอบสังหารครั้งนี้เป็นฝีมือของหน่วยงานความมั่นคงของยูเครน ที่เรียกย่อๆว่า เอสบียู โดยบอกว่าการจัดฉากเป็นความพยายามที่จะเปิดโปงบทบาทของรัสเซียในการลอบสังหารทางการเมืองหลายครั้ง
หากว่ามือปืนไม่ใช่โอเลกซี ซิมบาเลียก บับเชนโกก็น่าจะต้องตายไปจริง ๆ แล้ว
แต่เขาเป็นใครกันแน่ถึงได้มารับบทมือปืนในแผนลอบสังหารลวงโลก ในเฟซบุ๊กของเขามีภาพเขาสมัยครั้งยังบวชเป็นพระในศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ นอกจากนั้นก็มีภาพเขาใส่ชุดพราง มีปืนอยู่ในมือ ซึ่งเป็นตอนที่เขาเป็นอาสาสมัครสู้รบในเขตยูเครนตะวันออก เพื่อสนับสนุนกองทัพรัฐบาลยูเครนในการรบกับพวกกบฎ ที่หนุนหลังโดยรัฐบาลรัสเซีย และสงครามในยูเครนตะวันออกนี้ดำเนินติดต่อกันมาสี่ปีแล้ว
เมื่อต้นเดือนเมษายน 2018 ซิมบาเลียกได้รับการติดต่อจากคนที่เขารู้จักในยูเครนตะวันออก ชื่อว่า บอรีส เฮอร์แมน ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธ
"ผมได้รับการติดต่อจากบอรีสให้ฆ่าคน ส่วนใหญ่เป็นคนรัสเซีย"
"เขาบอกว่าผมว่าคนเหล่านั้นทำงานต่อต้านยูเครน พวกนั้นเป็นศัตรูของเรา ควรจะถูกกำจัด และมีคนจำนวนหนึ่งที่ลงขันกันให้งานสำเร็จ"
"แน่นอน ผมตอบตกลง" ซิมบาเลียกยักไหล่ แล้วอธิบายว่าบอรีสเลือกเขาเพราะเห็นว่าเขาน่าจะปั่นหัวได้ง่าย และไม่นานข้อมูลของเป้าหมายแรกก็ถูกส่งมา แต่ก่อนหน้านั้นซิมบาเลียกได้ติดต่อเอสบียู หน่วยงานความมั่นคงของยูเครนไว้แล้ว
วาซีล ฮรีทซัก หัวหน้าของเอสบียูกล่าวว่า "เมื่อเราได้ข้อมูล เราก็เริ่มวางแผน... เราบอกเขาว่าควรจะต้องทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้ และควรต้องทำอย่างไรเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแผนสังหาร"
ซิมบาเลียกต้องบันทึกทุกเรื่องขณะที่ติดต่อกับบอรีส เฮอร์แมน "ผมเรียกเงิน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และบอรีส เฮอร์แมนบอกว่าเขาจะเรียกเพิ่มอีก 10,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับค่าเบียร์ของเขา" ซิมบาเลียกเล่าพร้อมรอยยิ้ม
เงินจำนวนแรกถูกนำส่งในรถนอกห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งซิมบาเลียกบันทึกภาพการพบครั้งนี้ด้วยกล้องที่ซ่อนไว้
เมื่อมีการจ่ายเงินครั้งแรก เอสบียูก็ตัดสินใจติดต่อบับเชนโก และก็เริ่มวางแผนแสดงละครเรื่องการลอบสังหาร
"เราได้ข้อมูลว่ามีหลายกลุ่มที่เคลื่อนไหวเช่นนี้ในยูเครน และการฆ่า(บับเชนโก)เป็นเพียงการนำร่องแผนการลอบสังหารเป้าหมายอีกหลายคน" หัวหน้าหน่วยข่าวกรองยูเครนกล่าว
"มีเพียงการวางแผนเช่นนี้จะทำให้เราได้รายชื่อเป้าหมายทั้งหมด" ฮรีทซักยืนยันความสำคัญของแผนการ"เราจะต้องรู้ว่ามีใครเกี่ยวพันและสั่งการอาชญากรรมร้ายแรงเช่นนี้"
เป้าหมาย
อาร์เคดี บับเชนโกเป็นใครแล้วทำไมจึงมีคนหมายหัวเขา นี่น่าจะเป็นคำถามสำคัญสำหรับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
บับเชนโกเกิดในรัสเซีย เขาถูกเกณฑ์เข้าร่วมกองทัพรัสเซียและหลังจากนั้นก็ถูกส่งไปรบในเชเชน จากนั้นก็ผันตัวเองเป็นนักข่าวสงครามในจอร์เจีย และยูเครน
เขามีโอกาสได้เห็นรัสเซียเข้าไปแทรกแซงในยูเครนตะวันออกด้วยตาตนเอง รวมทั้งกรณีผนวกไครเมียที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้เขาเริ่มรายงานข่าวรวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินอย่างแหลมคมตลอดเวลา
"เขา (ปูติน) คือผู้บุกรุก" บับเชนโกกล่าว
"เป็นเผด็จการที่อยู่ในโลกของตัวเองโดยสิ้นเชิง เขาอยากจะเป็นเหมือนนโปเลียน พยายามรวบรวมดินแดนรัสเซีย"
ในช่วงต้นปี 2017 บับเชนโกมีศัตรูมากมายและได้รับการข่มขู่เอาชีวิตด้วย เนื่องจากมุมมองของเขาในการรายงานข่าวรวมทั้งสิ่งที่เขาเขียนในโซเชียล มีเดีย จนทำให้เขาต้องพาครอบครัวหนีมาจากรัสเซียไปอยู่ที่สาธารณรัฐเช็กก่อน จากนั้นก็ย้ายไปอิสราเอล และในที่สุดก็มาที่ยูเครน
บับเชนโกเป็นผู้ที่เรียกร้องให้คว่ำบาตรต่อรัสเซีย รวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพด้วย เขาบอกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเจรจาใด ๆ กับ "รัฐก่อการร้ายของปูติน"
โอลกา บับเชนโก
ต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากประชุมกับเอสบียูแล้ว บับเชนโกก็กลับบ้านไปหาโอลกา ภรรยาของเขา เขาเล่าเรื่องทุกอย่างให้ภรรยาฟัง
"ฉันอยากจะหนีไป ไปซ่อนตัว เอาทั้งสามีและลูกหนีไป แต่ไม่รู้จะไปที่ไหน อาจจะเป็นเกาะห่างไกลสักแห่งหนึ่ง" ภรรยาบับเชนโกเล่าให้นักข่าวบีบีซีฟัง "ฉันถามเขาว่าแล้วเราจะต้องทำอย่างไร อาร์เคดีตอบฉันว่าเขาตัดสินใจแล้วว่า เราจะต้องจับพวกสัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้ให้ได้"
จากนั้น บับเชนโกถูกบังคับให้เก็บตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยูเครนเตรียมแผนลอบสังหารนี้ขึ้น บับเชนโกต้องกระจายข่าวออกไปว่าเขาเจ็บขาเพื่อดูสมจริงว่าทำไมเขาต้องอยู่แต่ในอพาร์ทเมน์ตลอดเวลา
วันที่ 29 พฤษภาคม คำสั่งก็ออกมาว่าให้เดินหน้าปฏิบัติการทุกอย่างไปได้
วันจัดฉาก
ซิมบาเลียกเล่าว่า วันนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรพิเศษ "ผมกินซุปเสร็จ เรียกแท็กซีออกไปเพื่อยิงบับเชนโก"
บับเชนโกเล่าว่าเขาถูกแต่งหน้าให้เหมือนกับคนเสียเลือดไปมาก แล้วก็ต้องอมเลือดหมูไว้ในปาก จากนั้นก็แกล้งทำเป็นโดนยิง ล้มลงแล้วก็ไอเพื่อให้เลือดพุ่งออกมาจากปาก ทีมแต่งหน้าเอาลิ่มเลือดหมูมาแปะที่จมูกเขาพร้อมคำขอโทษว่าจำเป็นต้องทำ ซึ่งเขาก็บอกว่าตามสบาย "หน้าที่ของคุณ ส่วนหน้าที่ผมก็นอนตรงนี้"
ส่วนโอลกาก็ต้องเล่นให้สมบทบาทเมียผู้ตกใจและโศกเศร้า "เวลานั้นฉันก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้ดูสมจริงเป็นธรรมชาติมากที่สุด"
ในขณะที่ซิมบาเลียกบอกว่า "ผมเห็นอะไรเมื่อเปิดประตูเหรอ ผมเห็นชายนอนจมกองเลือดอยู่ ทุกอย่างดูเหมือนจริงมาก ช่างแต่งหน้าทำได้ดีมาก" แล้วเขาก็อวยพรให้บับเชนโกที่นอนจมกองเลือดมีสุขภาพดี ซึ่งบับเชนโกก็ตอบมาว่า "อย่าทำให้ผมหัวเราะ เพราะผมถูกยิงตายแล้ว มันจะทำให้เลือดที่แห้งแล้วแตกเป็นรอย"
ซิมบาเลียกออกไปจากอพาร์ทเมนท์ โอลกาเรียกตำรวจและรถพยาบาล ร่างของบับเชนโกถูกนำออกไปจาก "ที่เกิดเหตุ"
รายชื่อในแผนลอบสังหาร
มีใครอีกบ้างในแผนลอบสังหารนั้น วาซีล ฮรีตซัก หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงยูเครน บอกว่าในแผนนั้นมีเป้าหมายอยู่ 47 ราย เป็นทั้ง นักข่าว, นักเคลื่อนไหวทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งรายชื่อพลเมืองของรัสเซียเองด้วย
"เรายังได้ข้อมูลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของหน่วยเฉพาะกิจของรัสเซียในเขตแดนของเรา" หัวหน้าหน่วยความมั่นคงของยูเครนกล่าว
เอสบียูกล่าวว่ารายชื่อดังกล่าวได้มาจากโทรศัพท์ของบอรีส เฮอร์แมน ผู้ที่ถูกจับหนึ่งวันหลังมีการจัดฉากการลอบสังหาร ซึ่งทางเอสบียูก็บอกด้วยว่ารายชื่อเหล่านี้เพิ่งถูกส่งให้เขาจากคนที่อยู่ในรัสเซีย ภายหลังข่าวการตายของบับเชนโกแพร่ออกไป
คนแรกที่อยู่ในรายชื่อสังหารก็คือ ไอเดอร์ มุซห์ดาเบฟ ซึ่งเป็นนายของบับเชนโก ที่ให้งานแก่เขาในสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งในยูเครน มุซห์ดาเบฟก็ต้องเข้ารับการคุ้มครองจากรัฐทันทีที่ได้รับทราบรายงานนี้
อย่างไรก็ตาม มีคนที่อยู่ในรายชื่อหลายคนหาว่ารัฐบาลยูเครนปลอมรายชื่อขึ้นมาเพื่อบังคับให้พวกเขาต้องร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล
หนึ่งในนั้นก็คือ โซเนีย คอชกิน เธอเชื่อว่ารายชื่อลอบสังหารก็ปลอมเช่นกัน เพราะว่าเธอไม่มีส่วนสัมพันธ์ใด ๆ กับรัสเซียแม้แต่น้อย นอกจากนี้เธอก็เชื่อว่าคนอีก 16 คนที่อยู่ในรายชื่อก็ไม่มีสายสัมพันธ์กับรัสเซียใด ๆ ทั้งสิ้นและถูกเพิ่มรายชื่อเข้าไปเพราะรัฐบาลอยากจะให้พวกเขากลัว
"เป้าหมายหลักก็คือการทำให้กลัว เพราะเมื่อเวลาเรากลัว เราจะเปลี่ยนพฤติกรรม" คอชกินกล่าว "เมื่อหวาดระแวง ก็จะไม่คิดว่าจะไปสัมภาษณ์ใคร จะเขียนความคิดเห็นอะไรลงในเฟซบุ๊ก ก็คิดแต่ว่าจะทำยังไงถึงจะรอดจากการปองร้าย ทำอย่างไรก็จะปลอดภัย"
"ฉันคิดว่าเรื่องนี้จะไม่ได้ผลอะไรออกมา มันก็แค่การทำให้คนกลัวเท่านั้น" เธอกล่าว
อย่างไรก็ตามทางเอสบียูยืนยันว่ารายชื่อดังกล่าวเป็นของจริง
ปฏิกริยาของรัสเซีย
ทางฝ่ายยูเครนบอกว่าหน่วยงานข่าวกรองของรัสเซียเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยผ่านชายที่ชื่อ ไวยาเชสลาฟ ไพโววาร์นิก ซึ่งเป็นชาวยูเครนแต่กำเนิด ตอนนี้อาศัยอยู่ในรัสเซีย ซึ่งหน่วยงานข่าวกรองของยูเครนบอกว่าเขานี่แหละเป็นผู้เล่นสำคัญ เป็นทั้งผู้ส่งผ่านคำสั่ง ทำรายชื่อสังหาร รวมทั้งให้เงินแก่บอรีส เฮอร์แมน
มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า ทางการรัสเซียไม่ได้เกี่ยวกับกรณีของอาร์เคดี บับเชโกแม้แต่น้อย "เขาเป็นอิสระในโลกเสรี เขาจะทำอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ"
นอกจากนี้เธอยังกล่าวอีกว่า ต่อไปนี้จะไม่มีใครเชื่อถือรัฐบาลยูเครนอีกต่อไปจากสิ่งที่รัฐบาลยูเครนในครั้งนี้
บทสุดท้าย
สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหารจอมปลอมนี้ ชีวิตของพวกเขาเปลียนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
ซิมบาเลียก มือปืนบอกว่าเขาวางแผนจะเขียนหนังสือเพื่อเล่าเบื้องหลังการจัดฉาก และยังบอกอีกว่า "สงครามในประเทศเรายังไม่ยุติ ผมจะไม่ไปทำอย่างอื่น ผมจะกลับไปสู่สงคราม เพื่อจะมีชีวิตอยู่ เพื่อทำงาน เพื่อรบ"
สำหรับอาร์เคดี และโอลกา บับเชนโก ยูเครนไม่ใช่ที่ปลอดภัยต่อไปอีกแล้ว
"ฉันเป็นกังวลมาก" โอลกาบอก "ฉันไม่รู้สึกปลอดภัย แม้ตอนนี้เราจะอยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่ฉันไม่รู้สึกว่าจะปลอดภัยเลย วันหนึ่งเราคงจะต้องออกไปที่อื่น ๆ ที่เราไม่ได้รับการคุ้มครอง และมันต้องเกิดขึ้น แต่ตอนนี้เราก็ยังมองไม่เห็น"
ส่วนตัวอาร์เคดี บับเชนโกเองเขาก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเป็นนักข่าว จึงถูกโจมตีเรื่องจรรยาบรรณและจริยธรรมอย่างมาก แต่เขาก็ยืนยันว่าถ้าเขาปฏิเสธไม่ทำเรื่องนี้ "จะต้องมีคนตาย และพวกเครือข่ายจ้างวานก็จะไม่ถูกเปิดโปงออกมา"