โดนัลด์ ทรัมป์-สี จิ้นผิง หารือรอบสุดท้าย มีประเด็นสำคัญอะไรบ้าง ?

ภาพหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์จีนเช้าวันที่ 15 พ.ค.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ภาพหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์จีนเช้าวันที่ 15 พ.ค.
Published
เวลาอ่าน: 6 นาที

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน มีกำหนดดื่มชาและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ จะเดินทางกลับประเทศในวันนี้ (15 พ.ค.)

"หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสัมพันธ์ของเรากับจีนจะแข็งแกร่งขึ้นและดีขึ้นกว่าที่เคย" ทรัมป์โพสต์ทรูธโซเชียลช่วงเช้าตรู่

เวลา 10.10 น. ตามเวลาไทย ทรัมป์และสีกำลังพบปะกันที่จงหนานไห่ สถานที่พักอาศัยและที่ทำงานอันหรูหราของคณะผู้นำจีน

การพบกันครั้งนี้มีเป้าหมายบรรเทาผลกระทบจากสงครามทางการค้าอันเปราะบางที่ 2 ผู้นำทำกันไว้เมื่อเดือน ต.ค. 2025 ให้คงอยู่

มีการคาดการณ์ว่า ทรัมป์จะขอให้จีนช่วยโน้มน้าวอิหร่านยอมทำข้อตกลงยุติสงครามกับสหรัฐฯ หลังประเด็นที่เกิดขึ้นจากผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันในประเทศไม่พอใจอย่างหนัก

ด้าน อแมนด้า เซียว ผู้อำนวยการประจำประเทศจีนของยูเรเซีย กรุ๊ป (Eurasia Group) กล่าวว่า "สิ่งที่น่าจับตามองคือการพบปะพูดคุยแบบตัวต่อตัวระหว่างผู้นำทั้งสอง ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับประธานาธิบดีสี ในการกดดันประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน"

ประธานาธิบดีทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี ขณะเดินชมทำเนียบผู้นำ จงหนานไห่ ในกรุงปักกิ่ง เมื่อ15 พ.ค.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี ขณะเดินชม จงหนานไห่ ซึ่งเป็นเขตที่ทำการผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในกรุงปักกิ่ง เมื่อ15 พ.ค.

การพบกันในวันแรก (14 พ.ค.) ทำเนียบขาวสรุปว่า ผู้นำทั้งสองต่างต้องการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และดูเหมือนว่าประธานาธิบดีสีจะสนใจซื้อน้ำมันอเมริกันเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง

ขณะที่สื่อของรัฐบาลจีนรายงานโดยอ้างคำกล่าวของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนว่า ระหว่างการพบปะกันเมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ทรัมป์และสี "ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้งในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทั้ง 2 ประเทศและโลก และบรรลุข้อตกลงร่วมกันใหม่หลายประการ"

พวกเขาไม่ได้ลงรายละเอียดในหัวข้อเฉพาะเจาะจง แต่กล่าวเสริมว่าประธานาธิบดีทั้งสองได้ "บรรลุข้อตกลงที่สำคัญเกี่ยวกับการจัดการข้อกังวลของกันและกันอย่างเหมาะสม" และตกลงที่จะเพิ่มความร่วมมือในประเด็นระดับโลกและระดับภูมิภาค

ทรัมป์-สี คุยอะไรกัน

ในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ ทรัมป์ได้เปิดเผยรายละเอียดในการพูดคุยกับสี จิ้นผิง หลายประเด็น ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  • ทรัมป์ระบุว่า สี จิ้นผิง ให้คำมั่นว่าจีนจะระงับการจัดส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารให้แก่อิหร่าน

"เขากล่าวว่าเขาจะไม่มอบยุทโธปกรณ์ทางทหาร นั่นเป็นการประกาศครั้งสำคัญ... แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็บอกว่าพวกเขาซื้อน้ำมันจากที่นั่นเป็นจำนวนมาก และพวกเขาอยากจะทำเช่นนั้นต่อไป" ทรัมป์กล่าว

  • ทรัมป์ระบุว่า จีนต้องการจะเห็นช่องแคบฮอร์มุซเปิดอีกครั้ง และคัดค้านการเรียกเก็บค่าผ่านทางสำหรับการสัญจรผ่านช่องแคบแห่งนี้ นอกจากนี้สีได้เสนอความช่วยเหลือในการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

"ใครก็ตามที่ซื้อน้ำมันมากขนาดนั้น ย่อมต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างกับพวกเขาอย่างแน่นอน แต่เขากล่าวว่า 'ผมยินดีที่จะช่วยเหลือ หากผมสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง' เขาอยากเห็นช่องแคบฮอร์มุซเปิด" ทรัมป์กล่าว

  • ทรัมป์ระบุว่า จีนตกลงที่จะซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ "เราจะเริ่มส่งเรือจีนไปยังรัฐเท็กซัส ลุยเซียนา และอะแลสกา" เขากล่าวและว่า "สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการจริง ๆ คือพลังงาน เรามีพลังงานไม่จำกัด"
  • ทรัมป์ระบุถึงการเจรจาด้านการค้าซึ่งเป็นไปด้วย "ดีกว่าครั้งที่แล้ว" และเสริมว่า "มีขนาดใหญ่กว่ามาก" หากเทียบกับข้อตกลง 36 ฉบับที่ลงนามครั้งที่แล้ว (ในคราวเยือนจีนเมื่อปี 2017) โดยจีน "จะซื้อสินค้าเกษตรของเราจำนวนมาก" เช่น ถั่วเหลือง
  • ทรัมป์ระบุว่า สีตกลงที่จะสั่งเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ โดยอธิบายว่าการซื้อครั้งนี้เป็น "พันธสัญญา"

"เครื่องบินขนาดใหญ่ 200 ลำ นั่นหมายถึงงานจำนวนมาก" เขากล่าวและว่า "โบอิ้งต้องการ 150 ลำ แต่ได้มา 200 ลำ"

  • ทรัมป์กล่าวถึงสีว่า เป็น "คนฉลาดมาก" และบอกว่าพวกเขามี "ความสัมพันธ์ที่ดี"

"เขาต้องให้เกียรติใครสักคน เขาไม่ใช่คนเล่น ๆ" ทรัมป์กล่าว "เขาสนใจแต่เรื่องจีน"

จีนจะ "ซื้อ ซื้อ ซื้อ"

ลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวประจำประเทศจีน บีบีซีนิวส์ วิเคราะห์คำกล่าวของทรัมป์ที่พูดกับฟอกซ์นิวส์เรื่องการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ กับจีน และการลดการขาดดุลการค้าดังกล่าวเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการเดินทางเยือนจีนในครั้งนี้

เพื่อให้ได้ชัยชนะกลับบ้าน ทรัมป์ต้องการให้จีนซื้อสินค้าอเมริกันมากขึ้น

เป็นไปได้ว่าสี จิ้นผิง จะให้คำมั่นว่าจะซื้อถั่วเหลืองและเนื้อวัวจากสหรัฐฯ รวมถึงสินค้าเกษตรอื่น ๆ จากสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรในพื้นที่สนับสนุนทรัมป์มีความสุขขึ้นเล็กน้อย

"ผมคิดว่าจีนจะซื้อ ซื้อ ซื้อ" ต้า เหว่ย ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยชิงหัวกล่าวและว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถใช้เรื่องนี้มาพูดว่า ดูสิ ผมประสบความสำเร็จมากมาย"

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสิ่งที่จีนต้องการอาจสร้างความยุ่งยากให้กับทรัมป์ นั่นคือ จีนต้องการเข้าถึงชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูงจากสหรัฐฯ มากขึ้น

จีนกำลังเร่งสร้างหุ่นยนต์และพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากขึ้น และระบบ AI ชั้นนำส่วนใหญ่ของโลกยังคงพึ่งพาเซมิคอนดักเตอร์จากบริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างเอ็นวีเดีย (Nvidia)

การขายชิปของเอ็นวีเดียให้กับประเทศจีนถูกจำกัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และสี จิ้นผิง ต้องการให้ยกเลิกข้อจำกัดเหล่านั้นทั้งหมด

นโยบายสหรัฐฯ ต่อไต้หวันไม่เปลี่ยน

การพบกันในวันแรกของ 2 ผู้นำเป็นไปอย่างชื่นมื่น แต่สีได้ยกเรื่องไต้หวันมาคุยด้วยน้ำเสียงตรงไปตรงมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องเหนือการคาดหมาย ส่วนเรื่องอื่น ๆ บรรยากาศผ่อนคลายและเป็นมิตร

ในวันแรก (14 พ.ค.) การประชุมวงปิดระหว่างสีกับทรัมป์ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

ไต้หวัน ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งจีนไปเพียง 80 กิโลเมตร เป็นประเด็นร้อนระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมานาน รัฐบาลจีนไม่เคยปฏิเสธการใช้กำลังทหารเข้าควบคุมเกาะแห่งนี้ ส่วนสหรัฐฯ ก็มีกฎหมายจัดหาเครื่องมือให้ไต้หวันป้องกันตนเอง

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งร่วมคณะมาเยือนจีนด้วย กล่าวกับเอ็นบีซีนิวส์ว่า เรื่องไต้หวันได้ถูกนำมาหารือ "จีนยกเรื่องนี้มาพูดเสมอ เราก็บอกชัดถึงจุดยืนของเราเสมอ แล้วเราก็ไปพูดเรื่องอื่น"

"นโยบายสหรัฐฯ ในประเด็นไต้หวันถึงวันนี้ไม่เปลี่ยนแปลง" รูบิโอย้ำ

ทรัมป์และสี จิ้นผิง จับมือกันหลังจากกล่าวสุนทรพจน์เสร็จเมื่อค่ำ 14 พ.ค.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรัมป์และสี จิ้นผิง จับมือกันหลังจากกล่าวสุนทรพจน์เสร็จเมื่อค่ำ 14 พ.ค.

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบรัฐพิธี (14 พ.ค.) สีเรียกความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ว่า เป็นความสัมพันธ์ทวิภาคีที่สำคัญที่สุดในโลก

เขากล่าวเสริมว่า ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ที่ดีของประชากร 1.7 พันล้านคนใน 2 ประเทศนี้ และผลประโยชน์ของประชากรโลกกว่า 8 พันล้านคน

ประธานาธิบดีจีนปิดท้ายสุนทรพจน์ด้วยการอวยพรให้ทั้ง 2 ประเทศมีการพัฒนาและมีอนาคตที่สดใส

"ไชโย" เขากล่าวพลางยกแก้วขึ้น

ประธานาธิบดีจีนปิดท้ายสุนทรพจน์ด้วยการอวยพรให้ทั้ง 2 ประเทศมีการพัฒนาและมีอนาคตที่สดใส

"ไชโย" เขากล่าวพลางยกแก้วขึ้น

ด้านทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์โดยระบุว่า เขาได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน และบอกด้วยว่า เขาและสีได้สนทนากันอย่างสร้างสรรค์ โดยเป็นโอกาสอัน "ล้ำค่า" ที่ได้หารือกันในหลายเรื่อง

"นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้อยู่กับพวกคุณ" ผู้นำสหรัฐฯ ระบุ