พิพิธภัณฑ์ศิลปะ MET ในสหรัฐฯ เตรียมส่งคืนโบราณวัตถุให้ไทย 2 ชิ้น

รูปสำริดปิดทองพระศิวะยืน

ที่มาของภาพ, The Metropolitan Museum of Art

คำบรรยายภาพ, รูปสำริดปิดทองพระศิวะยืน (the standing Shiva)
Published

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน หรือ MET (Metropolitan Museum of Art) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จะส่งคืนประติมากรรมจำนวน 16 ชิ้นกลับคืนสู่ประเทศกัมพูชาและไทย ตามข้อมูลจากแถลงการณ์ล่าสุดของพิพิธภัณฑ์

ในจำนวนนี้แบ่งเป็นส่งคืนให้กัมพูชา 14 ชิ้น และไทย 2 ชิ้น ทั้งหมดเป็นประติมากรรมศิลปะเขมรที่มีความเกี่ยวข้องกับนายดักลาส แลตช์ฟอร์ด (Douglas Latchford) หรือ นายภัคพงษ์ เกรียงศักดิ์ ชาวอังกฤษ สัญชาติไทย อดีตนายกสมาคมกีฬาเพาะกายแห่งประเทศไทย และนักสะสมศิลปะที่ถูกอัยการเขตนิวยอร์กใต้ตั้งข้อหาค้าโบราณวัตถุผิดกฎหมายเมื่อปี 2562

ส่งคืนประติมากรรมให้ไทย 2 ชิ้น

วัตถุโบราณที่ทางพิพิธภัณฑ์จะส่งคืนให้ไทยนั้น ชิ้นแรกเป็นประติมากรรมศิลปะเขมร ช่วงศตวรรษที่ 11 ขนาดสูง 1.29 เมตร อาจสื่อถึงศิวะเทพในรูปร่างมนุษย์ ซึ่งไม่ใช่รูปแบบปกติที่พบในงานศิลปะเขมร ภัณฑารักษ์จึงตั้งชื่อประติมากรรมนี้ว่า รูปปั้นพระศิวะยืน (the standing Shiva)

ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานข่าวว่ารูปปั้นดังกล่าวถูกขุดค้นไปจาก ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ประติมากรรมนี้มีชื่อเล่นว่า เดอะ โกลเด้น บอย (the Golden boy) ซึ่งสื่อถึงรูปปั้นสำริดเคลือบทองคำ

จากข้อมูลที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ MET ทำให้ทราบว่าผู้ครอบครองศิลปวัตถุชิ้นนี้ คือ บริษัทสปิงค์ แอนด์ ซัน สำนักประมูลชื่อดังในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ก่อนจะถูกขายต่อในปี 2531 ให้กับนาย วอลเตอร์ เอช. แอนเนนเบิร์ก นักธุรกิจชาวอเมริกัน และอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐ ฯ ประจำสหราชอาณาจักร ก่อนเขาจะบริจาคประติมากรรมสำริดชิ้นนี้ให้กับ MET อีกทอดหนึ่ง

รูปสำริดหญิงคุกเข่า

ที่มาของภาพ, The Metropolitan Museum of Art

คำบรรยายภาพ, รูปสำริดหญิงคุกเข่า

ชิ้นที่ 2 เป็นประติมากรรมศิลปะเขมรช่วงกลางศตวรรษที่ 11 สูงประมาณ 43 เซนติเมตร คาดว่าเป็นรูปปั้นราชินีเขมรกำลังนั่งคุกเข่าด้วยความเทิดทูน ระหว่างร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวงดนตรีบูชาทวยเทพ เดิมทีคาดว่าลูกตาและคิ้วของประติมากรรมอาจทำจากแก้วสีดำ

ผู้ครอบครองเดิมคือ นางดอริส วีเนอร์ นักสะสมศิลปวัตถุอเมริกันชื่อดัง ซึ่งเป็นมารดาของนางแนนซี วีเนอร์ ผู้สืบทอดกิจการค้าและสะสมศิลปวัตถุหลังนางดอริสเสียชีวิต

แต่ต่อมาพบว่าในปี 2564 แนนซีถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดตามคำฟ้องของอัยการเขตแห่งนิวยอร์ก ข้อหาค้าวัตถุโบราณผิดกฎหมาย ลักลอบค้าผลงานที่ได้มาจากประเทศอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทยหรือกัมพูชา โดยปลอมแปลงแหล่งที่มาอันเป็นเท็จ ส่งผลให้พิพิธภัณฑ์ศิลปะเดนเวอร์ สหรัฐ ฯ ส่งโบราณวัตถุ 3 ชิ้นที่เกี่ยวข้องกับนางดอริสและนางแนนซี่ กลับคืนสู่ประเทศกัมพูชาเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

มีรายงานว่าประติมากรรมของ MET ทั้ง 2 ชิ้นดังกล่าวไม่ได้อยู่ในบัญชีการทวงคืนโบราณวัตถุในต่างแดน ของคณะกรรมการการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ซึ่งแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2560 และมีรายการทวงคืนวัตถุโบราณไทยในต่างประเทศจำนวนอย่างน้อย 35 รายการ

กรุพ่อค้าศิลปวัตถุชาวอังกฤษ สัญชาติไทย

ในแถลงการณ์ของ MET ยังระบุด้วยว่า ประติมากรรมทั้งหมด 16 ชิ้นที่จะส่งคืนไทยและกัมพูชาอยู่ในกรุสะสมที่พบความเชื่อมโยงกับตัวแทนขายของ นายดักลาส แลตช์ฟอร์ด ชาวอังกฤษ สัญชาติไทย นักสะสมและค้าศิลปวัตถุในกรุงเทพฯ และกรุงลอนดอน

นายดักลาส แลตช์ฟอร์ด

ที่มาของภาพ, Facebook/สมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย

คำบรรยายภาพ, นายดักลาส แลตช์ฟอร์ด (เสื้อเหลืองคนกลาง) ถ่ายรูปร่วมกับกรรมการบริหารสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ซึ่งเข้าอวยพรวันเกิดครบรอบ 84 ปี ของนายดักลาส ที่บ้านพักใจกลางกรุงเทพ ฯ ในปี 2557

ในปี 2562 นายดักลาสถูกอัยการเขตนิวยอร์กใต้ตั้งข้อหาว่าค้าศิลปวัตถุผิดกฎหมาย โดยปลอมแปลงและบิดเบือนที่มาของศิลปะและโบราณวัตถุที่ถูกขโมยมาจากประเทศต่าง ๆ และส่งขายให้นักค้าศิลปวัตถุตามบริษัทประมูลต่าง ๆ รวมถึงพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ

ทาง MET ระบุในแถลงการณ์ล่าสุดว่า หลังจากรับฟังคำฟ้องของอัยการเขตนิวยอร์กใต้ ทางพิพิธภัณฑ์จึงติดต่อกลับไปยังสำนักงานอัยการ ฯ และเจ้าหน้าที่กัมพูชา จนได้ข้อมูลใหม่เพิ่มเติมที่บ่งชี้แน่ชัดว่า ประติมากรรมดังกล่าวควรถูกส่งคืนไปยังประเทศต้นทาง

นับตั้งแต่นั้นมา MET และสำนักงานอัยการสหรัฐ ฯ จึงลงนามข้อตกลงเพื่อส่งคืนศิลปวัตถุเหล่านี้กลับไปยังกัมพูชาและประเทศไทย โดยทางพิพิธภัณฑ์ยังคงตรวจสอบวัตถุโบราณงานศิลปะเขมรที่อยู่ในครอบครองอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ในไทยและกัมพูชาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานค้นคว้าวิจัยที่ทำร่วมกัน

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

ที่มาของภาพ, The Metropolitan Museum of Art

คำบรรยายภาพ, พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ประติมากรรมสำริด ความสูง 1.42 เมตร

นายดักลาสเสียชีวิตที่กรุงเทพ ฯ เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ขณะมีอายุได้ 88 ปี หลังจากถูกตั้งข้อหาค้าวัตถุโบราณผิดกฎหมายได้ประมาณ 1 ปี

หลังการเสียชีวิคของนายดักลาส ลูกสาวของเขาเคยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่าจะส่งคืนโบราณวัตถุให้กัมพูชา โดยครอบครัวส่งมอบบันทึกการส่งสินค้าและอีเมลจำนวนมากให้กับทางการกัมพูชา

นายแบรด กอร์ดอน ประธานที่ปรึกษาด้านกฎหมายของกระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชา เคยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า นายดักลาสพยายามขายของสะสมจนถึงวันที่เขาอยู่ในโรงพยาบาล และแม้กระทั่งก่อนวันที่จะเสียชีวิต

ทั้งนี้ ไทยยังไม่ได้รับโบราณวัตถุที่อยู่ในความครอบครองของ MET คืนมาทั้งหมด โดยเฉพาะประติมากรรมสำริดศิลปะไพรกะเม็งขนาดใหญ่ที่สุด “พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร” ความสูง 1.42 เมตร หนึ่งในพระสำริดกรุประโคนชัยทั้งหมด 18 ชิ้น ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการทวงคืนจากพิพิธภัณฑ์ 7 แห่งในสหรัฐอเมริกา ทั้งหมดเป็นประติมากรรมสำริดที่นายดักลาสเป็นผู้นำออกขายไปยังต่างประเทศด้วยเช่นกัน