สหภาพแรงงานซัมซุงระงับแผนนัดหยุดงานประท้วง หลังบรรลุข้อตกลงค่าจ้างในนาทีสุดท้าย

Samsung Electronics Co. workers chant slogans during a rally outside the company's semiconductor plant in Pyeongtaek, South Korea, on Thursday, 23 April, 2026.

ที่มาของภาพ, Bloomberg via Getty Images

    • Author, สุรัญชนา เทวารี
    • Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจประจำเอเชีย
  • Published
  • เวลาอ่าน: 4 นาที

สหภาพแรงงานที่ใหญ่ที่สุดของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ตัดสินใจระงับแผนที่จะนัดหยุดงาน หลังบรรลุข้อตกลงเรื่องการจ่ายเงินกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ในนาทีสุดท้าย

การเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยผ่อนคลายความกังวลต่อการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก ในช่วงที่การสร้างศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) กำลังได้รับความนิยม

สหภาพฯ ดังกล่าว ซึ่งเป็นตัวแทนของแรงงานเกือบ 48,000 คน ระบุว่าการเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมที่เดิมมีกำหนดจะเริ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) จะถูกระงับไว้ในระหว่างที่สมาชิกลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว ระหว่างวันที่ 22-27 พ.ค.

ต่อไปนี้คือเหตุผลว่า ทำไมการนัดหยุดงานจึงอาจสร้างความปั่นป่วนให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของโลกได้

ความขัดแย้งนี้มีที่มาอย่างไร

หัวใจของข้อพิพาทคือเรื่องของการจัดสรรผลกำไรที่ได้จากอุปสงค์ชิปหน่วยความจำเอไอ (AI) ที่พุ่งสูงขึ้น

ส่วนที่เป็นประเด็นคือการจัดสรรโบนัสระหว่างพนักงานในแผนกชิปหน่วยความจำ กับพนักงานในแผนกอื่น ๆ

ซัมซุงมีแผนจะจ่ายโบนัสจำนวนมากให้กับพนักงาน 27,000 คนที่ผลิตชิปหน่วยความจำ โดยจะให้เป็นจำนวนเงินที่มากกว่าพนักงานที่ผลิตชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่นอย่างน้อยหกเท่า

สหภาพฯ กล่าวว่า แรงงาน 23,000 คนที่ผลิตชิปที่เทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าน้อยกว่าสำหรับบริษัทอย่างเทสลา (Tesla) และเอ็นวิเดีย (Nvidia) ไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ข้อพิพาทนี้ก่อให้เกิดความกังวลว่าการผลิตชิปอาจหยุดชะงักลงได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก

ซัมซุงเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลกเมื่อพิจารณาจากยอดขาย และยังเป็นผู้จัดหาชิปที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลเอไอ, โทรศัพท์มือถือ และแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ รายใหญ่ด้วย

เครือธุรกิจซัมซุง กรุ๊ป (Samsung Group) มีสัดส่วนประมาณหนึ่งในห้าของผลผลิตทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้

ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อ่อนไหวในขณะที่บริษัทกำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากคู่แข่งอย่างเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) และไมครอน (Micron) ท่ามกลางความต้องการชิปที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอซึ่งกำลังเพิ่มมากขึ้นและสร้างความกดดันต่อผู้ผลิตทั่วโลกอยู่แล้ว

คำชี้แจงจากซัมซุง

กำไรจากการดำเนินงานของซัมซุงในไตรมาสแรกที่ผ่านมา (ม.ค. - มี.ค.) เพิ่มขึ้นประมาณ 750% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ความต้องการชิปเอไอที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้มูลค่าตลาดของบริษัทในตลาดหุ้นทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 32 ล้านล้านบาท) ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

เมื่อปีที่แล้วเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่ง ได้ยกเลิกเพดานการจ่ายโบนัสที่ใช้มากว่า 10 ปี โดยมีการจ่ายโบนัสให้กับพนักงานในอัตราที่สูงว่าซัมซุงกว่าสามเท่า ส่งผลให้พนักงานของซัมซุงส่วนหนึ่งย้ายไปอยู่กับบริษัทเอสเค ไฮนิกซ์ แทน

ต่อมาซัมซุงจึงเสนอให้โบนัสกับพนักงานแผนกชิปหน่วยความจำในอัตรา 607% ของเงินเดือนทั้งปี ซึ่งสูงกว่าที่เอสเค ไฮนิกซ์ เสนอให้กับพนักงาน ตามข้อมูลจากบันทึกการเจรจาค่าจ้างที่สำนักข่าวรอยเตอร์เห็น

แต่พนักงานในแผนกอื่น ๆ จะได้รับโบนัสเพียง 50 - 100% ตามเอกสารดังกล่าว

สหภาพฯ ยังเรียกร้องให้ซัมซุงยกเลิกเพดานโบนัสที่ 50% ของเงินเดือนทั้งปี และจัดสรร 15% ของกำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปีให้เป็นกองทุนโบนัสสำหรับแจกจ่ายให้กับพนักงาน

ผู้บริหารของซัมซุงเคยเตือนว่าการนัดหยุดงานอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ได้ในวงกว้าง จากยอดขายที่ลดลง การไหลออกของการลงทุน และรายได้จากภาษีที่ลดลง

ในแถลงการณ์หลังจากบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น บริษัทกล่าวว่า "ด้วยท่าทีที่นอบน้อม เรายินดีที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานและฝ่ายบริหารที่มีวุฒิภาวะมากขึ้นและสร้างสรรค์ยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก"

เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) หุ้นของซัมซุงปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% หลังมีการประกาศดังกล่าว

การนัดหยุดงานอาจส่งผลกระทบอะไรบ้าง

การนัดหยุดงานเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานของซัมซุง ที่เจพี มอร์แกน (JP Morgan) เคยประเมินไว้ว่าอยู่ที่ระหว่าง 21 – 31 ล้านล้านวอน (4.6 – 6.7 แสนล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าการนัดหยุดงานใด ๆ จะเกิดขึ้นเฉพาะในวงจำกัด หลังจากศาลเกาหลีใต้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กับซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์

ศาลระบุว่าจะต้องมีงานคงจำนวนพนักงานที่จำเป็นต่อการคุ้มครองความปลอดภัย การป้องกันความเสียหายต่อโรงงาน และการรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ให้อยู่ในระดับปกติ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อโรงงานและการผลิต

ศาลยังสั่งห้ามไม่ให้สหภาพฯ และผู้นำของสหภาพฯ เข้าไปยึดครองหรือล็อกอาคารต่าง ๆ และห้ามขัดขวางคนงานไม่ให้เข้าไปในอาคาร โดยหากฝ่าฝืนจะต้องถูกปรับ 74,000 ดอลลาร์สหรัฐ (2.4 ล้านบาท) ต่อวัน

"ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกเชื่อมต่อถึงกันแบบทุกวันนี้ การหยุดชะงักในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ สามารถสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่ขยายออกไปไกลว่าบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือตลาดใดตลาดหนึ่ง" หอการค้าอเมริกันในเกาหลี (American Chamber of Commerce in Korea) ระบุ

"ตลาดอุตสาหกรรมในภูมิภาคที่กำลังแข่งขันกันอยู่อาจได้ประโยชน์ หากความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการวิเคราะห์คาดการณ์และความต่อเนื่องยังคงมีอยู่"