สหภาพแรงงานซัมซุงระงับแผนนัดหยุดงานประท้วง หลังบรรลุข้อตกลงค่าจ้างในนาทีสุดท้าย

ที่มาของภาพ, Bloomberg via Getty Images
- Author, สุรัญชนา เทวารี
- Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจประจำเอเชีย
- Published
- เวลาอ่าน: 4 นาที
สหภาพแรงงานที่ใหญ่ที่สุดของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ตัดสินใจระงับแผนที่จะนัดหยุดงาน หลังบรรลุข้อตกลงเรื่องการจ่ายเงินกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ในนาทีสุดท้าย
การเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยผ่อนคลายความกังวลต่อการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก ในช่วงที่การสร้างศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) กำลังได้รับความนิยม
สหภาพฯ ดังกล่าว ซึ่งเป็นตัวแทนของแรงงานเกือบ 48,000 คน ระบุว่าการเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมที่เดิมมีกำหนดจะเริ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) จะถูกระงับไว้ในระหว่างที่สมาชิกลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว ระหว่างวันที่ 22-27 พ.ค.
ต่อไปนี้คือเหตุผลว่า ทำไมการนัดหยุดงานจึงอาจสร้างความปั่นป่วนให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของโลกได้
ความขัดแย้งนี้มีที่มาอย่างไร
หัวใจของข้อพิพาทคือเรื่องของการจัดสรรผลกำไรที่ได้จากอุปสงค์ชิปหน่วยความจำเอไอ (AI) ที่พุ่งสูงขึ้น
ส่วนที่เป็นประเด็นคือการจัดสรรโบนัสระหว่างพนักงานในแผนกชิปหน่วยความจำ กับพนักงานในแผนกอื่น ๆ
ซัมซุงมีแผนจะจ่ายโบนัสจำนวนมากให้กับพนักงาน 27,000 คนที่ผลิตชิปหน่วยความจำ โดยจะให้เป็นจำนวนเงินที่มากกว่าพนักงานที่ผลิตชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่นอย่างน้อยหกเท่า
สหภาพฯ กล่าวว่า แรงงาน 23,000 คนที่ผลิตชิปที่เทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าน้อยกว่าสำหรับบริษัทอย่างเทสลา (Tesla) และเอ็นวิเดีย (Nvidia) ไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ข้อพิพาทนี้ก่อให้เกิดความกังวลว่าการผลิตชิปอาจหยุดชะงักลงได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก
ซัมซุงเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลกเมื่อพิจารณาจากยอดขาย และยังเป็นผู้จัดหาชิปที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลเอไอ, โทรศัพท์มือถือ และแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ รายใหญ่ด้วย
เครือธุรกิจซัมซุง กรุ๊ป (Samsung Group) มีสัดส่วนประมาณหนึ่งในห้าของผลผลิตทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้
ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อ่อนไหวในขณะที่บริษัทกำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากคู่แข่งอย่างเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) และไมครอน (Micron) ท่ามกลางความต้องการชิปที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอซึ่งกำลังเพิ่มมากขึ้นและสร้างความกดดันต่อผู้ผลิตทั่วโลกอยู่แล้ว
คำชี้แจงจากซัมซุง
กำไรจากการดำเนินงานของซัมซุงในไตรมาสแรกที่ผ่านมา (ม.ค. - มี.ค.) เพิ่มขึ้นประมาณ 750% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ความต้องการชิปเอไอที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้มูลค่าตลาดของบริษัทในตลาดหุ้นทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 32 ล้านล้านบาท) ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
เมื่อปีที่แล้วเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่ง ได้ยกเลิกเพดานการจ่ายโบนัสที่ใช้มากว่า 10 ปี โดยมีการจ่ายโบนัสให้กับพนักงานในอัตราที่สูงว่าซัมซุงกว่าสามเท่า ส่งผลให้พนักงานของซัมซุงส่วนหนึ่งย้ายไปอยู่กับบริษัทเอสเค ไฮนิกซ์ แทน
ต่อมาซัมซุงจึงเสนอให้โบนัสกับพนักงานแผนกชิปหน่วยความจำในอัตรา 607% ของเงินเดือนทั้งปี ซึ่งสูงกว่าที่เอสเค ไฮนิกซ์ เสนอให้กับพนักงาน ตามข้อมูลจากบันทึกการเจรจาค่าจ้างที่สำนักข่าวรอยเตอร์เห็น
แต่พนักงานในแผนกอื่น ๆ จะได้รับโบนัสเพียง 50 - 100% ตามเอกสารดังกล่าว
สหภาพฯ ยังเรียกร้องให้ซัมซุงยกเลิกเพดานโบนัสที่ 50% ของเงินเดือนทั้งปี และจัดสรร 15% ของกำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปีให้เป็นกองทุนโบนัสสำหรับแจกจ่ายให้กับพนักงาน
ผู้บริหารของซัมซุงเคยเตือนว่าการนัดหยุดงานอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ได้ในวงกว้าง จากยอดขายที่ลดลง การไหลออกของการลงทุน และรายได้จากภาษีที่ลดลง
ในแถลงการณ์หลังจากบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น บริษัทกล่าวว่า "ด้วยท่าทีที่นอบน้อม เรายินดีที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานและฝ่ายบริหารที่มีวุฒิภาวะมากขึ้นและสร้างสรรค์ยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก"
เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) หุ้นของซัมซุงปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% หลังมีการประกาศดังกล่าว
การนัดหยุดงานอาจส่งผลกระทบอะไรบ้าง
การนัดหยุดงานเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานของซัมซุง ที่เจพี มอร์แกน (JP Morgan) เคยประเมินไว้ว่าอยู่ที่ระหว่าง 21 – 31 ล้านล้านวอน (4.6 – 6.7 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าการนัดหยุดงานใด ๆ จะเกิดขึ้นเฉพาะในวงจำกัด หลังจากศาลเกาหลีใต้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กับซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์
ศาลระบุว่าจะต้องมีงานคงจำนวนพนักงานที่จำเป็นต่อการคุ้มครองความปลอดภัย การป้องกันความเสียหายต่อโรงงาน และการรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ให้อยู่ในระดับปกติ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อโรงงานและการผลิต
ศาลยังสั่งห้ามไม่ให้สหภาพฯ และผู้นำของสหภาพฯ เข้าไปยึดครองหรือล็อกอาคารต่าง ๆ และห้ามขัดขวางคนงานไม่ให้เข้าไปในอาคาร โดยหากฝ่าฝืนจะต้องถูกปรับ 74,000 ดอลลาร์สหรัฐ (2.4 ล้านบาท) ต่อวัน
"ในสภาวะที่เศรษฐกิจโลกเชื่อมต่อถึงกันแบบทุกวันนี้ การหยุดชะงักในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ สามารถสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่ขยายออกไปไกลว่าบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือตลาดใดตลาดหนึ่ง" หอการค้าอเมริกันในเกาหลี (American Chamber of Commerce in Korea) ระบุ
"ตลาดอุตสาหกรรมในภูมิภาคที่กำลังแข่งขันกันอยู่อาจได้ประโยชน์ หากความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการวิเคราะห์คาดการณ์และความต่อเนื่องยังคงมีอยู่"































