ฟอสซิลที่เก็บไว้ในลิ้นชักหลายสิบปี ถูกพบภายหลังว่าเป็นกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกที่พบในแอนตาร์กติกา

A fossilised dark brown, mottled bone is sitting on a map of Antarctica on a table. It is on a blue area of the map and areas of brown and white are behind it. The bone is a vertebrae with a round, concave, circular area facing the camera with a lump sticking up on the right hand side. Slightly further back a smaller lump is poking up on the left. There is a dip in between them.

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC News

คำบรรยายภาพ, ฟอสซิลชิ้นนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1985 บนเกาะเจมส์ รอสส์ ในทวีปแอนตาร์กติกา
    • Author, รีเบกกา มอเรลล์
    • Role, บรรณาธิการข่าววิทยาศาสตร์บีบีซี
    • Author, อลิสัน ฟรานซิส
    • Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์อาวุโส
  • Published
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

ก้อนฟอสซิลหน้าตาธรรมดา ๆ ชิ้นหนึ่งซึ่งถูกลืมทิ้งไว้ในลิ้นชักมานานกว่า 40 ปี ถูกพบในภายหลังว่าเป็นกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกที่พบในทวีปแอนตาร์กติกา

ตัวอย่างฟอสซิลชิ้นนี้ถูกขุดขึ้นมาเมื่อปี 1985 แต่ในเวลานั้นทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ขุดพบไม่แน่ใจนักว่าก้อนวัสดุก้อนนี้คืออะไรกันแน่ พวกเขาจึงเก็บมันไว้ที่ส่วนเก็บรักษาทางธรณีวิทยาของหน่วยสำรวจแอนตาร์กติกแห่งสหราชอาณาจักร (British Antarctic Survey - BAS) ในเมืองเคมบริดจ์

ตอนนี้นักบรรพชีวินวิทยาได้นำฟอสซิลชิ้นนี้มาศึกษาและยืนยันแล้วว่า มันคือกระดูกส่วนหางของไดโนเสาร์ชนิดหนึ่งที่ชื่อ ไททันโนซอร์ (Titanosaur) ซึ่งเป็นกลุ่มสายพันธุ์ไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลก

การค้นพบครั้งนี้ช่วยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า สิ่งมีชีวิตชนิดนี้มีชีวิตอยู่อย่างไรในพื้นที่ส่วนนี้ของโลก ซึ่งมีการค้นพบหลักฐานฟอสซิลอยู่เพียงน้อยนิด

The orange covered notebook is open with the bottom of one page and the top of the next in view. The pencil writing on it runs from top to bottom with the notebook turned lengthways . Just below the join of the two pages, which is formed by the spine of the book, there is a small, simple sketch labelled "Vertebra of large reptile" which shows the concave area and the protrusions behind of the fossilised bone. Next to the drawing is written "approximately 10cm in diameter".

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC News

คำบรรยายภาพ, การค้นพบฟอสซิลชิ้นนี้ได้รับการบันทึกไว้ในสมุดโน้ตของนักธรณีวิทยา ไมก์ ทอมป์สัน

เมื่อไม่นานมานี้ ดร.มาร์ก อีแวนส์ ผู้จัดการส่วนเก็บรักษาของหน่วยสำรวจแอนตาร์กติกแห่งสหราชอาณาจักร (BAS) ได้พบฟอสซิลชิ้นดังกล่าวท่ามกลางตัวอย่างชิ้นส่วนนับพันชิ้นที่ได้จากการสำรวจทวีปแอนตาร์กติกาตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

"มันคือตอนที่คุณเริ่มคิดว่า 'มีอะไรในลิ้นชักอันนี้' แล้วคุณก็บังเอิญไปเจอบางสิ่งบางอย่างและก็คิดขึ้นมาว่า 'มันน่าสนใจจริง ๆ'" ดร.อีแวนส์ กล่าว

เดิมทีฟอสซิลชิ้นดังกล่าวถูกขุดค้นพบบนเกาะเจมส์ รอสส์ (James Ross) และมีบันทึกการค้นพบจดไว้ในสมุดโน้ตภาคสนามของนักธรณีวิทยาที่ชื่อว่า ดร.ไมก์ ทอมป์สัน

บริเวณข้าง ๆ ภาพร่างสเก็ตช์ขนาดเล็กที่วาดไว้อย่างประณีตของฟอสซิลชิ้นดังกล่าว ซึ่งระบุวันที่ 9 ธ.ค. 1985 ดร.ไมก์ ทอมป์สัน ได้เขียนข้อความกำกับไว้ว่า "กระดูกสันหลังของสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่" และจดไว้ด้วยว่ามีความกว้าง 10 เซนติเมตร

ดร.อีแวนส์กล่าวว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่พบฟอสซิลชิ้นนี้อาจคิดว่ามันเป็นฟอสซิลของสัตว์เลื้อยคลานทะเลชนิดหนึ่ง

แต่ทันทีที่เขาได้เห็นมัน ดร.อีแวนส์ตระหนักได้ทันทีว่ากระดูกสันหลังชิ้นนี้มีลักษณะเหมือนของไดโนเสาร์มาก และช่วงเวลาที่ค้นพบทำให้มันน่าจะเป็นฟอสซิลไดโนเสาร์ชิ้นแรกที่ถูกพบในทวีปแอนตาร์กติกา

An artist's impression of a light brown Titanosaur, with its long neck and long tail. It's standing on all four legs amongst some green tree ferns. There are some spikes running along its lower back and the upper part of its tail. It is turned towards us but its neck is slightly twisted as its small head, with a closed mouth, looks around slightly to its left

ที่มาของภาพ, Andrew McAfee/Carnegie Museum of Natural History

คำบรรยายภาพ, ช่วงเวลาที่ไททันโนซอร์ (Titanosaur) อาศัยอยู่ในทวีปแอนตาร์กติกาเมื่อ 80 ล้านปีก่อน บริเวณดังกล่าวน่าจะปกคลุมไปด้วยป่าเขียวชอุ่ม

ดร.อีแวนส์ได้ติดต่อหา ศาสตราจารย์พอล บาร์เรตต์ แห่งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Natural History Museum) เพื่อยืนยันการค้นพบครั้งนี้

"แม้ว่ามันจะไม่มีอะไรให้ดูมากนัก แต่จริง ๆ แล้วรูปร่างของมันโดดเด่นมากเลยทีเดียว" ศ.บาร์เรตต์กล่าวกับบีบีซี โดยถือฟอสซิลก้อนนี้อยู่ในมือ

เขาชี้ไปที่ปลายด้านหนึ่งของฟอสซิลที่มีลักษณะเป็นโพรงและพลิกกลับเพื่อให้เห็นปุ่มนูนกลม ๆ ที่ปลายของอีกด้านหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระดูกสันหลังเรียงตัวกันจนเกิดเป็นชุดของข้อต่อแบบลูกบอลและเบ้ากระดูกที่พาดยาวตั้งแต่หัวจรดหาง

"ทันทีที่ผมเห็น ผมรู้ทันทีเลยว่าเราเจอเข้ากับอะไร มันแน่เสียยิ่งกว่าแน่ที่เรากำลังเจอกับไดโนเสาร์ไททันโนซอร์" เขากล่าว "มันเป็นส่วนประกอบของลักษณะที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากของไดโนเสาร์ชนิดนี้"

The neck and head of a Titanosaur skeleton cast is inside Peterborough Cathedral. The neck of the skeleton carries on, out of shot, towards the body of the animal round to the left of the picture and the head is on the right hand side. There are about twenty arches and windows of different sizes visible both above and below the skeleton at various levels. The Titanosaur's mouth is slightly open and its teeth are visible. The right eye socket of the dinosaur is lit and stands out in the photo.

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC News

คำบรรยายภาพ, แบบจำลองของไดโนเสาร์ไททันโนซอร์ซึ่งยืมมาจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ถูกจัดแสดงอยู่ที่มหาวิหารปีเตอร์โบโรห์

ปัจจุบันมีการค้นพบไดโนเสาร์ในกลุ่มไททันโนซอร์มากกว่า 100 สปีชีส์แล้วทั่วโลก

ทุกสปีชีส์ล้วนเป็นไดโนเสาร์สี่ขากินพืช มีลำคอยาวซึ่งช่วยให้พวกมันสามารถยืดไปถึงส่วนบนของต้นไม้ และมีส่วนหางที่ยาวเพื่อช่วยถ่วงดุล ไดโนเสาร์กลุ่มไททันโนซอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีความยาวกว่า 115 ฟุต (35 เมตร) และมีน้ำหนักประมาณ 60 ตัน

ด้วยขนาดของกระดูกส่วนหางที่พบจากฟอสซิลชิ้นนี้ นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าไททันโนซอร์ของแอนตาร์กติกาตัวนี้น่าจะมีความยาวประมาณ 23 ฟุต หรือ 7 เมตร

"บางทีมันอาจเป็นไดโนเสาร์ที่อายุไม่มากนัก หรือไม่มันก็อาจเป็นตัวที่ตัวเล็ก ซึ่งสวนทางกับไททันโนซอร์ชนิดอื่นที่เหลือ โดยมันอาจเป็นไททันโนซอร์ตัวเต็มวัยที่มีขนาดเล็กกว่า" ศ.บาร์เรตต์อธิบาย

ไดโนเสาร์ชนิดนี้เคยอาศัยอยู่เมื่อ 82 ล้านปีก่อน ในช่วงปลายยุคครีเทเชียส ซึ่งเป็นยุคที่ทวีปแอนตาร์กติกาแตกต่างจากสภาพในปัจจุบันอย่างมาก พื้นที่บริเวณดังกล่าวน่าจะปกคลุมไปด้วยป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีสำหรับสัตว์กินพืชขนาดใหญ่

A bald headed man with a grey beard and moustache and wearing a red and blue checked shirt is looking into the camera. He is holding the fossilised vertebrae of the Titanosaur close to his chest with both hands. Behind him are three levels of light grey shelves with rows of dark grey boxes stacked up in columns of three. Each one has several yellow and white labels with their catalogue numbers.

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC News

คำบรรยายภาพ, ดร.มาร์ก อีแวนส์ พบฟอสซิลดังกล่าวในส่วนจัดเก็บวัตถุทางธรณีวิทยาของหน่วยสำรวจ BAS

ฟอสซิลที่ถูกลืมไว้เป็นเวลานาน ตอนนี้มันได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญในประวัติศาสตร์การสำรวจทวีปแอนตาร์กติกาแล้ว เนื่องจากแม้มีการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ชนิดอื่น ๆ ในพื้นที่ห่างไกลของโลกแห่งนี้ในช่วงหลังปี 1985 เป็นต้นมา แต่ก็พบในจำนวนไม่มากนัก

ทวีปแอนตาร์กติกาเป็นบริเวณที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับนักบรรพชีวินวิทยาในการทำงานสำรวจ และน้ำแข็งในทวีปแห่งนี้ก็ปกคลุมบันทึกยุคดึกดำบรรพ์ที่อยู่ในชั้นหินด้านล่างไว้

"มันแสดงให้เห็นว่าบริเวณซึ่งเราคิดว่ามันไม่น่าจะอยู่อาศัยได้ จริง ๆ แล้วมันเคยเป็นที่ที่สามารถอาศัยอยู่ได้ และมีสิ่งมีชีวิตมากมายที่อาศัยอยู่ตรงนั้น" ศ.บาร์เรตต์ อธิบาย

"ฟอสซิลชิ้นนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าไดโนเสาร์พวกนี้ปรับตัวให้อยู่รอดในระบบนิเวศที่กว้างใหญ่กว่านี้ได้อย่างไร ในบริเวณที่อยู่ใต้สุดของโลกเมื่อประมาณ 80 ล้านปีก่อน"