สิ่งของอะไรบ้างที่ถูกห้ามนำเข้าไปในสนามแข่งขันฟุตบอลโลก ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
ฟีฟ่าประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการแข่งขันว่าแฟนบอลจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำขวดน้ำแบบใช้ซ้ำได้เข้าไปในสนามที่จัดแข่งขันฟุตบอลโลก
ก่อนหน้านี้ ข้อกำหนดในสนามระบุว่า "เพื่อความชัดเจน ขวดพลาสติกใสแบบใช้ซ้ำที่ว่างเปล่า ขนาดความจุไม่เกิน 1 ลิตร สามารถนำเข้าสนามได้"
อย่างไรก็ตาม เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ ฟีฟ่าได้ประกาศห้ามนำสิ่งของเข้าไปในสนามเพิ่มเติม ได้แก่ ขวดน้ำ ถ้วยหรือแก้ว ขวดโหล และกระป๋อง โดยฟีฟ่าให้เหตุผลว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงจากการที่แฟนบอลขว้างปาสิ่งของใส่กันจนก่อให้เกิดอันตราย
ฟีฟ่าระบุในแถลงการณ์ว่า "ฟีฟ่ามุ่งมั่นในการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของนักเตะ ผู้ตัดสิน แฟนบอล อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ทุกคน"
ทั้งนี้ น้ำดื่ม น้ำอัดลม และน้ำผลไม้ที่จำหน่ายภายในสนามแข่งขันฟุตบอลโลก จะจัดจำหน่ายโดยบริษัทโคคา-โคลา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของฟีฟ่ามาอย่างยาวนาน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ฟีฟ่าได้ให้คำมั่นว่าแฟนบอลจะไม่ต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าแพงกว่าราคาปกติที่แต่ละสนามเคยขายในงานกิจกรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะน้ำดื่ม
อย่างไรก็ตาม กลุ่มฟรีไลอ้อน (Free Lions) ซึ่งเป็นบริการ "สถานเอกอัครราชทูตแฟนบอล" ของสมาคมผู้สนับสนุนฟุตบอล (Football Supporters' Association) สำหรับแฟนทีมชาติอังกฤษที่เดินทางไปเชียร์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดดังกล่าวในนาทีสุดท้ายว่าเป็นเรื่อง "แปลกประหลาด"
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งโพสต์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเอ็กซ์ (X) ว่า "ในการหารือทั้งหมดของเรา ประเด็นเรื่องการต้องมีน้ำดื่มให้บริการฟรีในสนามถือเป็นสิ่งสำคัญ และเราได้รับการยืนยันจากฟีฟ่าว่าจะเป็นเช่นนั้น รวมถึงแฟนบอลจะสามารถนำขวดน้ำของตัวเองเข้าไปได้"
เขากล่าวเสริมว่า "โดยธรรมชาติแล้ว สิ่งแรกที่แฟนบอลนึกก็คือ นี่เป็นเพียงความพยายามในการหาประโยชน์ทางการเงินแบบใหม่ล่าสุดเท่านั้น"
"แล้วอย่างอื่นที่จะถูกห้ามเอาเข้าอีก ? ใช่ครีมกันแดดหรือเปล่า และบังคับให้แฟนบอลต้องซื้อภายในสนามหรือไม่ ?"

ที่มาของภาพ, Getty Images
แม้ว่าครีมกันแดดอาจยังไม่ถูกบรรจุอยู่ในรายการสิ่งของต้องห้ามของฟีฟ่าในขณะนี้ แต่แฟนบอลที่หวังจะนำกระติกน้ำชาซึ่งอาจเป็นชาใส่น้ำแข็งเข้าไปดื่มในช่วงพักครึ่งเนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะสูงถึง 40 องศาเซลเซียสก็น่าจะต้องผิดหวัง
นอกจากขวดน้ำแล้ว ข้อกำหนดยังระบุอย่างชัดเจนว่า ห้ามนำ "กระติกน้ำร้อนและภาชนะประเภทฟลาสก์ (flasks) ทุกชนิด… รวมถึงวัตถุที่ทำจากแก้ว หรือวัสดุแตกหักได้อื่น ๆ ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ที่แข็งเป็นพิเศษ หรือกล่องเก็บความเย็นชนิดแข็ง" เข้าไปในสนาม
ขณะเดียวกัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงชนิดเดียวที่ได้รับอนุญาต (นอกเหนือจากที่ซื้อและบริโภคภายในพื้นที่ที่กำหนดของสนาม) คือแอลกอฮอล์ที่อยู่ในเจลล้างมือ
ทั้งนี้ จะอนุญาตให้นำของเหลวทุกชนิด รวมถึงเจลล้างมือและครีมกันแดด เข้าไปได้ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร ยกเว้นนมสำหรับทารกหรือนมผงที่ชงด้วยน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อ ซึ่งสามารถนำเข้าไปได้สูงสุด 1 ลิตร

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอกเหนือจากนั้น การนำอาหารหรือของเหลว (ไม่เกินครึ่งลิตร) เข้าไปในสนาม จะกระทำได้เฉพาะกรณีที่ "แสดงใบรับรองทางการแพทย์เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือสเปน และต้องอยู่ต่อหน้าบุคคลที่ต้องใช้สิ่งของดังกล่าว"
อย่างไรก็ตาม อาหารและเครื่องดื่มไม่ใช่สิ่งเดียวที่ถูกห้ามนำเข้าไปในสนามฟุตบอลที่แข่งขันฟุตบอลโลก 2026
ผู้ชมที่ "ใช้เสื้อผ้าหรือสิ่งของอื่นใดปกปิดใบหน้า… นอกเหนือจากหน้ากากที่สวมเพื่อเหตุผลด้านสุขภาพหรือทางการแพทย์หรือเครื่องสวมศีรษะตามประเพณีทางชาติ วัฒนธรรม และศาสนา" จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสนาม หรืออาจถูกเชิญออกจากสนาม
นอกจากนี้ยังห้ามสวม "อุปกรณ์ป้องกันร่างกายหรือคอร์เซ็ต" (เว้นแต่จะมีใบสั่งแพทย์) "รวมถึงเสื้อเกราะกันกระสุน และอุปกรณ์ที่ใช้ในศิลปะการต่อสู้หรือกีฬาผาดโผน"
ขณะเดียวกันการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นเกินไปก็อาจทำให้แฟนบอลถูกปฏิเสธการเข้าชมหรือถูกไล่ออกจากสนามได้เช่นกัน โดยผู้ใดที่มีพฤติกรรม "ไม่เหมาะสมหรืออนาจาร เช่น การเปลือยกายวิ่งลงสนาม เปิดเผยร่างกาย ถอดเสื้อผ้า หรืออยู่ในสภาพเปลือยบางส่วน หรือเผยให้เห็นอวัยวะส่วนสงวน" จะถูกเชิญออกจากสนามทันที
ข้อกำหนดยังระบุเพิ่มเติมว่า "เพื่อความชัดเจน รอยสักบนร่างกายและการเพนต์ตัว ไม่ถือเป็นเครื่องแต่งกาย"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้ชมที่ "ปลดทุกข์ในสถานที่อื่นนอกเหนือจากห้องน้ำที่จัดไว้" จะถูกดำเนินการในลักษณะเดียวกัน กับผู้ที่ถูกจับได้ว่าทิ้งขยะ ปิดบังกล้องวงจรปิด หรือใช้ธง "ในลักษณะที่มิได้เป็นไปเพื่อความสนุกสนานและเป็นมิตร"
ในส่วนของธงที่สามารถนำเข้าไปได้นั้นจะต้องมีขนาดไม่เกิน 2 เมตร คูณ 1.5 เมตร และธง ป้าย แผ่นปลิว หรือแม้แต่เสื้อผ้าใด ๆ ที่พิจารณาแล้วว่ามีเนื้อหาทางการเมือง ก่อให้เกิดความไม่พอใจ หรือเลือกปฏิบัติ "ต่อประเทศ บุคคล หรือกลุ่มบุคคล ไม่ว่าจะด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ สีผิว ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิดทางชาติหรือสังคม อัตลักษณ์และการแสดงออกทางเพศ ความพิการ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมืองหรือความเห็นอื่นใด ชาติกำเนิด ฐานะความมั่งคั่ง หรือสถานะอื่นใด รสนิยมทางเพศ หรือด้วยเหตุผลอื่นใด" จะถูกห้ามนำเข้า
กฎเดียวกันนี้ยังครอบคลุมถึงการร้องเพลงเชียร์ การใช้ "ถ้อยคำหยาบคาย การด่าทอ หรือท่าทางลามกอนาจาร"
นอกจากนี้ ยังห้ามนำวูวูเซลา นกหวีด และแตรลม เข้าสนาม เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิด "เสียงดังเกินไป" อย่างไรก็ดี เครื่องดนตรีประเภทอื่นอาจได้รับอนุญาต หากการเล่นไม่ "รบกวน…การรับชมของผู้ถือบัตรเข้าชมรายอื่น"
ข้อกำหนดยังห้ามใช้อุปกรณ์โดรน เลเซอร์พอยน์เตอร์ ขาตั้งกล้อง และไม้เซลฟีภายในสนามอีกด้วย
สิ่งของต้องห้ามอื่น ๆ ได้แก่ วัตถุเป่าลม เช่น ลูกโป่งหรือลูกบอลชายหาด อย่างไรก็ตาม "ลูกฟุตบอลที่ปล่อยลมแล้วซึ่งซื้อภายในสถานที่ของฟีฟ่าในวันแข่งขันจะได้รับอนุญาตให้นำเข้าได้"






























