มัมดานีเจอกระแสต้านหลังประกาศ "บัญชีรายชื่อ" เจ้าของบ้านผู้ร่ำรวยในนครนิวยอร์ก

Mamdani stands at a microphone wearing a black suit jacket and blue tie

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวว่า ภาษีสำหรับบ้านหลังที่สองจะถูกนำมาใช้เป็นทุนในโครงการทางสังคมต่าง ๆ ที่มีเป้าประสงค์เพื่อช่วยเหลือชาวนิวยอร์กที่กำลังเผชิญปัญหาค่าครองชีพ
    • Author, เมเดลีน ฮัลเพิร์ต
    • Reporting from, รายงานจากนครนิวยอร์ก
  • Published
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

การมีบ้านในมหานครนิวยอร์กคือความฝันที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่ในเมืองที่แพงและมีค่าครองชีพสูงที่สุดเมืองหนึ่งของโลกเมืองนี้ บางคนไม่เพียงครอบครองแค่บ้านหลังแรก แต่ยังมีบ้านหลังที่สองด้วย

ตัวตนของกลุ่มคนชนชั้นสูงกลุ่มเล็ก ๆ และบุคคลอื่น ๆ ที่มีบ้านราคาแพงในนิวยอร์ก ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ตามแผนงานส่วนหนึ่งของโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กที่ตั้งเป้าจะเก็บภาษี "บ้านหลังที่สอง" (pied-à-terre) โดยจะเรียกเก็บเป็นรายปีสำหรับบ้านหลังที่สองในนิวยอร์กที่มีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 163 ล้านบาท) ไปจนถึงคอนโดมิเนียมหรือสหกรณ์เคหสถานที่มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (32 ล้านบาท)

บัญชีรายชื่อดังกล่าวซึ่งระบุตัวตนคนที่เทศบาลมหานครนิวยอร์กบอกว่าอาจจะต้องจ่ายภาษี กลายเป็นประเด็นหลักในวงประชุมเพื่อตรวจสอบและกำกับดูแลของสภาเทศบาลนครนิวยอร์กในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นนัดหารือเกี่ยวกับข้อกังวลถึงวิธีการดำเนินการตามแผนดังกล่าว

เกล บรูเวอร์ สมาชิกสภาเทศบาลนิวยอร์ก บอกว่าเธอและเพื่อนสมาชิกคนอื่น ๆ ส่วนหนึ่งสนับสนุนการเก็บภาษีบ้านหลังที่สอง แต่ก็ชี้ให้เห็นถึง "ความท้าทาย" ในการนำมาตรการดังกล่าวไปใช้

ขณะที่คามิลลาห์ แฮงก์ส สมาชิกสภาอีกคนบอกว่า บัญชีรายชื่อดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่เจ้าของบ้านโดยไม่ยุติธรรม และอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย

"บัญชีรายชื่อของคนที่มี กับคนที่ไม่มี มันคือตราบาปสีเลือด (scarlet letter)" แฮงก์ส กล่าวระหว่างการประชุมต่อหน้าสาธารณชนที่ดุเดือด ณ ศาลาว่าการนครนิวยอร์กเมื่อวันอังคาร (18 ส.ค.)

Residential skyscrapers along Billionaire Row in New York City

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, บัญชีรายชื่อดังกล่าวประกอบไปด้วยอสังหาริมทรัพย์เกือบหนึ่งล้านรายการ

สำนักงานการคลังของนครนิวยอร์กระบุว่า ที่อยู่และข้อมูลส่วนตัวที่พวกเขาเผยแพร่ คือข้อมูลที่สาธารณชนเข้าถึงได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ฝ่ายบริหารมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเผยแพร่ในแต่ละปี

แต่แฮงก์สมองว่าฝ่ายบริหารกำลังส่งสัญญาณให้ประชาชนรู้สึกว่า การมีบ้านเป็นเรื่องที่ "น่าอับอาย"

รายชื่อดังกล่าวประกอบไปด้วยอสังหาริมทรัพย์เกือบหนึ่งล้านแห่ง รวมถึงที่อยู่ของคนดังและเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่สุดกลุ่มหนึ่งในมหานครแห่งนี้ อาทิ เคน กริฟฟิน ผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟัน และเพนต์เฮาส์ราคา 239 ล้านดอลลาร์ (กว่า 7,800 ล้านบาท) ของเขา, วูดดี อัลเลน ผู้กำกับภาพยนตร์, แอนนา วินทัวร์ อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก (Vogue) และซินเธีย นิกสัน นักแสดง โดยเทศบาลได้ส่งหนังสือแจ้งให้เสียภาษีไปยังประชากรรวม 17,000 คน

ในการรับฟังความคิดเห็น มีเสียงสนับสนุนการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว และกล่าวหากลุ่มคนที่พวกเขาเรียกว่า "เพื่อนบ้านผู้มั่งคั่ง" ว่าต่างก็ใช้เวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการบ่นเรื่องภาษีที่ถูกเรียกเก็บสูงขึ้น

"ผมว่าเหล่าเศรษฐีเจ้าของบ้านก็ประท้วงกันเกินไป" เดฟ แบ็คเกอร์ ศาสตราจารย์ด้านการเงินกล่าว

ขณะที่เบฟเวอร์ลี โซโล ชาวนิวยอร์กวัย 44 ปีที่สวมเสื้อเชิ้ตพิมพ์ข้อความว่า "เก็บภาษีคนรวย" บอกว่ามาตรการภาษีสำหรับบ้านหลังที่สองจะช่วยระดมเงินที่สำคัญต่อบริการต่าง ๆ ในนครแห่งนี้

"มันก็ดูสมเหตุสมผลและยุติธรรมที่จะเรียกเก็บจากคนที่ไม่ได้จ่ายภาษีเงินได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยที่นี่แต่มีบ้านหรูเพื่อพักผ่อน เพื่อเอามาช่วยสมทบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวนครนิวยอร์ก" เธอกล่าว

แต่เธอก็เสริมว่า ขั้นตอนการดำเนินการที่ผ่านมาสำหรับมาตรการนี้ "เละเทะ"

เจ้าของบ้านในนครนิวยอร์กกลุ่มหนึ่งได้ยื่นฟ้องการดำเนินการตามมาตรการนี้ โดยขอให้ฝ่ายบริหารถอดบัญชีรายชื่อที่ประกอบไปด้วยอสังหาริมทรัพย์และชื่อบุคคลเกือบหนึ่งล้านรายการออก

โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก โต้แย้งว่าการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวคือวิธีการที่เป็นธรรมที่จะเก็บรายได้ 500 ล้านดอลลาร์ (กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท) ในนครที่มีความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจสังคมเป็นวงกว้าง โดยการเรียกเก็บภาษีเพิ่มซึ่งคล้ายกับในหลายเมืองและหลายประเทศที่เรียกเก็บในรูปแบบต่าง ๆ ได้เสียงสนับสนุนจากเคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ที่ก่อนหน้านี้เคยลังเลต่อการขึ้นภาษีชาวนิวยอร์ก

นายกเทศมนตรีผู้นี้ดำเนินการตามชุดนโยบายแก้ปัญหาเรื่องค่าครองชีพ ซึ่งให้คำมั่นว่าจะขึ้นภาษีเพื่อนำมาใช้กับบริการต่าง ๆ อาทิ การดูแลเด็กถ้วนหน้า ไปจนถึงรถเมล์ฟรีที่สามารถเดินทางได้เร็วขึ้น

คำมั่นสัญญาของมัมดานีที่ระบุว่าจะขึ้นภาษีก่อให้เกิดกระแสต่อต้านจากชาวเมืองผู้มั่งคั่งที่สุดกลุ่มหนึ่งที่อ้างว่ามันจะทำให้คนไม่กล้าซื้อบ้านหรือลงทุนในนิวยอร์กซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ

ตัวแทนฝ่ายบริหารของมัมดานีไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (18 ส.ค.) ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุมบางคน

โฆษกประจำตัวมัมดานีบอกกับบีบีซีว่า ฝ่ายบริหารได้ขอให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อนในขณะที่พวกเขากำลังจัดการกับคดีฟ้องร้อง แต่สภาเทศบาลฯ ปฏิเสธ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมได้เนื่องจากเรื่องยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล

Cynthia Nixon stands in front of a sign wearing a white gown

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คนดังอย่างซินเธีย นิกสัน ก็อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ที่อาจต้องจ่ายภาษีบ้านหลังที่สองด้วย

เจสัน ฮาเบอร์ ผู้บริหารสมาคมอสังหาริมทรัพย์อเมริกันบอกว่า รายชื่อบุคคลพร้อมที่อยู่ดังกล่าวเสี่ยงกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในนั้น

"คิดดูว่านี่จะเป็นของขวัญที่สแกมเมอร์ นักต้มตุ๋น หรือใครก็ตามที่ประสงค์ร้ายชอบใจขนาดไหน" เขาระบุพร้อมบอกด้วยว่า บุคคลภายนอกยังสามารถดาวน์โหลดรายชื่อเหล่านี้และส่งอีเมลหาคนในรายชื่อที่เทศบาลขอให้จ่ายภาษี

ฮาเบอร์บอกกับบีบีซีอีกว่า เขาพบว่าลูกค้าหลายคนยุติการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ราคาแพงในนิวยอร์กเพราะมาตรการภาษีใหม่นี้

"การที่มันมาอย่างไม่ทันตั้งตัวและมีความสับสนงุนงง ทำให้ทุกคนตกอยู่ในความเสี่ยง" เขากล่าว

ฮาเบอร์เชื่อว่า การสูญเสียรายได้ภาษีจากการที่คนซื้อบ้านราคาแพงในนิวยอร์กน้อยลง จะหักล้างผลลัพธ์ของภาษีบ้านหลังที่สอง

แต่มอร์ริส เพิร์ล อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทด้านการลงทุน แบล็กร็อค (BlackRock) บอกว่า ความคิดที่ว่าคนจะเลี่ยงไม่เข้ามาลงทุนในนิวยอร์กเพราะภาษี เป็นเรื่อง "ไร้สาระ"

"แก่นสำคัญของการเป็นคนรวยคือคุณจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่อยากอยู่" เพิร์ลกล่าว เขาเป็นประธานกลุ่มแพทริออติก มิลเลียนแนร์ส (Patriotic Millionaires) ซึ่งเป็นกลุ่มเศรษฐีชาวอเมริกันที่สนับสนุนการเก็บภาษีคนรวยด้วย

"คนที่มีที่พักอาศัยอื่นที่ไม่ใช่บ้านที่อยู่ประจำ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านดอลลาร์ (163 ล้านบาท) มีความสามารถในการจ่ายเงินได้มากกว่าที่ชาวนิวยอร์กส่วนใหญ่จะจ่ายได้"

บางประเทศและเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกก็มีการใช้มาตรการเก็บภาษีบ้านหลังที่สองที่คล้าย ๆ กัน

ในฝรั่งเศส มีการเรียกเก็บภาษีบ้านเพิ่มเติมที่แตกต่างกันไปทั่วประเทศ เช่น ในกรุงปารีสที่มีการเก็บภาษีเพิ่ม 60% โดยมาตรการภาษีนี้สร้างรายได้ให้กับรัฐหลายพันล้านยูโร

ที่นครแวนคูเวอร์ของแคนาดาก็มี "ภาษีบ้านเปล่า" (Empty Homes Tax) สำหรับบ้านที่ไม่มีคนอยู่อาศัยหรือใช้พื้นที่ไม่คุ้มค่ามากกว่า 6 เดือนในปีปฏิทินนั้น ๆ โดยเก็บภาษีในอัตรา 3% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ มาตรการนี้เริ่มบังคับใช้เมื่อปี 2017 เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสม

งานวิจัยของ ซี.ดี.ฮาว (C. D. Howe Institute) สถาบันคลังสมองในแคนาคา พบว่ามาตรการภาษีดังกล่าวสร้างรายได้ให้รัฐมากถึง 194 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6,339 ล้านบาท) ในเวลา 8 ปี และช่วยลดอัตราบ้านไม่มีคนอยู่อาศัยลง 21% แต่ช่วยลดค่าเช่าบ้านได้เพียงเล็กน้อย

ในนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ชาวเมืองลงคะแนนเสียงในปี 2022 ให้มีการเก็บภาษีบ้านเปล่า ซึ่งกำหนดให้เจ้าของบ้านต้องจ่ายเงินตั้งแต่ 2,500 - 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (81,000 - 645,000 บาท) สำหรับอะพาร์ตเมนต์ที่ว่างมาเป็นระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไป

แต่ก็เหมือนกับนครนิวยอร์ก มาตรการภาษีดังกล่าวเผชิญการต่อต้านอย่างรุนแรงจากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเจ้าของบ้านเช่าในเมืองศูนย์กลางทางเทคโนโลยีแห่งนี้ และเมื่อกลุ่มเหล่านั้นยื่นฟ้องศาล ผู้พิพากษาก็ตัดสินว่าการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้มาตรการนี้ยังอยู่ในสถานะลุ่ม ๆ ดอน ๆ เมื่อฝ่ายบริหารของเมืองได้ยื่นอุทธรณ์

เพิร์ลบอกว่าการตัดสินใจบังคับใช้มาตรการภาษีครั้งนี้ของฝ่ายบริหารนครนิวยอร์ก โดยกำหนดตามรายชื่อชาวเมืองที่มั่งคั่งนั้น อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ละมุนละม่อมที่สุด

"ผมคิดว่านายกเทศมนตรีเอง ก็มักจะไปสร้างความไม่พอใจให้ผู้คนโดยไม่จำเป็นอยู่ในบางครั้ง"

แต่เขาก็เสริมว่า "ผมก็เห็นด้วยกับนโยบายนี้ของเขา"