บิลลี่ : องค์กรสิทธิฯ ชี้ ย้าย พ.ต.ท.กรวัชร์ กระทบคดี เสนอให้คุมการสอบสวนต่อเป็นกรณีพิเศษ

พ.ต.ท.กรวัชร์ แถลงข่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ครม. มีมติแต่งตั้ง พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม เมื่อ 15 ต.ค. 2562

กันยายน 2562 พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหัวหน้าชุดสืบสวนคดีบิลลี่ แถลงข่าวการพบกระดูกของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ "บิลลี่" แกนนำนักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งนับเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่ที่บิลลี่หายตัวไป

ความคืบหน้านี้ทำให้ครอบครัวของบิลลี่และองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างมีความหวังขึ้นมาบ้างว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสูญหายและการตายของนักสิทธิมนุษยชาวกะเหรี่ยงวัย 30 ปี จะถูกนำตัวมาลงโทษ

แต่ไม่ถึง 2 เดือนหลังจากนั้น คณะรัฐมนตรีก็มีมติเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ย้าย พ.ต.ท.กรวัชร์ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม

แม้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะรีบออกมาชี้แจงว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น ถือเป็นการ "ให้รางวัล" ไม่ใช่ "การเด้ง" ขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ บอกว่าการโยกย้ายจะไม่กระทบกับการทำคดีบิลลี่ และ พ.ต.ท.กรวัชร์ยังคงเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษให้คำแนะนำได้

พ.ต.ท.กรวัชร์ แถลงข่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พ.ต.ท.กรวัชร์ แถลงข่าวเมื่อ 3 ก.ย. เรื่องการค้นพบกระดูกของบิลลี่ในถังน้ำมันใต้อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน

แต่การที่ พ.ต.ท.กรวัชร์ จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนคดีบิลลี่อีกต่อไปก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้ครอบครัวและผู้ที่ติดตามคดีเกิดความสงสัยและความไม่สบายใจว่าการสอบสวนคดีอาจจะสะดุดลง

ชาวบ้านอยากให้ทำคดีจนจบ

พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของบิลลี่เชื่อว่าคดีจะเดินหน้าต่อไปได้แม้ พ.ต.ท.กรวัชร์จะไม่ได้ดูแลคดีนี้โดยตรงแล้วก็ตาม

"ท่านทำดีได้เลื่อนตำแหน่งก็ดีแล้ว ถึงแม้ท่านจะเลื่อนตำแหน่งใหม่ ก็ยังมีท่านอธิบดี (พ.ต.อ.ไพสิฐ) อยู่ทั้งคน" เธอให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยทางโทรศัพท์

แม้ว่าเธอจะยังเชื่อมั่นในการทำงานของดีเอสไอ ว่าจะสามารถปิดคดีและหาตัวผู้กระทำผิดได้ตามที่เคยพูดไว้ แต่มึนอยอมรับว่าสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว รวมทั้งชาวบ้านในชุมชนกะเหรี่ยงแก่งกระจานหลายคนรู้สึกกังวลว่าการโยกย้ายครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด

พิณนภา พฤกษาพรรณ

ที่มาของภาพ, CHARLOTTE PAMMENT/BBC

คำบรรยายภาพ, มึนอ ภรรยาของบิลลี่ เชื่อมั่นว่าดีเอสไอจะนำตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของสามีของเธอมาลงโทษได้

"เห็นว่าท่านเป็นคนดีที่ช่วยเหลือสังคม ที่เราไปขอความช่วยเหลือท่านก็เข้ามาช่วย ส่วนชาวบ้านก็ยังต้องการให้ท่านอยู่ดูแลคดีบิลลี่ให้จบ แล้วค่อยเลื่อนตำแหน่งใหม่" มึนอกล่าว

เปลี่ยนขุนพลกลางสนามรบ

สุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งติดตามการทำคดีของเจ้าหน้าที่ในคดีนี้มาโดยตลอดเสนอให้กระทรวงยุติธรรมมอบหมายให้ พ.ต.ท.กรวัชร์ เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนคดีบิลลี่ต่อไปเป็นกรณีพิเศษ เพื่อความต่อเนื่องในการทำงาน

"การที่จะมาเปลี่ยนขุนพลกลางสนามรบเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แล้วงานนี้เป็นงานใหญ่ มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ และความยุติธรรมของไทย ต้องให้ พ.ต.ท.กรวัชร์อยู่ต่อ ไม่ได้หมายความว่าท่านอื่น ๆ ไม่มีความสามารถนะครับ แต่ท่านจับงานนี้มานาน ก็จะมีความเชี่ยวชาญเข้าใจในรายละเอียด ทีมงานก็ทำกันมา 5 ปีแล้ว" นายสุรพง์กล่าว

"พ.ต.ท.กรวัชร์ เป็นผู้นำทีมค้นหาชิ้นส่วนร่างของบิลลี่จนเจอ ทำให้เกิดการตื่นตัว ทั้งในแง่ของดีเอสไอและสังคม เราได้เห็นความก้าวหน้าในกระบวนการยุติธรรมของไทย การสืบสวนสอบสวนก็มีความคืบหน้าเรื่อย ๆ เป็นภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นความหวังของกลุ่มชาติพันธุ์" เขาระบุ

แม้อธิบดีดีเอสไอจะบอกว่า พ.ต.ท.กรวัชร์ยังเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษให้ดีเอสไอได้ แต่นายสุรพงษ์มองว่า "ที่ปรึกษากับหัวหน้าทำงานโดยตรงความรับผิดชอบก็ต่างกัน หน้าที่ก็ต่างกัน ถ้าเกิดรับผิดชอบโดยตรงก็จะรู้ในรายละเอียดมากกว่า"

หวั่นคดีหยุดชะงัก

นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความเห็นสอดคล้องกับนายสุรพงษ์ว่า พ.ต.ท.กรวัชร์ ควรรับผิดชอบคดีบิลลี่ต่อไป อย่างน้อยจนกว่าจะมีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยในการฆาตกรรมบิลลี่และสรุปสำนวนส่งฟ้องศาล

ก่อนหน้านี้ กระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอขีดเส้นไว้ว่าคดีนี้ต้องสรุปให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 ธ.ค. ซึ่งเหลือระยะเวลาเพียงเดือนกว่า ๆ นางอังคณาจึงเห็นว่าถ้า พ.ต.ท.กรวัชร์ รับผิดชอบคดีนี้ต่อไปจะทำให้การทำงานมีความต่อเนื่อง

เธอตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้คดีการหายตัวไปของบิลลี่ซแทบไม่มีความคืบหน้าเมื่ออยู่ในมือของตำรวจท้องที่ แต่เมื่อดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ก็มีความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

อังคณา นีละไพจิตร

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, อังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรียกร้องให้มีการออกกฎหมายกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับสูญหาย

เธอยอมรับว่าคดีนี้เป็นคดีที่ยาก โดยเฉพาะเมื่อไทยยังไม่มีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับสูญหาย

"ถ้าเรามีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับสูญหาย เจ้าหน้าที่แค่พิสูจน์ได้ว่าใครมีความเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของบิลลี่ ก็สามารถเอาผิดเขาได้แล้วฐานทำให้บุคคลสูญหาย แต่พอเรายังไม่มีกฎหมายนี้ ดีเอสไอก็ต้องหาศพ โดยการสอบสวนในทางลับ จนพบชิ้นส่วนกระดูกจึงสรุปว่าบิลลี่เสียชีวิต และต้องหาต่อว่าแล้วใครเป็นคนทำให้เสียชีวิต ซึ่งตรงนี้ไม่ง่าย"

"แม้จะบอกว่า พ.ต.ท.กรวัชร์ เป็นที่ปรึกษาดีเอสไอได้ แต่ตำแหน่งที่ปรึกษาก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่าถ้าไม่มีใครมาปรึกษาก็ไปให้ความเห็นไม่ได้ หรือว่าลงไปทำด้วยตัวเองก็ไม่ได้" นางอังคณาให้ความเห็น

line

ย้อนเหตุการณ์ "บิลลี่" หายตัว

17 เม.ย. 2557: นายพอละจี หรือบิลลี่ หายตัวไปที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานฯ ยอมรับว่าเขาได้ควบคุมตัวบิลลี่ไว้ด้วยข้อหาครอบครองน้ำผึ้งป่าอย่างผิดกฎหมาย แต่ได้ปล่อยตัวไปแล้วในวันเดียวกัน

ก.ค. 2557: พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของบิลลี่ร่วมกับเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี ขอให้มีการไต่ส่วนฉุกเฉินการหายตัวไปของบิลลี่ ทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกายกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าหลักฐานไม่เพียงพอ

เม.ย. 2559: ครบ 2 ปีการหายตัวไปของบิลลี่ เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี ร้องทุกข์กล่าวโทษนายชัยวัฒน์ อดีตหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวหรือกระทำการให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

28 มิ.ย. 2561: ดีเอสไอรับคดีการหายตัวไปของบิลลี่เป็นคดีพิเศษ

พอละจี รักจงเจริญ

ที่มาของภาพ, ครอบครัวรักจงเจริญ

คำบรรยายภาพ, บิลลี่ ซึ่งขณะหายตัวไปมีอายุได้ 30 ปี เป็นแกนนำชาวกะเหรี่ยงที่มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิชุมชนชาวกะเหรี่ยงในการอยู่อาศัยและทำกินในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

10 ก.ค. 2562: ดีเอสไอรายงานความคืบหน้าการสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่ยังคงพยายามสืบหาข้อมูลพยานหลักฐาน และเผยว่ากำลังหาพยานหลักฐานสำคัญซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันว่าได้มีการส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปในพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลสำคัญ ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ประเทศไทยยื่นขอขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก โดยผู้เชี่ยวชาญได้หยิบประเด็นว่าด้วยการละเมิดสิทธิชุมชนชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจานมาพูดถึงด้วย

27 ส.ค. 2562: ภรรยาของบิลลี่ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี ขอให้ศาลสั่งให้บิลลี่เป็นบุคคลสาบสูญ หลังจากหายตัวไป 5 ปี โดยมีพยานหลักฐานน่าเชื่อถือได้ว่า บิลลี่ถูกบังคับให้หายสาบสูญโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ศาลกำหนดนัดไต่สวนวันที่ 28 ต.ค. นี้

3 ก.ย. 2562: ดีเอสไอเปิดเผยหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงการหายตัวไปของบิลลี่ คือ กระดูกกะโหลกมนุษย์ในถังขนาด 200 ลิตรที่จมอยู่ใต้น้ำ บริเวณสะพานแขวนเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน การตรวจสอบพบว่ากระดูกที่พบมีสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของบิลลี่ จึงอนุมานเบื้องต้นได้ว่าบิลลี่เสียชีวิตแล้ว

15 ต.ค. 2562 : คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง พ.ต.ท.กรวัชร์ รองอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าชุดสืบสวนคดีบิลลี่ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม