You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
นักล่างู (น้ำ) แห่งโตนเลสาบ
ทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ชีวิตของ ปรม สำ อาด จะเปลี่ยนไป เขาต้องแล่นเรือออกไปยังพื้นที่น้ำท่วมที่ตอนนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ "โตนเลสาบ" เพื่อล่าสัตว์ชนิดหนึ่งแทนการจับปลา
เช้าวันนี้ ฟ้ายังไม่สว่างมากนัก แต่ชายร่างใหญ่เริ่มเตรียมตัวออกเรือแล้ว เขากล่าวทักทายลูกชายและลูกสาว 3 คน ก่อนเดินออกจากบ้าน พร้อมขวดน้ำมันและกล่องโฟม เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่พ่อหาเลี้ยงครอบครัว
ชีวิตนักล่า
ปรม ต้องแล่นเรือออกไปราวครึ่งชั่วโมง เพื่อไปให้ถึงจุดที่เป็นกอไม้ขนาดใหญ่กลางน้ำที่เขาติดตั้งอวนเอาไว้ในช่วงบ่ายวานนี้ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ที่เขาออกล่า
อวนความยาวกว่า 500 เมตร ค่อย ๆ ถูกลากขึ้นจากน้ำ พร้อมกับสัตว์ตัวยาว ที่หากมองไกล ๆ หลายคนอาจคิดว่ามันคือปลาไหล แต่แท้ที่จริงแล้วมันคืองูน้ำชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Subsessor bocourti หนึ่งใน 11 สายพันธุ์ที่สามารถพบได้ที่โตนเลสาบ ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ที่กินอาณาเขตระหว่างเสียมเรียบ และพระตะบอง
เขาดึงเจ้างูโชคร้ายออกจากอวนอย่างช้า ๆ โดยไม่ต้องระวังว่าจะถูกพิษจากการแว้งกัด เพราะว่างูเมื่อติดอวนทั้งคืนจะตายจากการขาดอากาศหายใจ
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ภายในเรือของปรมเต็มไปด้วยงูน้ำกว่าเกือบ 30 ตัว ซึ่งเขาบอกว่าวันนี้ถือเป็นวันที่โชคดีวันหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เยอะเท่าจำนวนงูที่เขาเคยจับได้เมื่อหลายปีก่อน
วิกฤตโตนเลสาบ
ปรม เล่าย้อนให้ฟังถึงสมัยที่เขาเริ่มออกล่างู ประมาณ 10-15 ปีก่อน ตอนนั้นโตนเลสาบมีสภาพความอุดมสมบูรณ์มากกว่านี้ เขาเคยจับงูได้มากที่สุดถึงวันละ 50-60 กิโลกรัม
ส่วนในช่วงฤดูแล้ง เขาหาเลี้ยงครอบครัวได้ด้วยการจับปลา ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ทว่าในปัจจุบัน ทั้งงูและปลาต่างมีจำนวนลดน้อยลง
สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Society) รายงานว่า ในแต่ละปี จะมีงูกว่า 6.9 ล้านตัว ถูกจับที่โตนเลสาบ ทำให้ที่นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งล่างูที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก งูที่ถูกล่าส่วนใหญ่จะถูกนำไปเลี้ยงจระเข้ในฟาร์ม ทำเป็นอาหาร และทำเป็นเครื่องหนัง
จากตัวเลขข้างต้น ทำให้นักอนุรักษ์หลายฝ่ายแสดงความเป็นกังวล กลัวว่างูน้ำเหล่านี้จะหายไปจากโตนเลสาบในสักวัน และจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของที่นี้
นอกจากปัญหาเรื่องจำนวนประชากรงูและปลาที่กำลังลดลง โตนเลสาบกำลังเผชิญกับปัญหาสภาพแวดล้อมที่กำลังถดถอยเช่นกัน ด้วยจากหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งการเพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้เกิดการประมงที่มากเกินขีดจำกัด รวมถึงการสร้างเขื่อนในจีนและลาว ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ ทำให้ปลาหลายสายพันธุ์ไม่สามารถวางไข่ได้
ล่างูคือวิถีชีวิต
หลังจากใช้เวลาท่ามกลางสายน้ำอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง ปรมก็เสร็จสิ้นภารกิจในวันนี้ เขาจัดแจงจับงูทั้งหมดลงในกล่องโฟมที่เตรียมมา พร้อมกับก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ก่อนสตาร์ทเครื่องเรือ มุ่งหน้ากลับบ้าน เพื่อเตรียมนำงูที่จับมาได้ไปส่งให้กับภรรยาที่ตลาดสดในเมืองเสียมเรียบ ซึ่งจะเธอจะวางขายปะปนกับสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ
นี่คือชีวิตของปรมในแต่ละวัน ซึ่งเขาจะมีชีวิตแบบนี้ไปตลอดช่วงฤดูฝน ตั้งแต่ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน
ไม่ใช่ปรมเพียงแค่คนเดียว หลายครอบครัวที่อาศัยอยู่รอบ ๆ โตนเลสาบก็เช่นกัน พวกเขาจะหยุดจับปลาในช่วงฤดูฝน และหันมาล่างูแทน หรือบางครอบครัวก็ทำทั้งสองอย่างไปพร้อม ๆ กัน
ปรมบอกว่ามันคือวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น เนื่องจากในช่วงฤดูฝน การหาปลาจะเป็นไปได้ยาก เพราะต้องเสี่ยงกับพายุลมฝนที่เกิดขึ้นเป็นประจำ กอปรกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความต้องการงูมากขึ้น
งูที่ปรมจับมาได้ในวันนี้ จะถูกนำไปขายในราคากิโลกรัมละ 2 ดอลล่าร์สหรัฐฯ (ประมาณ 66 บาท) ซึ่งแพงกว่าปลาที่สามารถหาได้ทุกวัน และมากพอให้เขาสามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้